[suanboard monotone logo : 2777 bytes]
[header decor line : 64 bytes]
HOME RULE FAVOURITE MEMBER ZONE REACTIVATE FORGET PASSWORD    

SEARCH [icon freecompose : 217 bytes]
[icon register : 195 bytes] สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก : โพสต์รูป, รูปแบบตัวอักษร, ไอคอน, bookmark, ค้นหาข้อความ ฯลฯ [icon login : 178 bytes]

[icon-delete : 101 bytes]
" ครายมีบทความสวนดีดี ช่วยๆกานโพสหน่อยน้า... "
บทความ เรื่อง เสมา

สายฝน ยังคงซัดสาดฟาดกระหน่ำ เสียงฟ้าร้องโครมครามระคน เสียงลมพัดกระชากกิ่งไม้หวีดหวิว ถึงกระนั้น ชายหนุ่มยังคงกุมของสิ่งนั้นไว้แน่น กรอบรูปอันเล็กชุ่มน้ำอยู่ในมืออันสั่นเทา ภายในบรรจุของสูงค่าเมื่อยามเยาว์ น้ำตาของเขายังไหลบ่าไม่ต่างอะไรกับสายฝน เสียงร้องตระโกนยังก้องคำรามท้าทายเปลวอัสนีอยู่ครามครัน
" ทำไม…."

นั่นสิ ทำไม ทำไมของล้ำค่าของเขาถึงไร้ค้าในสายตาใครบางคนถึงเพียงนี้ แต่นั้นก็ไม่สำคัญ และเจ็บปวดเท่ากับเสียงครหา ที่พาดพิงถึงสิ่งนั้น
สายตาของเขายังคงจับจ้องไปเบื้องหน้า แม้ย่างก้าวจะอ่อนล้าไร้แรงเต็มที แต่ยังก่อน ยังไม่ถึงเวลาพัก อีกไม่ไกลแล้ว อีกไม่ไกลก็จะถึง
" ทำไมเธอต้องให้ความสำคัญมันนักหนา กะอีแค่ตึกเก่าๆ "
ใช่สิ ตึกเก่า แค่อิฐเก่ากำแพงก่อ ผุพังไร้ค่าไม่ต่างอะไรกับใบเสมาสีประหลาดนั่น ใบเสมาที่เขาตัดจากเสื้อใส่กรอบรูปอันเล็กให้เป็นของขวัญแทนที่จะเป็นแหวนเรือนงามอย่างที่เธอคาดหวัง
เธอรับไว้อย่างเสียไม่ได้ทั้งทีสีหน้าเอือมระอาขนาดนั้น แล้วเขาจะไม่สังเกตเห็นเชียวหรือถึงสายตาดูถูกเหยียดหยามนั่น แน่นอนเขาเห็น แต่ที่ยอมทนเพราะความรักอย่างเหลือล้น ความรักที่มักจะทำให้คนเรามองข้ามเหตุผล ความรักที่ทำให้คนตาบอด
ตลอดเวลาที่คบหาหวังครองคู่ ตั้งแต่ปี2 ชายหนุ่มมักจะถามถึงกรอบรูปแสนรักอยู่เสมอ เธอมักจะตอบว่า " ก็วางไว้หัวเตียงเสมอแหละ "

วันเวลาช่างรวดเร็ว อีกไม่กี่วันก็ถึงวันรับพระราชทานปริญญาบัตรแล้วแท้ๆ วันที่ทุกคนเฝ้ารอ วันที่ทุกคนน่าจะมีความสุข แต่วันนั้นกลับเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดสำหรับใครบางคน
" คุณอย่าลืมเอามานะครับ ไม่มีสิ่งนั้น คงไม่มีผมในตอนนี้ "
ก่อนหน้านี่เขาโทรศัพท์กำชับคนรักนักหนา ว่าอย่าลืมนำของขวัญที่ให้ไว้เมื่อสามปีก่อนมาด้วย เขามิได้มีเจตนาจะทวงคืน หากแต่สำนึกในพระคุณ และหวังเพียงได้ถ่ายรูปคู่กับสิ่งนั้นในวันรับปริญญา

ถ้าเธอไม่ลืมเรื่องคงไม่เกิด แต่ก็ไม่แน่ เพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยเห็นค่าของมันเลย มันถูกวางรวมกับหนังสือแฟชั่นเล่มเก่าที่กองสุม ไม่ต่างอะไรกับขยะชิ้นนึง วันๆเธอไม่เคยคิดจะปัดฝุ่นหรือแม้แต่หันมองด้วยซ้ำ ต่างกับแหวนทองวงงามรับกับสร้อยคอแวววับเข้าชุด ที่ชายหนุ่มรุ่นน้องเคยมอบให้เป็นของขวัญ และดูสวยงามรับกับเสื้อครุย บางใส

" จะให้ฉันถือของอย่างนั้นไปงานวันรับปริญญาเนี่ยนะ ปัญญาชนคิดได้แค่นี้เองเหรอ "
ใช่ ปัญญาชนอย่างเขาคิดได้แค่นี้แหละ และเขาก็โมโหมากที่รู้ว่าเธอลืม
ทะเลาะเหรอ….แน่นอน มีปากมีเสียงกันพอประมาณเพราะยังอายผู้ใหญ่อยู่และคงไม่เหมาะกับชายหนุ่มที่อ่อนโยนเรียบร้อยอย่างเขา แต่จากวันนั้นเป็นวันเริ่มต้นของรอยร้าว….ไม่สิ….ร้อยร้าวได้แฝงตัวอย่างเงียบเชียบในใจเธอนานแล้ว

จากวันนั้น คำหวานเริ่มหายไป เวลาที่ให้เริ่มเหลือน้อย เขาบอกตัวเองเสมอว่า อีกไม่นานคงเหมือนเดิม เพราะการทะเลาะเป็นเรื่องปรกติของความรัก แต่นี่ก็หลายวันแล้ว ทำไมดูเหมือนไม่มีอะไรดีขึ้น เธอกลับยิ่งเย็นชาและห่างออกไปทุกที หรือว่าเธอ….หรือว่าเธอจะมีคนอื่น……
ถ้าไม่เห็นด้วยตาคงไม่เชื่อ เขาเห็นเธอจูงมือออกมาจากโรงหนังกับหนุ่มรุ่นน้องออดอ้อนออกเซาะกันประหนึ่งคนรักและที่น่าตกใจคือหลังจากแยกกันแล้ว เธอรีบเข้าห้องน้ำแล้วออกมาพร้อมหน้าที่ฉาบเครื่องสำอางใหม่ เธอหันมองนาฬิกาแล้วรีบเดินไปหน้าสรรพสินค้า ไม่นานมีชายหนุ่มอีกคนแต่งตัวภูมิฐานขับรถสปอร์ทสีแดงมาจอดข้างๆ หญิงสาวทักทาย โอบกอดอย่างไม่อายใคร ก่อนจะขึ้นรถ หายลับไป
แม้รถคันงามจะพุ่งผ่านไปแล้วชายหนุ่มยังคงยืนมองอยู่อย่างนั้น เข้าหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงช้าๆ ค่อยๆกดไปที่รายชื่อที่บันทึกไว้ว่า " My-love "
ไม่นาน ปลายทางใต้ชื่อนั้นก็รับสาย
" ฮัลโหล ทำอะไรอยู่เหรอครับ "
" ตอนนี้ฉันอยู่กับแม่ กำลังทานข้าวกันอยู่ มีอะไรหรือเปล่า…..ถ้าไม่มีอะไรแค่นี้ก่อนนะ. "
เธอวางไปแล้ว ……ชายหนุ่มยังยืนกำโทรศัพท์มือถืออยู่อย่างนั้น…….เขาบอกกับตัวเองว่าคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว
เพราะไม่อยากตัดสินอะไรด้วยอารมณ์ จากวันนั้น เขาพยายามสะกดรอยอยู่ห่างๆ แต่ยิ่งนานก็ยิ่งได้รู้อะไรร้ายๆมากขึ้น เพราะเท่าที่นับดู เธอคนนี้ คนที่เรารักที่สุด กำลังคบผู้ชายไม่ต่ำกว่าสามคน …..
" พรุ่งนี้วันเกิดผม เราไปกินข้าวกันได้ไหม "
" วันเกิด…อ๋อได้สิ แต่อาจจะช้าหน่อยนะ เพราะพรุ่งนี้ต้องไปธุระกับพ่อก่อน "
" กับพ่อ….อ๋อ ครับ เสร็จธุระแล้วคุณโทรหาผมก็แล้วกัน เออ..เดี๋ยวครับ พรุ่งนี้คุณช่วย
เอาเสมามาด้วยได้ไหม "
" เสมา…..อ๋อ เสมา ได้สิ ไว้เจอกันนะคะ "
เธอวางหูไปแล้ว เขาหยิบรูปเธอที่อยู่บนหัวเตียงมาดู แววตาที่เคยอบอุ่นกลับเย็นชาและแฝงรอยความเสียใจอยู่ลึกๆ
วันรุ่งขึ้น ทั้งๆที่เกือบเที่ยงแล้วแต่อากาศกลับมืดมัว ฝนตั้งเค้าราวจะเกิดพายุใหญ่ พายุในใจก็เช่นกัน ชายหนุ่มมองนาฬิกา นี่ก็เหลือเวลาอีกเกือบสองชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัด เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นโทร ทางบ้านบอกว่าแฟนสาวออกไปข้างนอกกับเพื่อนตั้งแต่เช้า เขายิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
เขาหยิบมือถือขึ้นโทรอีกครั้ง
" ฮัลโหล ค่ะ ก็อยู่บ้านกับคุณพ่อไงคะ เมื่อวานบอกแล้วไงว่ามีธุระกับคุณพ่อ "
" เหรอครับ ผมรบกวนคุณหรือเปล่า กำลังยุ่งอยู่ละสิ "
" อ๋อ กำลังทำสวนครัวกันอยู่นะคะ คุณพ่อท่านชอบ "
" เหรอครับ ท่าทางคุณกับคุณพ่อจะรักกันมาก "
" คะ….ถ้าไม่มีอะไร ไว้เสร็จธุระแล้วจะโทรหานะคะ "
" เดี๋ยวสิครับ ผมทราบดีครับว่าคุณเป็นคนรักครอบครัว แต่ผมไม่ยักรู้ว่าคุณพ่อของคุณจะหน้าเด็ก และยังชอบทานสปาเกตตีด้วย "
หญิงสาววางมือถือลง กวาดสายตาไปโดยรอบ ไม่นานก็เห็นคนรักยืนอยู่ริมกระจกฝั่งตรงข้าม เธอหันมายิ้มให้ชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า
" เดี๋ยวมานะคะ พอดีเจอเพื่อน "
จากนั้นลุกออกไปช้าๆ เก็บอาการได้ดีทีเดียว

" คุณมาที่นี่ได้ยังไง "
เธอถามเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ตกใจอะไร
" เพราะผมนัดคุณห้างนี้ และที่นี่เป็นร้านอาหารอิตาลีที่แพงที่สุด "
เธอยิ้มด้วยสีหน้าที่ไร้ความสะทกสะท้าน
" ยังไม่ถึงเวลานัดเลยนี่ ยังไงดีล่ะ คุณจะไปเดินเล่นก่อนไหม หรือจะกลับบ้านเลย "
เขาถอนหายใจอย่างผิดหวัง แล้วมองหน้าเธออย่างไม่เชื่อ
" ว่าไง ฉันมีเวลาไม่มากหรอกนะ "
" ทำไม คุณทำแบบนี้ "
" ทำไมนะเหรอ เพราะคุณให้สิ่งที่ชั้นต้องการไม่ได้ ว่าไงคะ จะกลับ หรือจะรอ "
เขาถอนหายใจสั้นๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
" ผมขอ เสมา คืนได้ไหม "
"ไอ้ของเนี่ยนะเหรอ ชั้นไม่เห็นว่ามันจะสำคัญอะไรสักนิด"
พูดจบเธอก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าหลุยใบงาม หยิบกรอบรูปอันน้อย ทำหน้าแหย ก่อนจะเหวี่ยงใส่ชายหนุ่มอย่างไม่ใยดี กรอบรูปกระแทกอก แล้วตกกระแทกพื้น เขายืนนิ่ง เขามองกรอบรูปอันนั้นแล้วมองหน้าสบตาอันเย้ยหยันของหญิงสาว ผู้คนรอบข้างเริ่มหันมามอง
" ผมว่ามันเกินไปแล้วนะ "
" หึ ! เกินไปเหรอ "
สิ้นประโยคนั้นเธอ เดินมาหาเขาช้าๆ อย่างสง่างาม แววตาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง
" คุณรู้ไหมว่าฉันต้องใช่ความอดทนแค่ไหนกับผู้ชายหน้าเบื่ออย่างคุณ ที่มัวแต่หลงงมงายกับไอ้ตึกเก่าๆและขอสัพปลังเคนี่ "
เปรี๊ยะ ! เสียงกระจกบานน้อยแตก
" อุ๊บซ์ โทษทีนะ ฉันเผลอเหยียบของสำคัญของคุณซะแล้ว "
ดวงตากลมโตยังเปล่งประกายเย้ยหยันและจ้องตาเขาอยู่อย่างนั้น เขาหลบสายตาลงเบื้องล่าง หัวเราะกับตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธออีกครั้ง
" รู้อะไรไหม คุณนี่มันอีตัวดีๆนี่เอง "
คำพูดนิ่มๆแต่หนักแน่นบาดลึกลงไปในใจหญิงสาว
" นี่จะมากไปแล้วนะ "
สิ้นเสียงนั้น มืออันเรียวงามเงยเงื้อ แล้วตบลงเต็มแรง เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังสนั่น ผู้คนรอบข้างเริ่มมุงดู เขาไม่ตอบโต้อะไร ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ค่อยๆหันหน้ามามองอีกครั้ง
" สาแก่ใจคุณแล้วใช่ไหม ถ้าพอใจแล้วก็ถอยไป "
พูดจบเขาผลักเธอเต็มแรงจนเซถลาเกือบล้ม เขามีเจตนาจะตอบแทนเธออย่างนั้นหรือ เปล่าเลย เขาแค่ต้องการให้เธอยกเท้าออกไปจากของสำคัญของเขาเท่านั้น เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วก้มลงเก็บกรอบรูป ก่อนจะห่อมันด้วยผ้าผืนนั้น เขากำมันแน่นแล้วกอดไว้ที่หน้าอกด้านขวา แล้วเดินออกไปจากจุดนั้นช้าๆ
" กล้าดียังไงมาทำกับชั้นแบบนี้ "
ท่าทางยโสไม่แยแส กับการกระทำอย่างนั้นมีหรือเธอจะทนได้ ด้วยความโกรธจนขาดสติทำให้เธอเริ่มเผยธาตุแท้ของตัวเองมากขึ้น เสียงด่าทออย่างเกรียวกราดเรียกความสนใจจากคนรอบข้าง ทุกคนต่างพากันวิพากวิจารย์กันต่างๆนานา ยกเว้นชายหนุ่มคนนั้นคนเดียวเพราะตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว นอกจากกรอบรูปอันน้อยในมือนั่น
" คุณมันก็เลวเหมือนไอ้โรงเรียนเลวๆของคุณนั้นแหละ ไอ้โรงเรียนเฮงซวยนั้นมันสอนให้คนหน้าตัวเมียทำกับผู้หญิงแบบนี้ใช่ไหม หน้าตัวเมียทั้งโรงเรียน ทั้งโคตร "
ทั้งที่ลองมาหลายวิธี ครั้งนี้สิได้ผล เขาหันกลับมาทันที
" พูดใหม่อีกทีซิ "
เสียงของเขานิ่มนวลแต่หนักแน่น
" ทำไม ไอ้หน้าตัวเมียอย่างแก มันก็หน้าตัวเมียทั้งโคตร เหมือนโรงเรียนเน่าๆของแกนั้นแหละ อย่าคิดว่าเรื่องมันจะจบแค่นี้นะ "
ใช่เรื่องมันไม่จบแค่นี้แน่ เขาเดินมาหาเธอช้าๆและไม่ละสายตาจากหน้าเธอ หญิงสาวมีสีหน้าพอใจ ที่ผ่านมาไม่มีใครกล้าทำกับเธอแบบนี้ ผู้ชายตั้งแต่หนุ่มยันแก่ล้วนสยบแทบเท้าเธอทั้งนั้น กะอีแค่ผู้ชายเรียบร้อย หัวอ่อนอย่างเขาหรือจะมีปัญญาทำอะไรได้ เขาต้องชดใช้กับสิ่งที่เขาทำ ตอนนี้เสียงวิจารย์จากไทยมุงเริ่มดังอื้ออึง เป็นไง สุดท้ายความเป็นผู้หญิงก็ทำให้เธอเป็นต่อได้เห็นๆ เธอยื้นหน้าให้อย่างท้าท้าย
ก่อนที่จะได้พูดอะไรอีก เสียงผ่ามือกระทบหน้าก็ดังสนั่น ร่างทีเซถลากับเลือดที่สาดกระจาย คงยืนยันความหนักหน่วงของมือนั้นได้เป็นอย่างดี ร่างเพียวบางกระเด็นไปไกลกองอยู่ตรงนั้น กริยาเย้อหยิ่งอวดดีหายไปสิ้น ผู้คนเงียบกริบไม่มีใครกล้าพูด ไม่มีใครกล้าช่วย
ชายหนุ่มเดินไปหาหญิงสาวอีกครั้ง สีหน้าของเขาดูเย็นชา ปราศจากความรู้สึกใดๆ
" ไหน ลองพูดอีกทีซิครับ "
ร่างที่กองอยู่แทบเท้าสั่นระริก ปากที่คงทาลิปสติกไม่ได้อีกนานถูกปิดเงียบ ไม่กล้าแม้จะกรีดร้องให้คนช่วย เขาถอนหายใจสั้นๆ แล้วหยิบธนบัตรใบละพันออกมาจากกระเป๋า เช็ดเลือดที่เปื้อนมือ ก่อนที่จะขยำ แล้วโยนใส่หน้าเธอ
ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเงียบ มีเพียงเสียงรองเท้าของเขาที่เดินจากไปเท่านั้น
………………
ฝนเริ่มซาแล้ว เขาเพิ่งมาถึง แม้ที่นี่จะเปลี่ยนแปลงไปมากจากสมัยที่เคยเรียน แต่จิตวิญญาณและความสำนึกในบุญคุณไม่เคยแปรเปลี่ยน สองขาของเขาทรุดลงอย่างอ่อนล้าหน้าพระรูปรัชกาลที่ห้า ในมือที่เปียกโชกยังกำกรอบรูปไว้แน่น น้ำตาของเขาไหลลงอีกครั้ง เขาวางกรอบรูปลงตรงเบื้องพระบาทของพระรูป สายตาเต็มไปด้วยความอาลัยรัก
" ผม…ขอโทษ "
…………………
หลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์อาจสงสัย หลายคนที่อ่านอาจไม่เข้าใจ ว่าทำไมเขาถึงร้องไห้
กลัวผลที่ตามมากระนั้นหรือ หรือเสียใจที่อกหัก ผมคงไม่โกรธหากคุณจะคิดว่าเพ้อเจ้อ
และไม่เข้าใจ มันไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก
แต่อยากขอร้องไว้อย่าง ไม่ใช่ " เด็กสวน " อย่าพยายามทำเป็นเข้าใจ ...
02 ม.ค. 48 / 18:07
0 0
ขลุกขลิก
view 452 : discuss 21 : rating - : bookmarked 1 : vote 0 203.107.164.5<=203.107.167.40

#1# - 100076 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] สุดยอดมากครับ ใครเหรอครับเนี่ยะo_0 อ่านแล้วขนลุกเหอๆ ชอบประโยคนี้มากๆเลย
"แต่อยากขอร้องไว้อย่าง ไม่ใช่ " เด็กสวน " อย่าพยายามทำเป็นเข้าใจ ... " 555
02 ม.ค. 48 / 21:04
0 0
DiToR123 [icon smile : 92 bytes] : [ protect email from spamware ]
followup id 100076 61.91.111.93

#2# - 100091 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อยากให้เอาเรื่อง ผมเกลียดสวนกุหลาบฯ มาลงอีกจัง
02 ม.ค. 48 / 21:33
0 0
ตรีเพชร [icon smile : 92 bytes] : n/a : n/a : n/a
followup id 100091 61.91.168.66

#3# - 100102 [icon-addtodelete : 101 bytes]
http://www.osknetwork.com/modules.php?name=News&file=article&sid=428&mode=&order=0&thold=0

...ตำนานเชียร์ ปรบมือ-ระบือโลก....!!!
02 ม.ค. 48 / 22:24
0 0
BOSC125
followup id 100102 203.150.217.112 <= 203.113.67.167

#4# - 100105 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon]
ผมเกลียดสวนกุหลาบ!!!


ขอเริ่มกันตรง ๆ เลยแล้วกันแล้วครับ (ผมเบื่อท่าตะแคง ท่าก้นโค้ง ตลอดจนท่ากลับหัวกลับหางเต็มที) ขอเริ่มสิ่งที่ผมหมั่นไส้ก่อนเลยแล้วกัน คือโรงเรียนนี้ใคร ๆ ก็รู้ว่า องค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว หรือล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 เป็นผู้พระราชทานกำเนิด แถมเป็นโรงเรียนหลวงแห่งแรกของไทยด้วย ทำให้เวลาคุณเรียนอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ตั้งแต่สมัยประถม เรื่อยมาจนถึงมัธยม คุณก็คงจะต้องเคยได้ยินชื่อนี้บ่อย ๆ นี่แหละครับที่ผมอิจฉา ทำไมจะต้องเป็นมันด้วย ทำไมผมจะต้องเปลืองสมองก้อนน้อย ๆ มาจำชื่อโรงเรียนแห่งนี้เข้าห้องสอบด้วย
จากนั้นตอนสอบเข้าม. 1 สวนกุหลาบก็ขึ้นชื่อว่าผู้คนต้องการเข้ามาเรียนมากที่สุด ผมไม่รู้ว่า ที่นี่มันมีอะไรดีนักหนา ถึงเป็นที่ต้องการของคนทั่ว ๆ ไป นอกจากนั้น มองลึกลงไปในโรงเรียน ตัวนักเรียนที่สถาปนาตัวเอง ตั้งชื่อตัวเองว่าเด็กสวน สำหรับคนกลุ่มนี้แล้ว ความรู้สึกในตัวผม "เกลียด ๆ ๆ ๆ ๆ (เรียกง่าย ๆ ว่าโคตรเกลียด)" ไม่รู้ว่าพวกแม่ม จะรักสถาบันกันขนาดไหน รู้สึกว่าพวกเด็กสวนนี้จะบ้าสีชมพูฟ้า ถึงขนาดผมเคยได้ยินเรื่องเล่าน้ำเน่าบางเรื่องจากรุ่นพี่มาว่า สีเลือดในร่างกายของเขา ไม่ใช่สีแดง แต่เป็นสีชมพูฟ้า! ดูสิครับ อะไรมันจะโอเวอร์ จนน่าสะอิดสะเอียนจนถึงขนาดนี้ อะไร ๆ ก็ต้องเป็นสีชมพูฟ้า เสื้อผ้า สมุด กระเป๋า แว่นตา ไม่เว้นแม้กระทั่งเหล็กดัดฟัน!!!
นอกจากเรื่องสีประจำโรงเรียนแล้ว ที่นี่ยังมีประเพณีแปลก ๆ ที่พวกเขายึดถือกันมาอย่างยาวนาน และมองว่าสิ่งนี้เป็นเอกลักษณ์สำคัญของเด็กสวน นั่นคือการไหว้ คุณเคยเห็นที่ไหนเป็นอย่างนี้ไหมครับ รุ่นน้องต้องไหว้รุ่นพี่ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ เด็กบางคนงงและเกิดคำถามขึ้นมาว่า "ทำไมกูต้องไหว้ รู้รึเปล่าว่าพ่อแม่บังเกิดเกล้าของกู กูยังไม่เคยไหว้เลย แล้วเอ็งเป็นใครวะ !?!? เด็กเปรตขี้สงสัยบางคนได้ถาม แต่ไม่มีคำตอบ และไม่รู้ว่าเด็กเปรตคนนั้น ป่านนี้ไปเกิดใหม่เป็นอะไรแล้ว ยังครับ วีรกรรมของเด็กสวนมิได้มีเพียงเท่านี้ คุณเคยได้ยินเพลงเชียร์กีฬาของที่นี้ไหมครับ ที่ร้องว่า วี๊ด.... บูม อะไรสักอย่างนี่แหละ ผมรับรองว่า ถ้ามีเด็กสวนรวมตัวกันได้สักก้อนนึง แล้วเค้ากลุ่มนั้นนึกครึ้มอกครึ้มใจขึ้นมา ผมเชื่อว่าคุณจะได้ยินเพลงนี้ โดยไม่จำกัดเวลา และสถานที่ ไม่ว่าจะแข่งบอลเสร็จ ตลอดจนส่งเพื่อนไปเรียนเมืองนอก พี่แกเล่นร้องกันใน Airport อย่างไม่เกรงกลัวสายตาของชาวบ้าน พฤติกรรมอย่างนี้พวกเขาคิดว่ามันตื่นเต้น และเรียกความสนใจจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี สิ่งที่ผมอิจฉา คละเคล้ากับความเกลียดอีกข้อ ก็คือระบบสังคมของที่นี่ ความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง ผมคิดว่าจะหาที่ไหนให้มันเหมือนที่นี่ คงไม่มี เคยได้ยินเรื่องเล่ามาว่า เคยมีเด็กสวนคนหนึ่งไปสมัครงานที่บริษัทที่มีพนักงานรับสมัครเป็นศิษย์เก่าพอดี จึงเกิดการคัดเลือกในรอบแรกก่อน ใครที่จบมาจากสวนฯ ก็สบายแฮ...
นี่เป็นตัวอย่างของความยุติธรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเด็กสวนอีกแล้วครับท่าน ถ้าพูดถึงเด็กสวนแล้วไม่พูดถึงกิจกรรม คุณก็คงจะรู้จักเด็กสวนได้ไม่เต็มที่ กิจกรรมของที่นี่ ผมเห็นแล้วหมั่นไส้จริง ๆ และบางครั้ง มันทำให้ผมรู้สึกร้อนผ่าว ๆ ที่ขอบตา เท่าที่เห็นมาจากโรงเรียนอื่น กิจกรรมมักถูกปลอมปน และถูกปลอมแปลง จนเด็กที่ทำกิจกรรมกลายเป็นเบ๊ของอาจารย์ โดนรับคำสั่ง ซ้ายหัน ขวาหันได้อย่างสบาย แตกต่างจากสวนกุหลาบลิบลับ กิจกรรมต่าง ๆ ของเด็กสวนมาจากสมองก้อนน้อย ๆ ของตัวเด็กครับ รู้สึกว่าอาจารย์จะเป็นเพียงแค่ที่ปรึกษา จะปล่อยให้เด็กบรรเลงกันเอง จะเละ หรือจะออกมาอย่างไรเป็นอีกเรื่อง ผมรู้สึกอิจฉาโอกาสที่พวกเขาได้รับ ประสบการณ์การทำงานอย่างนี้ หาไม่ได้ง่าย ๆ นะครับ ผมจึงได้แต่และสิ่งที่ตามมาก็คือ มันทำให้ผมเกลียดเด็กกิจกรรมที่จบมาจากสวนกุหลาบ โดยเฉพาะพวกที่เชี่ยวชาญกิจกรรม เพราะมันจะเป็นประเภทแก่พรรษา ตั้งตัวเป็นกูรู (กูรู้) ทางด้านกิจกรรมไปซะทุกเรื่อง สิ่งสุดท้ายเนื่องจากหน้ากระดาษไม่เอื้ออำนวย เป็นสิ่งที่ผมเกลียดที่สุดเลยก็ว่าได้ ผมเกลียดสวนกุหลาบ ไม่ว่าจะเป็นสังคม การเรียน กีฬา รุ่นพี่รุ่นน้อง กิจกรรม ฯลฯ (หรือจะให้เรียกง่าย ๆ ว่า เกลียดแม่มมันหมดทุกเรื่องนั่นแหละครับ) ถามว่าทำไมผมถึงเกลียด พวกคุณรู้มั๊ย เหตุที่มันทำให้ผมเกลียดคือเมื่อผมเข้ามาสัมผัสกับที่นี่แล้ว ผมอดไม่ได้ที่จะรักมัน อดไม่ได้เพื่อที่จะทุ่มเททุกอย่าง ที่จะทำเพื่อสวนกุหลาบ จนบางครั้งรู้สึกว่า เวลาเศษเสี้ยวหนึ่งในชีวิตได้หายไป เนื่องจากจะต้องทุ่มเทให้กับที่นี่..
สวนกุหลาบวิทยาลัย!!!
02 ม.ค. 48 / 22:29
0 0
จิบเดียวก็ซึ้ง [icon smile : 92 bytes] : n/a : n/a : n/a
followup id 100105 203.150.217.115 <= 203.113.35.9

#5# - 100106 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อันนี้ตอนงานจากเหย้ารุ่น 121
อ่านแล้วรู้สึกดี เลยก๊อปเก็บไว้

" เก็บไว้ในความทรงจำ 14 ก.พ. 46 "

ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะผมอยากให้มันเป็นเครื่องช่วยเตือนค่ำคืนของวันที่ 14 ผมอยากให้ทุกคน หาสิ่งเตือนค่ำคืนนี้ไว้กับตัวเองเช่นกัน เพราะมันเป็นเพียงครั้งเดียวในชีวิตของทุกคน
---------------------------------------------------------------------------------------
มิตรภาพมันเกิดตอนไหน ?
ท้องฟ้าตอนเช้าค่อนข้างมืดครึ้ม ฝนตกปรอยๆ เหมือนกับฟ้าจะร่วมในพิธีของเรา วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้ใช้ sk 121 แล้วสินะ เพราะเราจะกลายเป็น osk 121 แล้ว เริ่มด้วยตอนเช้าก็มีการฝากความทรงจำไว้ภายใต้เสื้อนักเรียนสวนกุหลาบ แล้วก็เริ่มการสอบกัน การสอบดำเนินไปอย่างรวดเร็ว 11.35 แล้ว พิธีจากเหย้าของเราชาวม.6 กำลังจะเริ่มขึ้น 13.00 มีการรวมตัวกันที่สนามฟุตบอลเพื่อสักการะกล่าวลา รัชกาลที่ 5 และพ่อปู่ จากนั้นก็เป็นการเดินไปขึ้นหอประชุม มีการยืนปรบมือลาของน้องๆ ม.1 ตลอดทาง 14.00 กิจกรรมบนหอประชุมได้เริ่มขึ้น มีกิจกรรมมากมาย อาทิ สู่อ้อมอกพี่ การมอบเกียรติบัตรแก่สุภาพบุรุษสวนกุหลาบ การแสดงของอาจารย์ การแนะนำกรรมการรุ่น ก็สามารถจะทำให้มีความรื่นเริงกันพอสมควร มีการเปิดสไลด์ชีวิตชาวสวน บรรเลงพร้อมกับเพลงที่มีเนื้อสุดฮิตอย่าง ยามค่ำ ย่ำสนธยา ... ตอนนี้อาจจะเศร้าบ้าง แต่ก็ไม่ทำให้ผมร้องไห้ได้หรอก นอกจากนี้ยังมีการสักการะพ่อปู่ มีพิธีกราบลาอาจารย์ แล้วก็จะร้องเพลงเดิมในตอนจบของพิธี จากนั้นทุกๆคนก็ลงไปข้างล่าง เซ็นเสื้อกันต่อ แล้วเข้าไปในงานเพื่อทานอาหาร และร่วมสนุกกัน การรับประทานอาหารดำเนินไปอย่างสนุกสนาน แม้ว่าอาหารจะหมดเร็วเหลือเกินก็ตาม แต่ก็ไม่ค่อยมีใครอยู่ประจำโต๊ะหรอก เพราะต่างก็เดินถ่ายรูป หาเพื่อน เพื่อเก็บเกี่ยวความทรงจำในวันนี้ไว้กันให้มากที่สุด เมื่อรับประทานอาหารและสนุกกันสักพักนึงแล้ว อาจารย์ก็ดำเนินพิธีต่อ มีการแจกเทียน แล้วจุดกัน จากนั้นก็มีการร้องเพลงต่างๆ สุดท้ายก็เป็นเพลงเดิม เพลงที่สามารถทำให้ทุกคนเศร้าได้เสมอ ถึงตอนนี้หลายๆคนเริ่มร้องไห้กันแล้ว แต่ไม่ใช่ผม ถึงจะเศร้าๆบ้างก็ตามที่ต้องจากโรงเรียนที่มีความทรงจำถึง 6 ปีไปก็ตาม ตอนจบก็เป็นการบูมสวนฯ แล้วก็มีอาหารมาให้รับประทานกันต่อ ตอนนี้คงไม่มีใครกินลงกันมากนัก เพราะเห็นหลายคนร้องไห้ มันก็เลยซึ้งตามไปด้วย แม้ว่าดนตรีจะเป็นเพลงร็อคก็ตาม หลังจากทานอาหารเพิ่มเติมกันเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มเป็นการกล่าวลาสวมกอดกันอย่างลูกผู้ชาย หลายๆคนน้ำตาเริ่มไหลกันมากแล้วในตอนนี้ แต่ไม่ใช่ผมแน่นอน เพื่อนๆหลายๆคนที่ร้องไห้เริ่มมาสวมกอดผมพร้อมกับกล่าวว่า “ มึงอย่าลืมกูนะ มึงอย่าทิ้งกูนะ” คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3... น้ำตามันไหลลงมาตอนไหนนะ คนที่เข้มแข็งมากๆอย่างผม คนที่เกิดมาเคยเสียน้ำตานับครั้งได้ คนที่ไม่เคยคิดว่างานนี้จะสามารถเรียกน้ำตาผมได้ แล้วน้ำตาที่อาบตรงแก้ม และตาของผมมันมาจากไหนกัน คำพูดที่ผมไม่เคยคิดจะพูดเริ่มหลั่งไหลออกมาจากปากของผม เพื่อนที่ไม่ค่อยจะเจอหน้ากันนัก พูดคุยกันนับครั้งได้ กลับมีความห่วงหาเกิดขึ้นอย่างประหลาด ผมกลัว กลัวจะไม่ได้เห็นหน้าทุกคนอีก กลัวว่าเวลาที่ดำเนินไป เวลาที่เป็นตัวพรากพวกเราไป จะทำให้พวกเขาลืมชื่อผม ลืมหน้าผม แล้วเมื่อโชคชะตาดำเนินให้เจอกันอีกครั้งทุกคนจะไม่สามารถจำกันได้ น้ำตาผมยิ่งไหล แม้ว่าจะกลั้นมันแล้วก็ตาม “มึงอย่าร้องกันดิวะ ไอ้เหี้ยเอ้ย “ ผมเริ่มเกลียดเวลา เวลาที่กำลังยิ้มอยู่ กำลังดีใจที่สามารถพรากพวกเราจากกันได้ แต่พลันนั้นเอง ผมก็คิดขึ้นมาได้ และผมก็ขอบคุณเวลาในอีกมุมหนึ่ง คือเวลาที่มอบคนรอบข้างที่อยู่กับผมตอนนี้มาให้ผม ได้มอบความทรงจำในคืนนี้มาให้ผม ได้มอบมิตรภาพที่ผมไม่เคยรู้เลยว่ามันเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ แต่ตอนนี้มันเปี่ยมล้นอยู่ในตัวผม ความรักที่ผมมีให้เพื่อนก็เช่นกัน เมื่อมันมามันไม่เคยบอก แต่มันได้แสดงออกมาแล้ว ว่ามันอยู่ภายในตัวผม ผมจ้องหน้าเพื่อนๆทุกคน คนแล้วคนเล่า มองไปข้างหน้า แล้วมองไปบนฟ้า ทำไมน่ะหรือ เพราะผมจะจำหน้าทุกคนไว้ จำทุกสิ่งทุกอย่างของทุกคน จำท้องฟ้าที่มีเมฆสีดำ ดวงจันทร์เต็มดวง ตึกยาวที่อยู่เบื้องหน้าผม ผมจะจำทุกสิ่งทุกอย่างในคืนนี้ ในเวลานี้ไว้ทุกส่วน จำไว้ด้วยหัวใจเพื่อผมจะได้ไม่ลืมคืนนี้ เพราะไม่ว่ายังไงหัวใจจะต้องอยู่กับผมไปชั่วชีวิต โชคดีนะทุกคน ขอให้เจอเส้นทางที่ตัวเองรัก เมื่อพบแล้วขอให้นึกถึงเพื่อนคนนี้บ้าง จะจำทุกคนตลอดไป สัญญา ……

“จากคนละฟ้า จากคนละแผ่นดิน กลับมาโบยบินข้ามไปสุดฟ้าจนได้พบกัน อาจเป็นเพียงลม ที่พาเราพบพาน ให้เราได้รักกัน และให้ฉัน ต้องฝืนใจลา อาจเป็นเพราะรักที่ผ่านมากับลม ผ่านมาเชยชม เพียงแผ่วพริ้วแล้วมันก็จางไป เก็บความทรงจำ เก็บงำในหัวใจ อยู่เพียงเดียวดายในเมื่อรักจากไปพร้อมสายลม เมื่อเป็นความรัก ที่ไม่อาจเผยใจ เก็บมันเอาไว้ เก็บมันเอาไว้ ไม่อาจยอมให้เธอรู้ เมื่อใดที่ลมพัด ให้ผ่านมาหน่อยได้ไหม อยากให้คืนวันที่ดีเหล่านั้นได้หวนมา เมื่อใดที่ลมหวน ที่เธอจะกลับมาหา เฝ้ารอเวลาที่ลมแห่งรักจะพัดพา มาอีกครั้ง…………….”

Boy : masterluckythai@hotmail.com
02 ม.ค. 48 / 22:35
0 0
จิบเดียวก็ซึ้ง [icon smile : 92 bytes] : n/a : n/a : n/a
followup id 100106 203.150.217.115 <= 203.113.35.9

#6# - 100107 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] บทความอันนี้เพื่อนผมเขียนไว้ในหนังสือห้องครับ
ลองๆอ่านกันดู

โรงเรียน............ความหมายมันลึกซึ้ง.............
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย..............แต่กว่ามันจะมี
ความหมาย............ต้องผ่านอะไรมามากมาย...

เราเป็นเด็ก ป.6 เราบอกทุกคนว่าอยากเรียนสวนกุหลาบฯ
สาเหตุด้วยความมีเชื่อเสี่ยงทางด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว
โดยไม่รู้อะไรอย่างอื่นเลย เราไปจับฉลากที่เทพศิรินทร์ แต่ไม่ได้
เลยมาสอบที่สวนกุหลาบฯ สุดท้ายเราสอบไม่ติด
เสียงโทรศัพท์อัตโนมัติแจ้งผลสอบ ยังดังก้องอยู่ในหู
“ขอแสดงความเสียใจ....” แต่พ่อแม่ก็นำเราเข้ามาเรียนจนได้....
เสียดายเวลา.....เสียดายเงิน.....แค่ทำอีกข้อเดียวก็จะติด...
ทำไมต้องใช้ตังค์ขนาดนี้หรือ

ตอนนี้ผมเป็นเด็ก ม.1 เราเลขที่ท้ายห้อง เพราะอะไร ก็คงรู้อยู่....
โรงเรียนทำไมร้อนแบบนี้.....สกปรก.....ตึกก็เก่า...
นี่หรือที่ที่เราอยากเข้า ตอนนี้อยากออกมากกว่า

“อ้าว พวกเลขที่หลังๆใครจะเรียนพิเศษกับครูก็ได้นะ ถ้าใครไม่เรียนเอาไว้
ตกก่อนค่อยเรียนก็ได้”
กูไม่มีทางเรียน

“ร้องสิวะร้องดังๆ มองหลีดด้วย อย่าคุย”
ร้องก็ร้อง....เอาวะ

“งานชิ้นนี้ครูให้แค่ 1 เต็ม 10 จะเอาไม่เอาคะแนน”
เอาๆครับ เขากดเกรดกันแบบนี้เหรอ

“งานนี้ให้ปลูกถั่ว ไหนดูซิ ทำไม ถั่วกระถางนี้ไม่งอกงามเลย”
“ก็ปลูกตั้ง 80 ต้นมันแออัดนี่ครับ ตามหนังสือต้นนี้มันต้องไม่งามอยู่แล้ว”
“ไม่จริง แสดงว่าไม่รดน้ำ จะปลูกใหม่ป่าว เอาไหมคะแนน”
“เอาๆครับ ปลูกใหม่ครับ”
ทำไมไม่มีเหตุผลเลย

“สมุดผมหายครับ มีคนเอาไป”
“งั้นก็คัดใหม่”
“แต่มีคนเอาไปนะครับ ผมรู้ มันหายแบบนี้ 2 ครั้งแล้วเล่มเดิมด้วย”

ยังมีอีกเยอะในชีวิต ม.1 ที่ไม่ดีนะ แต่ขอเล่าแค่นี้แล้วกัน...
เพราะอะไร...ก็เรามันเส้นเข้าไง....ไม่เป็นไร
เราต้องอัพตัวเองขึ้น เรียนๆๆๆๆ คะแนนๆๆๆๆ เรารออีก 2 ปี
เราจะไปเตรียมฯให้ได้

ผมเป็นเด็ก ม.2 ความกดดันใน ม.1 มันสอนเรา
เราขึ้นมาห้องคิงตอน ม.2 เราเป็นที่ 59 จาก 60 คน เรามีความสุขมาก
เรามีเพื่อน เพื่อนที่ไม่เหมือน ม.1 เพื่อนที่ไม่เอาเปรียบเรา
เราไม่อยากตกห้องคิง เรากลัว กลัวเจอคนไม่ดี เรียนๆๆๆๆ คะแนนๆๆๆๆ

เรามาเรียน เราจะทำกิจกรรมต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น

แต่จะว่าไป โรงเรียนที่โทรมๆ เนี๊ยะมันก็ไม่เลวนะ มันก็เรียนได้นี่
ว่าไปก็ภูมิใจนะที่ได้ทำกิจกรรม รุ่นพี่ดีๆก็มีนี่ ครู ม.2 เขาใจดี
ไม่เห็นเหมือนครู ม.1 เลย

อ๊ะ !...เราคิดแบบนี้ได้ไง ตอนแรกเราไม่ได้คิดแบบนี้เลย
เรื่องจะไปเตรียมฯ จะว่าไงดี อืมม...เดี๋ยวถึงเวลาค่อยตัดสินใจแล้วกัน

ตอนนี้ผมเป็นพี่ใหญ่ของ ม.ต้น กิจกรรมเหรอ โรงเรียนอื่นไม่น่ามีแบบเรานะ
เราน่าจะภูมิใจ เราจะไปเตรียมฯ ดีเหรอ
เพื่อนที่เรารู้จัก...เรากลัว กลัวเจอสิ่งใหม่ที่คาดเดาไม่ได้
แล้วเพื่อนใหม่ เราจะเข้ากับเขาได้เหรอ ถ้าเราเรียนอย่างเดียว
จะดีจริงหรือ

เราตัดสินใจแล้ว เราไม่สอบเข้าเตรียมฯดีกว่า อยู่สวนฯ ก็ดีแล้ว

อ๊ะ !.. เมื่อก่อนเราไม่เคยคิดแบบนี้เลยนะ พ่อเราหาว่าเรารักโรงเรียน
มากเกิน.... ไม่จริง เราเป็นแบบนั้นหรือ... เราเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่...
ความรู้สึกรักเพื่อน รักโรงเรียนมาเมื่อไร...ทำไมเราไม่รู้เลย....
มันมาตอนไหนนะ ช่างเถอะจะคิดทำไม พอเราเข้า ม.4 กิจกรรมเราก็หมดแล้ว
เราจะเรียนอย่างเต็มที่ไงล่ะ...
ครั้งแรกที่เสียดายที่ไม่ได้แปรอักษร คนเรานี่ก็แปลกที่รู้สึก
เสียดายตอนเมื่อเสียมันไปแล้ว

ตอนนี้เราเป็นรุ่นพี่แล้ว เราอยู่ ม.4 แต่ก็ยังมีแปรอักษรอีก
กิจกรรมอื่นๆก็ยังมีอยู่ ก็ดีนะเราอยากทำ ความคิดนี้มันเข้ามาในหัว
เป็นครั้งแรก ทำไมเราคิดแบบนี้ เราชอบที่นี่ ที่ที่ทำให้เรามีความสุข
เรารู้สึกภูมิใจขึ้นมาแล้ว...แต่จริงเหรอ..เมื่อก่อนเราไม่คิดแบบนี้นี่นา
อะไร...อะไรทำให้เปลี่ยนไป กิจกรรม เพื่อน ?
เราไม่รู้ เราสับสน เราเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ช่างเถอะ
แค่มีความสุขก็พอ แล้วอีก 2 ปีเราจะ ent แล้ว ต้องขยันหน่อย

เราจะจบแล้วหรือ อีกนาน...ช่างเถอะ !!

ช่วงนี้เรารู้สึกถึงความรู้สึกดีๆ ในสวนฯมาก และรู้สึกไม่น้อยใจแล้ว
ผิดกับเมื่อก่อน....

สำหรับชีวิต ม.5 ม.6 เราคือรุ่นพี่ เรารู้สึก รักเพื่อน แต่บรรยายไม่ถูก
รักโรงเรียนที่มอบสิ่งดีๆให้ กับเรา...

ความรู้สึกที่ไม่ดีเริ่มมาหาเราอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะ ความน้อยใจ
ที่มีอยู่ตอนแรก แต่เรากลัวที่เวลาอยู่ในโรงเรียนนี้มันน้อยลง
เวลาที่จะได้เจอเพื่อนมันน้อยลง ดูช่วงนี้เป็นช่วงที่มีความสุขมากที่สุด
ตลอดชีวิตที่ผ่านมาในรั้วสวนฯ เราอยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมเรียน ร่วมทุกข์
ร่วมสุข ร่วมเป็น ร่วมตาย กันมา เราเจอสิ่งที่โหดร้ายด้วยกันมา
เราเจอสิ่งดีๆด้วยกันมา แต่ทุกคนไม่บ่นสักคำ เพราะในใจทุกคนมีเพื่อน มีโรงเรียน
เราเริ่มทะเลาะกับพ่อแม่เพราะกิจกรรม ผิดกับเมื่อก่อน ที่มักหนีกิจกรรมเท่าทีทำได้
เราภูมิใจที่พ่อเราหาว่า

“สปิริตแรงจังนะ ถ้า ent ไม่ติดขึ้นมาจะหาว่าไม่เตือน ”

ทั้งที่มันควรจะเป็นคำด่า มากกว่าคำชม

ความกลัวในการลาจากมันรุนแรงขึ้น แต่เราจะพูดกับตัวเองเสมอ
“สวนกุหลาบฯไม่มีคำว่าจากกันตลอดไป” เราแค่กลัวจะเหมือนกับ
ม.1 ที่เราผ่านจากโรงเรียนเก่าโดยไม่คิดอะไร
จำเพื่อนเก่าแทบไม่ได้ เรากลัวลืม...กลัวลืมทุกคน แต่อย่างน้อยก็
เราคนหนึ่งที่จะไม่ให้มันเกิดขึ้นกับเราอีก เราเชื่อมั่นในโรงเรียนและเพื่อน

วันนี้ ขณะนี้เราคือ OSK เรามองย้อนกลับไปในอดีตของเรา
เราเห็นอะไรหลายอย่าง...

เราเห็น คนดิบคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรนอกจากความเห็นแก่ตัว
เป็นคนสุกที่รักเพื่อนมากที่สุด รักโรงเรียน ภูมิใจในสิ่งที่เป็น
อะไรเป็นผู้เปลี่ยน คงไม่ต้องบอก

เมื่อก่อน...เราไม่เชื่อว่าการเสียสละมีจริง
แต่ตอนนี้เราเชื่อในการเสียสละ

เมื่อก่อน...เพื่อนคือแค่อยู่ด้วยกัน
แต่ตอนนี้เราพบว่าตายให้กันได้

เมื่อก่อน...เราเคยเกลียดที่นี่
แต่ตอนนี้เรารักที่นี่ เพราะที่นี่คือชีวิตของเรา

เมื่อก่อน...เราคิดว่ากิจกรรมทำให้คนโง่ลง
แต่ตอนนี้เชื่อว่ากิจกรรมสร้างคนให้เป็นคน

เมื่อก่อน...เราคิดว่าโรงเรียนคือที่เรียนหนังสือ
แต่ตอนนี้โรงเรียนคือที่เรียนรู้ชีวิต

เมื่อก่อน...เรากลัวอนาคตที่ไม่รู้
แต่ตอนนี้เรากล้าเผชิญหน้าโดยมีเพื่อนเคียงข้าง

เมื่อก่อน...เราน้อยใจในโชคชะตา
แต่ตอนนี้ เราคือคนที่โชคดีที่สุด

เมื่อก่อน...เราคิดว่าเรียนคือทุกอย่าง
แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญกว่า มิตรภาพ

เมื่อก่อน...เราคิดว่าเราอยากพ้นจากที่นี่
แต่ตอนนี้เราอยากอยู่ที่นี่ให้นานที่สุด

เมื่อก่อน...เราเชื่อว่า เพื่อน วันหนึ่งก็ต้องจากกัน
แต่ตอนนี้เราเชื่อว่า “เพื่อนแท้” จะอยู่ด้วยกัน.....ตลอดไป

ผมเปลี่ยนไปมาก.......อะไรทำให้เปลี่ยนไป.........
ผมตอบคำถามได้แล้ว............โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

เสก 41196 (OSK 121)
02 ม.ค. 48 / 22:40
0 0
จิบเดียวก็ซึ้ง [icon smile : 92 bytes] : n/a : n/a : n/a
followup id 100107 203.150.217.115 <= 203.113.35.9

#7# - 100120 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ชอบเรื่องที่3 ซึ้งครับ
02 ม.ค. 48 / 23:51
0 0
นักพนันความคิด
followup id 100120 61.91.109.123

#8# - 100166 [icon-addtodelete : 101 bytes]
เรื่องที่ ความเห็นที่ 6 post มาก็ดีน่ะครับ แต่ไม่ชอบอยู่อย่างนึงที่พยายามเปรียบเทียบอาจารย์ ม.1 กับ ม.2 น่ะครับ เพราะจริงๆ แล้วเนี่ย อาจารย์ ม.1 หลายท่านก็เป็นอาจารย์ที่ดี แล้วลองคิดดูสิครับว่า เป็นระดับชั้นที่อาจารย์ต้องเหนื่อยที่สุดนะ เด็ก ม.1 น่ะ ซนยังกับลิง เค้าก็ต้องดูแลมาก จู้จี้มาก...... แต่เป็นสิ่งที่น่าแปลกคือ อาจารย์ ม.1 หลายๆ ท่านที่คอยดูแลเราสมัยเด็กๆ เนี่ย กลับถูกลืมมากที่สุด น่าน้อยใจแทน
03 ม.ค. 48 / 02:30
0 0
Mr.T
followup id 100166 202.28.181.7 <= 10.90.5.134

#9# - 100170 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ซึ้งครับ อันแรกกับอันสุดท้าย T-T
03 ม.ค. 48 / 03:08
0 0
Jackb [icon smile : 92 bytes] : n/a : n/a : n/a
followup id 100170 61.90.31.116

#10# - 100186 [icon-addtodelete : 101 bytes]
ลงเครดิตคนเขียนให้ด้วยซิครับให้เกียรติผู้เขียนเขาจะได้มีกำลังใจในการแต่งต่อไปคับ
03 ม.ค. 48 / 09:36
0 0
องค์ชายพิคูริ
followup id 100186 61.91.93.89

#11# - 100312 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ชอบเรื่อง "เสมา" "ผมเกลียดสวนกุหลาบ" " เก็บไว้ในความทรงจำ 14 ก.พ. 46 "มากๆครับ โดยเฉพาะเรื่องเเรกกับเรื่องที่3ร้องไห้เรยอ่ะ
03 ม.ค. 48 / 21:53
0 0
Mr_SK126 [icon smile : 92 bytes] : n/a : n/a : n/a
followup id 100312 202.5.85.249

#12# - 100346 [icon-addtodelete : 101 bytes]
บทความ เรื่อง นิทานเรือจ้าง
นานมาแล้ว ในดินแดนอันไกลโพ้นแห่งหนึ่ง เมื่อครั้งที่การเดินทางไปมาหาสู่กัน ระหว่างผู้คนในแคว้นต่างๆ ยังไม่สะดวกสบายเหมือนดั่งปัจจุบัน ครั้งกระนั้นมีชายหนุ่มผู้หนึ่ง เที่ยวออกเดินทางรอนแรมไปยังสถานที่ต่างๆ หวังเพื่อจะได้เข้าศึกษาเล่าเรียนในสำนักการศึกษา ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในแผ่นดิน และสามารถที่จะพัดกระพือกองไฟแห่งปัญญาของเขา ให้ลุกโชติช่วงขึ้นมาได้ หลังจากเที่ยวเสาะแสวงหาอยู่พักใหญ่ ก็ได้ทราบข่าวว่ามีสำนักการศึกษาอยู่แห่งหนึ่ง ที่สามารถทำให้แรงปรารถนาของตนให้เป็นจริงได้ เมื่อได้ทราบดังนั้น ชายหนุ่มก็ไม่รอช้าที่จะออกเดินทางดั้นด้นไปเพื่อให้ถึงยังสำนักนั้นให้จงได้ การเดินทางมาหยุดชะงักลงก็ตรงเกือบจะถึงอยู่แล้ว เสียแต่ว่าเบื้องหน้านั้นกลับมีลำน้ำใหญ่ ซึ่งมีน้ำไหลเชี่ยวกราก และคาดว่า คงจะลึกเกินกว่ากำลังที่จะฝืนข้ามไปให้ได้ มาขวางกั้นอยู่ พิจารณาดูก็เห็นจะมีวิธีเดียวที่จะข้ามลำน้ำนี้ ก็คือจะต้องว่าจ้างเรือจ้างให้ข้ามไปส่งยังอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งเรือจ้างก็มีอยู่หลายลำ ทั้งที่เป็นของเอกชน และมีทั้งที่ทางการจัดส่งมาให้บริการแก่ผู้ที่จะข้ามฟาก หลังจากชายหนุ่มได้ตรองดูแล้ว ไม่พบวิธีอื่นจึงรีบรุดเข้าไปยังท่าเรือข้ามฟากที่อยู่ใกล้ที่สุด เมื่อได้เข้าไปใกล้ ก็ได้เห็นว่าท่าเรือนั้นเก่าคร่ำคร่าจวนเจียนจะพังเต็มทน แต่ก็ปรากฏว่ามีเรือข้ามฟากจอดไว้คอยบริการอยู่ ภายในท่าเรือนั้นชายหนุ่มได้พบกับชายชรา 3 คนกำลังนั่งเล่นหมากรุกกันอยู่ ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะเอ่ยความประสงค์ของตนเองออกไป
"ข้าแต่ท่านผู้เฒ่า ตัวข้านี้เดินทางรอนแรมมาถึงที่นี่ หวังจะได้เข้าศึกษาในสำนักการศึกษาที่ได้ชื่อว่าดีเลิศ และก็ได้ทราบว่าที่แห่งนั้นตั้งอยู่ ณ ฟากตรงข้ามของลำน้ำสายนี้ แต่การเดินทางของข้าก็มาติดอยู่ตรงที่ไม่อาจข้ามลำน้ำสายนี้ไปได้ ขอให้ท่านผู้เฒ่าได้โปรดกรุณาแก่ตัวข้า ช่วยสงเคราะห์พายเรือพาข้าข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามด้วยเถิด"
ชายชราทั้งสามเมื่อฟังความจบลงก็หัวเราะ หนึ่งในสามกล่าวตอบชายหนุ่มไปว่า
"เจ้าหนุ่ม เจ้าหวังจะมาศึกษายังสำนักแห่งนี้แหละถูกต้องที่สุดแล้ว เจ้าจะไม่ผิดหวัง แต่น่าเสียดายที่พวกเราทั้งสามคงจะช่วยเจ้าไม่ได้ ด้วยเหตุที่พวกเราไม่ใช่คนพายเรือจ้างและก็ชราภาพมาก จนไม่สามารถพายเรือฝ่าลำน้ำนี้ได้ไหว ส่วนไอ้เจ้าคนพายเรือจ้าง มันก็ดันกลับบ้านไปเสียแล้ว ไอ้เจ้าเนี่ยน่ะนะมันไม่ค่อยมีความรับผิดชอบในหน้าที่ ยังไม่ทันถึงกำหนดเลิกงานมันก็หายตัวเสียแล้ว วัน ๆ ทำหน้าที่อย่างซังกะตาย พวกเราไม่เห็นมันจะมากระตือรือร้นอะไรเลย สงสัยเจ้าจะพึ่งพาเรือจ้างลำนี้ไม่ได้เสียแล้ว เจ้าลองเลยไปข้างหน้าเสียหน่อย ก็คงจะได้พบกับท่าเรืออีกแห่ง ลองไปดูนะเจ้าหนุ่มเอ๋ย"
ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณแล้วก็อำลาชายชราทั้งสามแล้วก็เดินต่อมาสักพัก ก็ปรากฏท่าเรือข้ามฟากให้เห็น แต่แปลกที่คราวนี้มี 2 ท่าอยู่ใกล้ ๆ กัน ตกแต่งสวยหรูงดงามแปลกตา ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงรีบรุดเข้าไปหวังเพื่อจะข้ามฟาก แต่เมื่อเข้าใกล้ก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นเจ้าของเรือจ้างของทั้ง 2 ท่ากำลังทะเลาะกันอยู่ ชายหนุ่มยืนดูอยู่พักใหญ่ก็ไม่เห็นหยุด พอดีมีคนเดินทางผ่านมา ชายหนุ่มจึงได้เข้าไปถามความเป็นมาจึงได้ทราบความว่า
"ทั้งสองนั้นเป็นคู่แข่งคู่กัดกัน ต่างฝ่ายต่างคอยจับผิดกัน เห็นใครได้ดีหรือเด่นดังกว่าตนไม่ได้ เป็นต้องริษยา และทั้งคู่ยังคอยปัดแข้งปัดขากันอยู่เรื่อย ใคร ๆ เห็นก็ได้แต่เบื่อหน่ายเอือมระอา ถ้าเจ้าจะข้ามฟากไปยังฝั่งกระโน้น เห็นทีจะต้องเดินต่อไปข้างหน้า คงจะหวังพึ่งพาเรือจ้างแบบนี้ไม่ได้หรอก"
เมื่อชายหนุ่มได้กล่าวคำขอบคุณและเดินต่อมาสักพัก ก็มาถึงยังท่าเรืออีกแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มพบว่าท่าเรือแห่งนี้บริเวณรอบ ๆ ถูกปล่อยให้หญ้าและวัชพืชจำพวกต่าง ๆ ขึ้นรกชัฏ ตัวท่าเรือก็ปล่อยให้ทรุดโทรมสกปรกไม่งดงามตา ชายหนุ่มเข้าไปในท่าเรือก็ได้พบกับเด็กน้อย 2 คนกำลังเล่นซุกซนกันอยู่ จึงได้เอ่ยปากถามไปว่า
"นี่เจ้าเด็กน้อย ตัวเรานี้ประสงค์จะข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม แต่เราก็ยังมองไม่เห็นผู้ที่จะทำหน้าที่พายเรือของท่านี้เลย หรือว่าจะเป็นพวกเจ้า ช่วยบอกเราทีเถิด"
เด็กน้อยได้ฟังดังนั้นก็ตอบชายหนุ่มไปว่า
"ท่านพี่ พวกเราทั้งสองไม่ใช่คนพายเรือหรอก พวกเรายังเด็กเกินไป พวกเราแค่มาอาศัยท่าเรือเป็นที่เล่นซุกซนเท่านั้น ส่วนคนพายเรือจ้างท่านี้ข้าก็ได้เห็นเค้าเป็นครั้งคราว บิดาของพวกเราได้บอกให้ทราบว่า เจ้าของเรือจ้างลำนี้มิใคร่ชอบทำงานในหน้าที่ของตน แต่กลับชอบที่จะไปทำงานทุกงานที่ตนเองจะได้หน้า ได้ชื่อเสียง เกียรติยศ ชอบคิดว่าตัวเองเก่ง มีความสามารถเหนือผู้อื่นผู้ใด ยิ่งงานไหนเป็นงานใหญ่ มีผู้คนเข้าร่วมเยอะท่านก็จะยิ่งชอบทำ และถ้าหากมีลูกค้าคนใดที่สลักสำคัญ หรือใช้ประโยชน์ในทางใดทางหนึ่งได้ เค้าถึงจะค่อยให้การบริการแก่ลูกค้านั้นเป็นอย่างดี แต่ถ้าเป็นลูกค้าธรรมดา อาจจะต้องรอเป็นวัน ๆ ก็ได้นะ"
ชายหนุ่มได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกสลดใจ คิดเสียว่า เรือจ้างประเภทนี้คงจะหวังพึ่งพาอะไรไม่ได้ เลยต่อไปข้างหน้าคงจะพบกับท่าเรืออีกเป็นแน่ คิดได้ดังนั้น จึงกล่าวคำขอบใจเด็กน้อย และออกเดินทางต่อ ซักพักหนึ่งก็มาถึงยังท่าเรืออีกแห่งหนึ่ง ท่าเรือนี้เป็นของทางการ ที่มีไว้บริการแก่คนที่จะข้ามฟากโดยคิดค่าโดยสารราคาถูก ชายหนุ่มเห็นว่าท่าเรือสะอาดสะอ้าน บริเวณโดยรอบก็ดูเรียบร้อยดี จึงคิดว่าคงจะไม่มีอุปสรรคอันใดมาขัดขวางการเดินทางอีก ชายหนุ่มรีบเข้าไปภายในท่าเรือ จึงได้พบกับเจ้าของเรือซึ่งรีบออกมาต้อนรับเป็นอย่างดี ชายหนุ่มรีบแจ้งความประสงค์ของตนออกไป เมื่อเจ้าของเรือได้ทราบว่าชายหนุ่มประสงค์จะข้ามฟาก เพื่อไปศึกษายังสำนักการศึกษาฝั่งตรงข้าม ก็แสดงความยินดีออกมา แล้วกล่าวกับชายหนุ่มว่า
"อันการที่เจ้าต้องการจะศึกษาหาความรู้นั้น นับเป็นสิ่งที่ดีมาก ตัวของเราก็ยินดีที่จะให้บริการพายเรือไปส่งเจ้า เอ่อ … แต่นี่แน่ะ เจ้าหนุ่ม เราเห็นว่าเจ้ามีความตั้งใจจริงเราก็มีเรื่องจะบอกกับเจ้าประการหนึ่ง อันเรือที่เจ้าเห็นเบื้องหน้านี้ เป็นเรือที่ทางการส่งมาบริการอาจไม่สะดวกสบาย และเดินทางได้ล่าช้า เอาอย่างนี้ไหมล่ะ ตัวเราเองก็มีเรืออยู่ลำหนึ่งเป็นเรือดี ที่นั่งนุ่ม อากาศถ่ายเทเย็นสบาย จะใช้เวลาเดินทางถึงรวดเร็วมาก แต่ที่สำคัญนะเรายังมีข้อทดสอบจากสำนักการศึกษาฝั่งตรงข้ามที่เราแอบรู้มา เพื่อบอกแก่เจ้าด้วยล่ะ แต่ว่าเราก็ต้องเก็บค่าโดยสารเจ้าแพงกว่าปกตินะ เจ้าลองเลือกดูละกันว่าจะเดินทางด้วยเรือลำไหน"
ชายหนุ่มได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกผิดหวังไม่น้อย แล้วจึงได้กล่าวตอบเจ้าของเรือผู้มักมากไปว่า
"อันตัวเราหวังได้วิชาความรู้ และต้องเป็นวิชาความรู้ที่ได้มาจากด้วยตัวของเราเอง คงไม่ปรารถนาจะข้ามฟากไปกับเรืออันแสนสบาย แต่แอบนำข้อทดสอบมาบอกแก่เราหรอก"
เมื่อเจ้าของเรือได้ฟังดังนั้น ท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไป เขาพูดห้วน ๆ ตอบชายหนุ่มกลับมาว่า
"เจ้านี่โง่ ไม่รู้จักเอาตัวรอด คนอื่น ๆ ตั้งหลายคนเค้าก็เชื่อเรา เดี๋ยวนี้ได้ดีกันไปหมดแล้ว ถ้าเจ้าจะไปเรือธรรมดาก็ได้ แต่เราไม่รับรองนะว่า อนาคตทางการศึกษาของเจ้าจะเป็นอย่างไร"
ชายหนุ่มได้ฟังดังนั้นก็ไม่ใคร่ชอบใจ คิดว่าเห็นจะพึ่งพาเรือจ้างลำนี้ไม่ได้ ทางข้างหน้าก็คงมีเรือจ้างอีกเป็นแน่ จึงบอกปัดเจ้าของเรือเจ้าของเรือและออกเดินทางต่อ เดินทางได้อีกพักใหญ่ก็มาถึงยังอีกท่าเรือหนึ่ง ท่าแห่งนี้ก็เป็นของทางการเช่นกัน มองภายนอกก็ดูธรรมดา บริเวณรอบ ๆ ก็มีการประดับประดา ด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยดูร่มรื่นงามตาดี ในใจของชายหนุ่มก็คิดว่า ท่าเรือนี้จะเป็นเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ จะพอหวังพึ่งพาข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามได้หรือไม่ แต่อย่างไรก็อุตส่าห์ดั้นด้นมาถึง ณ ที่นี่แล้ว ก็คงต้องลองดูอีกซักที เมื่อชายหนุ่มเข้าไปในท่าเรือก็พบกับชายชราผู้หนึ่ง แล้วก็ได้บอกกล่าวความประสงค์ของตน ที่จะข้ามฟากออกไป ชายชรารับฟังอย่างสงบจนจบความ จึงได้ยิ้มออกมา และกล่าวตอบแก่ชายหนุ่มไปว่า
"ข้ารู้สึกดีใจมาก ที่เจ้ามีความประสงค์ในการที่จะศึกษาหาความรู้ ในเมื่อเจ้าอุตส่าห์มาถึงยังท่านี้แล้ว ข้าก็พร้อมจะทำหน้าที่ของข้า เพื่อจะพาเจ้าไปไปให้ถึงดังประสงค์ โดยคิดค่าโดยสารอย่างถูก ตามที่ทางการได้กำหนด"
ชายหนุ่มเมื่อได้รับฟังดังนั้นก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง คิดว่า คงได้พบกับเรือจ้าง ที่สามารถพึ่งพาได้แล้ว หลังจากนั้นการเดินทางข้ามลำน้ำก็เกิดขึ้น เรือที่ใช้ก็เป็นเรือธรรมดาๆ แต่ทว่าฝีมือในการต่อเรือนั้นประณีต โครงเรือและไม้ที่ใช้ก็แข็งแรง ยากที่กระแสน้ำอันเชี่ยวกรากจะทำให้เรือแตกลงได้ ชายชราเองก็ได้ทำหน้าที่ของตนอย่างคล่องแคล่ว และชำนาญในเส้นทาง พาเรือมุ่งฝ่ากระแสน้ำไปด้วยความเรียบร้อยเป็นอย่างดี เมื่อเรือออกมาได้ซักพักหนึ่ง การสนทนาระหว่างคนทั้งสอง ที่มีอายุต่างกันราวตากับหลานจึงเกิดขึ้น โดยชายหนุ่มเป็นผู้เอ่ยถามขึ้นก่อนว่า
"ท่านผู้เฒ่า ข้าเห็นว่าท่านก็มีอายุมากแล้ว เหตุใดถึงยังต้องมาทำหน้าที่พายเรือ ฝ่ากระแสน้ำอันเชี่ยวกรากเช่นนี้ด้วยเล่า"
ชายชรายิ้มที่มุมปากแล้วจึงตอบชายหนุ่มไปว่า
"ข้าทำหน้าที่นี้มาตั้งแต่ยังหนุ่ม แล้วที่ข้ายังทำมาถึงทุกวันนี้ก็เพราะว่าข้ารัก และภูมิใจในหน้าที่เรือจ้างของข้า ความจริงท่าเรือที่เจ้าได้ผ่านมา เพื่อน ๆ ของข้าก็เคยทำมาก่อน แต่พออายุของพวกเค้าเหล่านั้นชักจะสูงขึ้น สังขารร่างกายก็ทรุดโทรมลง ในที่สุดพวกเขาก็ต้องเลิกอาชีพ ปล่อยให้คนหนุ่มๆ ใหม่ๆ มาทำงานแทน แล้วก็เป็นอย่างที่เจ้าได้เห็นน่ะแหละ ตัวข้าเองก็คงจะทำหน้าที่นี้ไปได้อีกไม่นาน เพราะสังขารก็ชักจะไม่ค่อยไหวเสียแล้ว"
ชายหนุ่มรับทราบในคำตอบนั้น แต่ทว่าความสงสัยก็ยังไม่หมดไป คำถามต่อมาจึงถูกตั้งขึ้น
"อีกสิ่งที่ข้ารู้สึกสงสัยมากก็คือ ทำไมท่านตกลงพาข้าข้ามฟาก แต่ท่านมิได้มีข้อเรียกร้องอันใด มากไปกว่าค่าจ้างอันสมควรจะได้จากข้า และทำไม ท่านถึงได้ไม่มีพฤติกรรมอันไม่เหมาะสม เหมือนดั่งท่าเรือที่ผ่าน ๆ มาเล่า"
ชายชราหัวเราะในลำคอ แววตาฉายแววแสดงความพอใจ ในคำถามของคนหนุ่มคราวหลาน จึงตอบกลับไปว่า
"ความจริงพวกเขาเหล่านั้น ก็มิได้แตกต่างไปจากข้าที่ยังต้องการเงินตรา ชื่อเสียง ความมีหน้ามีตาและความมั่นคงในชีวิต ผิดแต่ที่ว่า พวกเขาหลงลืมในหน้าที่อันควจจะเป็น ของเรือจ้างอย่างพวกเขา บ้างก็ไม่คิดว่า ความรับผิดชอบและจรรยาบรรณในหน้าที่ จะมีส่วนสำคัญต่อชีวิตของผู้ที่ต้องอาศัยเรือข้ามฟาก แต่สำหรับตัวข้านั้น ข้าตระหนักในพันธะหน้าที่ของข้าอยู่เสมอ เรือข้ามฟากอย่างข้า ประสงค์ก็เพียงแต่ ส่งเหล่าผู้ซึ่งต้องการจะข้ามฝั่ง ไปเพื่อแสวงหาวิชาความรู้และความบริบูรณ์แห่งชีวิต เพื่อให้ถึงยังอีกฟากฝั่งหนึ่งอย่างปลอดภัย มั่นคง อันการที่จะคิดฉกฉวย ล่อลวงเพื่อหวังในประโยชน์ของตน เอารัดเอาเปรียบ ตลอดจนเมินความรับผิดชอบ ในหน้าที่ของเรือจ้างอันพึงมีต่อผู้ประสงค์จะข้ามฟาก ย่อมเป็นการไม่สมควรและน่ารังเกียจเป็นอย่างยิ่ง"
ผู้เฒ่าสบตากับชายหนุ่มแวบนึงแล้วจึงได้พูดต่อไปว่า
"เจ้าหนุ่ม เจ้าคิดผิดอยู่อย่างหนึ่ง ใครว่าข้าจะไม่มีข้อเรียกร้องเอาจากตัวเจ้า ข้อแลกเปลี่ยน ในการที่ข้าจะพาเจ้าไปให้ถึงฝั่งตรงข้ามก็คือ เจ้าจะต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียนจนแตกฉาน ประพฤติตนเป็นคนดี อยู่ในกรอบของศีลธรรม และใช้วิชาความรู้ที่จะได้จากการศึกษานี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้คนให้มากที่สุด และนี่ก็เป็นข้อเรียกร้องสิ่งเดียว ที่ข้าจะขอจากเจ้า … เจ้าหนุ่ม"
บัดนี้ ชายหนุ่มก็ได้บังเกิดความเลื่อมใสในชายชราผู้นี้เป็นที่สุด ทั้งหัวใจและคำพูดของเขา ให้คำสัญญาอย่างหนักแน่นแก่ชายชราว่า จะทำตามที่ชายชราขอร้องให้จงได้ และจะทำอย่างเต็มที่ สุดกำลังความสามารถ
..............................
ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เรือข้ามฟากก็พาชายหนุ่มมาถึงยังอีกฝั่งของลำน้ำ ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณ และร่ำลาชายชราเรือจ้างเป็นที่เรียบร้อย ณ บัดนี้ เบื้องหน้าของชายหนุ่มก็คือ สำนักการศึกษาอันได้ชื่อว่าดีเลิศ และเป็นหนึ่งในแผ่นดิน ลึกเข้าไปภายในปรากฏเป็นอาคารลักษณะต่าง ๆ ที่ใช้ในการศึกษาเล่าเรียน ภายในอาณาบริเวณ ก็ประดับประดาไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ดูร่มรื่น คนหนุ่มมากหน้าหลายตา แต่งกายด้วยเครื่องปกคลุมอันสุภาพ สะอาดงามตาเดินกันอยู่ขวักไขว่ พวกเขาเหล่านี้ ก็คงจะเป็นผู้ที่หวังจะได้รับวิชาความรู้ จากสถานที่แห่งนี้เช่นเดียวกับตัวของเขา ชายหนุ่มหันกลับไปมองยังทิศของลำน้ำอีกครั้ง ตอนนี้ เรือจ้างที่ได้ทำหน้าที่ของตนเองจนเสร็จสมบูรณ์ ก็กำลังลอยลำเรือห่างออกไป ๆ เรื่อย ๆ สายตาของชายหนุ่มทอดยาวไปข้างหน้า เวลานี้เขาตระหนักดีถึงความจริงอยู่ข้อหนึ่งว่า สถานศึกษาแห่งนี้ถือว่าเป็นสถานที่อันดีเลิศ ตัวแก่นสารวิชาความรู้เองก็เป็นสิ่งที่ประเสริฐยิ่งนัก ตัวบุคคลที่จะเข้ามาทำการศึกษาเบื้องต้นก็น่าจะมีความตั้งใจที่แท้จริงในการที่จะศึกษาให้สำเร็จ >> แต่จะมีซักกี่คนที่ต้องเสียเวลาไปกับเรือจ้างประเภทที่ไม่มีความรับผิดชอบ และไม่มีความกระตือรือร้นในการทำหน้าที่ จะมีอีกกีคน ที่ต้องมาเสียผลประโยชน์ หรือเสียความรู้สึกหมดศรัทธาไปกับเรือจ้าง ที่มัวแต่ทะเลาะเบาะแว้ง ปัดแข้งปัดขา จ้องจับผิดกันอยู่ไม่จบไม่สิ้น จะมีอีกกี่คน ที่ต้องได้รับความเดือดร้อน ไปกับเรือจ้างประเภทที่ชอบทำงานเอาหน้า หาชื่อเสียงเกียรติยศใส่ตัว หรือไม่ก็หาประโยชน์จากผู้ที่จะมาใช้บริการเอาเสียเลย จะมีผู้คนอีกมากน้อยเท่าใดที่ต้องผิดหวัง เสียอนาคต ไปกับเรือจ้างประเภทที่จะคอยหาประโยชน์ จากหน้าที่ของตน ด้วยการล่อลวงวิชาความรู้ และข้อทดสอบจากสำนักการศึกษา อันถือเป็นสิ่งไม่บังควรเป็นอย่างยิ่ง และจะมีซักกี่คนกันที่จะโชคดี มาพบกับเรือจ้าง ที่ตระหนักในหน้าที่อันแท้จริงของตัวเอง และทำหน้าที่ของตนอย่างสุดกำลังความสามารถ ซึ่งเรือจ้างชนิดนี้ นับวันก็จะยิ่งลดลงและหมดไปในซักวัน <<
บัดนี้ ชายหนุ่มชักไม่แน่ใจแล้วว่าในอนาคตข้างหน้า คนรุ่นน้องของเขาจะเหลือผู้ที่มีโอกาสมาถึง ยังสำนักการศึกษาแห่งนี้ เพื่อแสวงหาวิชาความรู้อันประเสริฐเช่นเดียวกับเขาอีกซักกี่คน …
03 ม.ค. 48 / 22:38
0 0
ขลุกขลิก
followup id 100346 203.107.164.5 <= 203.107.167.55

#13# - 100347 [icon-addtodelete : 101 bytes]
บทความ เรื่อง The wanderer...
ฉันคือนักเดินทาง ผู้รอนแรมมาตามเส้นทางสายแผดเผา
จุดมุ่งหมายในการแสวงหา คือการตามหามหานครในฝัน
อัครมหานครสวนกุหลาบ...
ฉันเร่เซผ่านถนนตรีเพชร อันเป็นเส้นทางที่ทอดยาวไปยังจุดหมาย...
จุดหมายแห่งอุดมคติ ความฝัน ความหวัง
จุดหมายที่เหล่านักพเนจรต่างดันด้นเพื่อสัมผัสให้ลึกถึงตำนาน
ไหนเค้าร่ำลือกันว่า สวนกุหลาบเป็นอย่างไร
ฉันจะพิสูจน์ให้แจ่มชัดในสายตาให้ประจักษ์โลก...
ด้วยแรงพลังแสวงหาของฉันเอง...
ฉันด้นมาจนถึงโบราณสถาน"ตึกยาว"ด้วยความเหนื่อยอ่อน...
ครั้นแลเห็นเงาร่มที่ทอดยาว...พลันพบอัครสถาน จิตใจก็โลดแล่นเปรมปรีด์
แปรความเหนื่อยอ่อนเป็นความลิงโลดอย่างถึงที่สุด
ฉันพบนักเดินทางเช่นกัน
อักษรปัก ส.ก. หราอยู่บนอกเสื้อที่สง่างาม
เฉกเช่นกับประกายแจ่มจ้าที่ออกมาจากตัวผู้แรมทางผู้นั้น
ฉันหยุดถามเขาด้วยคำถามสองคำถาม ด้วยหมายมั่นว่า เขาจะตอบได้
แต่เขาก็ไม่สามารถ ไม่สิ เขาอรรถาธิบายไม่ได้
ด้วยความสัจ
ฉันไม่อาจเหนี่ยวรั้งเค้าไว้ตามกระแสแห่งเวลา
พลันการจากลาจึงต้องเกิด ขอให้โชคดี...
โชคดีเถิดผู้แสวงหาเฉกเช่นเรา...
จิตใจฉันงุนงงสับสน
นี่ละหรือคืออัครมหาสถาน สวนกุหลาบ
ผู้คนที่นี่ควรมีอารยธรรมสูงเลื่องเลียดฟ้า ตามตำนาน
แต่แค่คำถามง่ายๆ ก็ไม่มีใครสามารถบอกฉัน
หรือฉันต้องแสวงหาด้วยตนเองเรื่อยไป...
ใจของฉันบอกตัวฉันเช่นนี้ ฉันจะทำอย่างไร โอ้ ฉัน...
ความเหนื่อยอ่อนเริ่มย้อนกลับมา ทำให้ฉันต้องละสายตาจากสรรพสิ่ง
เพื่อแสวงหามุมสงบ ณ ที่ที่สัมผัสได้ถึงสายลมที่เลียดผ่านจิตใจที่อ่อนล้า
เพื่อหยุดพัก...นอนครุ่นคิดบนอัฒจันทน์ไม้ที่คร่ำคร่า
ณ อัฒจันทน์เก่าโบราณนี้ ฉันพินิจเพ่งร่องรอยได้ว่า
คล้ายผ่านการพักสงบตะกอนทางความคิดมานานแสนนานก่อนหน้านี้
ร่องรอยของมันบ่งบอกเช่นนั้น...
ขณะเคลิ้ม คล้ายๆว่าจะได้สดับเสียงอื้ออึงจากการทำอะไรบางอย่าง
การวิเคราะห์ การแสดงความเห็น เหงื่อผุดผ่านผิว หายใจแรง
นี่ละหรือคือสิ่งที่เราจะพบได้ในอัครมหาสถานแห่งนี้
มันคงดีนะ ว่าแต่คนผู้นั้น กลุ่มนั้นมีจุดหมายสูงสุดใด
เพื่อสิ่งที่ฉันแสวงหาหรือเปล่า แต่เอาเถอะ ฉันง่วง
ฉันจำได้ลางๆว่าเผยอยิ้มก่อนผลอยหลับไป
ด้วยความรู้สึกประหลาดระคนมั่นใจ...
ฉันตื่นในเวลาต่อมาด้วยเสียงดนตรีดุริยางค์
และสงครามในสนามไพศาลอันแสนวุ่นวาย
ฉันเหยียดตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆ กวาดสายตามองผู้พเนจรมากหน้าหลายตา
ฉันพยายามใหม่ พยายามเพียรถามนักพเนจรแปลกหน้า ด้วยคำถามเดิม
ทุกคนต่างตระหนกกับคำถาม ไม่มีใครตอบฉันได้
ฉันแทบจะท้อ....ฉันแสวงหาสิ่งใดกัน
บัดนี้ฉันยังไม่สดับ...แต่กลับได้รับคำตอบที่เงียบงัน...
คุณรู้ไหมฉันถามว่าอะไร
คำถามที่ผู้คนงุนงงและเบือนหน้าหนี
ฉันว่า"สวนกุหลาบ"อยู่ที่ไหน?
ไม่ใช่โบราณสถานรายล้อมนี่ละหรือ?
ทุกคนไม่ตอบ
กลับผายมือตบหน้าอก บ้างก็ชี้ที่หน้าอก
หรือมันมีอะไรเกี่ยวกับหัวใจของคนผู้นั้นดอกหรือ??
ฉันจะพยายามแสวงหาต่อไปเพื่อสัจจะในข้อนี้...
นั่นละคือคำถามข้อแรก กับคำตอบที่ฉันได้รับ...
และกับคำถามสุดท้าย...
ฉันว่า"สวนกุหลาบ"คืออะไร??
ทุกคนตระหนกครู่หนึ่ง แล้วกลับพลันหัวเราะในลำคอ ต่างเดินจากไป...
ปล่อยฉันงุนงงค้นหาบางสิ่ง
รู้ไหม...ฉันออกจะรำคาญซักหน่อยที่ไม่ได้คำตอบ
แต่นั้นไม่เท่ากับที่ประหลาดใจในอากัปกริยาของพวกเขา
ฉันละงงกับคนที่นี่จริงๆ อารยธรรมสูงส่งจริงหรือเปล่า
ต้องพิสูจน์...
6ปีละกัน...
แล้วฉันจะมาบอก...
ว่าฉันเดินทางมาที่นี่แล้วได้อะไร...
เอาละ คุณคือคนสุดท้ายที่ฉันจะถามแล้ว แต่ฉันไม่คาดหวังอะไรกับคุณนักหรอก...
...
สวนกุหลาบคืออะไร?.....

****************
03 ม.ค. 48 / 22:39
0 0
ขลุกขลิก
followup id 100347 203.107.164.5 <= 203.107.167.55

#14# - 100350 [icon-addtodelete : 101 bytes]
ชอบทุกบทความของสวนเรยอ่ะครับ ครัยมีก้ช่วยๆกานโพสน่ะ ม่ายก้รุ้แหล่งก้โพสๆบอกแร้วกานน่ะ ขอบคุนล่วงหน้าคับ!!!!!!!!!!!
03 ม.ค. 48 / 22:41
0 0
ขลุกขลิก
followup id 100350 203.107.164.5 <= 203.107.167.55

#15# - 100388 [icon-addtodelete : 101 bytes]
อ่านแล้วรักโรงเรียนมากขึ้นกว่าเดิมเป็นกอง ....
03 ม.ค. 48 / 23:54
0 0
ส.ว. 37433
followup id 100388 61.91.110.178

#16# - 100415 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อืม...
สวนกุหลาบเค้ารักโรงเรียนกันดีอ่ะ
เราว่า เด็กสวนน่ารักกันตรงนี้นี่แหล่ะ
04 ม.ค. 48 / 09:18
0 0
อุ้ม [icon smile : 92 bytes] : n/a : n/a : n/a
followup id 100415 161.200.255.161

#17# - 100420 [icon-addtodelete : 101 bytes]
You guys are so unbelieve.....how come you can love your school that much.....it was the best thing I've ever met........You guys are not like another boy schools......I cann't say their name but when I look at their webboards......most of messages are about girls and stupid stuff....but when I look at yours it is more than that.......all the thing that you talking about....Sunami or these story about your school........I'm glad that you guys are smart and nice.......... Dek-suan is cOOL.
04 ม.ค. 48 / 12:50
0 0
^-^ from another school
followup id 100420 67.137.46.87

#18# - 100480 [icon-addtodelete : 101 bytes]
หมายเหตุ : บทความเรื่อง "ยังเยาว์" ถูกเขียนโดย วี ประธานเชียร์ รุ่น 23 ของสวนนนท์ เป็นบทความที่ถูกนำมาเขียนลงในหนังสือ suankularb non (เล่มสีน้ำตาล) ที่แจกให้น้องๆม.1 วันปฐมนิเทศ เห็นว่าบทความนี้น่าจะเป็นบทความหนึ่งที่น่าจะนำมาเผยแพร่ให้ชาวสวนนนท์ได้อ่านกันเพื่อจะได้เห็นคุณค่าและความสำคัญของสถาบันตนเองมากขึ้น

Whistle……..Boom!! la Hure Hure Hure Ha Ha Hura Hura Hura He
He SU-AN-KU-LA-RB Suankularbbbbbbbbb….
Whistle……..Boom!! la Hure Hure Hure Ha Ha Hura Hura Hura He
He SU-AN-KU-LA-RB Suankularbbbbbbbbb….123 123 123 1
แม้ในความเป็นจริงผมก็แค่ฟังรู้เรื่อง ไอ้ตรงคำสุดท้ายที่ว่า SUANKULARB เท่านั้นเองแต่มันก็พอเพียงจะให้เด็กหลายร้อยคนรวมทั้งตัวผมเองขนลุกขนพองและเริ่ม รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังพร้อมจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเราไปอย่างสิ้นเชิง...
โอ้มวลสวนกุหลาบบบบบ...กลิ่นกำซาบบบบบ....ตราบฟ้าดินสิ้นสุดสูรย์....อุโมงค์มือ ที่พี่ๆช่วยกันก่อช่วยกันสร้างเป็นแนวยาวชมพู-ฟ้าคู่ใจอันแสนอบอุ่นในครั้งนั้น ใครจะคิดเล่าว่าคนที่เดินทางผ่านอุโมงค์แห่งนั้นไปพบจะกับสิ่งที่น่าหลงใหลจนไม่มีใครสามารถถอนตัวเดินกลับตามทางเดินเดิมออกมาได้อีกเลย...

ร้องให้ดังกว่านี้!!! ตบมือสุดๆหน่อยดิน้อง!!!ทำไมน้องไม่ทำกันล่ะ? นั่งตัวตรง ตัวยืดอก ตามองหลีด ..เสียงจากพี่ๆเดนนรกที่พวกผมเมื่อครั้นยังเยาว์ และเด็กทุกคนที่ขึ้นแสตนท์เชียร์จะต้องเจอะเจอ แม้ 6 ปีต่อมา มันอาจจะสายเกินไปที่พวกผมเพิ่งรู้ตัวว่านั้นคือเสียงที่ทุกคนล้วนจดจำได้เป็นอย่างดีเพราะมันจะย้ำและซ้ำเตือนในใจว่าครั้งหนึ่งเราเคยออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องผองเพื่อนทั้งหลายแม้จะมีเพียงอักษรย่อบนเสื้อนักเรียนสีขาวอร่ามที่จะยึดเราไว้เป็นอันหนึ่งได้แต่มันก็มีค่ามากพอให้เราร่วมกันสู้เพื่อสถาบันอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้
ที่นี่สอนให้คนมีอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ใช่เพียงแต่จะฝันไปวันๆอุดมการณ์กับความฝันคือความแตกต่างระหว่าง เด็กสวนฯกับเด็กนักเรียนทั่วๆไปเด็กสวนฯมักไม่ชอบที่จะเรียนประวัติศาสตร์ที่แล้วมา แต่มักชอบศึกษาเรื่องราวเก่าๆแล้วเดินไปข้างหน้าเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ขึ้นซะเอง

เรามักได้ยินคนทั่วไปมักพูดกันอยู่เสมอว่า "สวนกุหลาบฯต้องไม่เป็นสองรองใคร!!" สวนกุหลาบฯไม่เคยสอนให้ใครต้องเป็นที่หนึ่ง ไม่เคยสอนใครให้ห้ามแพ้แล้วก็จะไม่บังคับใครให้ชนะทุกครั้งไป ที่นี่สอนให้คนรู้จักชนะ แพ้ แล้วเดินต่อไปข้างหน้า ชัยชนะทุกครั้งล้วนคือการการันตีที่ยิ่งใหญ่ของเด็กสวนกุหลาบฯแต่หากไซร้ซึ่งความพ่ายแพ้และความผิดพลาด เด็กสวนฯผู้นั้นก็เหมือนดอกกุหลาบที่ไร้หนามอันแหลมคม ไร้อาวุธที่จะใช้ต่อสู้กับสิ่งเลวร้ายทั้งหลายทั้งปวงในโลกใบนี้ได้ในโลกใบนี้ได้
เวลา 6 ปี ในรั้ว ชมพู-ฟ้า 2136 วันแห่งช่วงชีวิตหนึ่ง ณ สวนกุหลาบฯนนทบุรีแห่งนี้ ทุกนาที ทุกวินาทีและทุกเสี้ยววินาทีล้วนมีคุณค่า การได้พบปะร่วมทำกิจกรรมกับรุ่นพี่รุ่นน้องกับคนอื่นๆ เปรียบได้เหมือนมีการใส่สารอาหารที่มีคุณค่าให้กับชีวิต การเคารพอาจารย์ การไหว้รุ่นพี่ หรือผู้มีคุณก็เสมือนว่าดอกนั้นได้รับการดูแลตกแต่งมาอย่างดี แล้วหาที่จัดวางของกระถางกุหลาบเพื่ออวดสายตาประชาชีจงกล้าที่เลือกเดินเข้าหาโอกาส แล้วใช้มันให้อย่างมีคุณค่าให้สมกับโอกาสที่เข้ามา....
ปีแล้ว ปีเล่า........ดอกกุหลาบย่อมมีการเปลี่ยนแปลง 6 ปีที่ผ่านไปไวเหมือนโกหก เด็กสวนฯทุกคนมีนาทีที่ต้องจากดอกกุหลาบสีแดงฉูดฉาด ก้าน ใบสีเขียวขจี พร้อมทั้งซึ่งหนามอันแหลมคม ย่อมเป็นที่หมายปองและต้องการของผู้พานพบมาอยู่เสมอ
เด็กที่นี่ถึงเวลาแล้วที่ต้องจาก แต่ไม่ว่าวันนี้ พรุ่งนี้ ปีหน้า หรือปีไหนๆ ก็ไร้ซึ่งความแตกต่าง กลิ่นของสวนกุหลาบแห่งนี้จะพัดพาดอกกุหลาบเหล่านั้นให้หวนคืนถิ่นอยู่เสมอ ศิษย์เก่าจบไปแล้วจะยังมาเยี่ยม จะยังคอยห่วงรุ่นน้องของเค้าอยู่เสมอพี่ๆเหล่านี้จะคอยกลับมาช่วยกลับมาชื่นชมความสำเร็จของพวกเราทุกครั้งไป
"กุหลาบเปลี่ยนกระถาง ไม่จางกลิ่น สวนกุหลาบเปลี่ยนถิ่น ไม่จางสี"

ให้ผมนั่งสาธยาย สวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี แห่งนี้ มีเรื่องมากมายให้ศึกษามีเรื่องราวมากมายให้พาลพบหลายชีวิตที่ต้องสัมพันธ์กัน ให้นั่งเขียนบนท้องนภานั้นก็คงยังไม่พอ ที่นี่มีความต่าง เรื่องราวเรื่องนี้คือความต่าง 5 ปีกว่าๆ เพียงระหว่างผมกับที่นี่ แล้วทีนี้คุณก็คงต้องใช้ชีวิตอีก 6ปีหาความต่างระหว่างชีวิตคุณกับที่นี่ของคุณแล้วล่ะ
BY WEE CHEER #23
04 ม.ค. 48 / 19:38
0 0
เด็กสวนนนท์
followup id 100480 203.150.32.174

#19# - 100498 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] บทความของสมานมิตร 117 รู้สึกจะขายดีเลยนะเนี่ย แต่ก็ดีครับที่มีการเอาบทความดีๆเหล่านี้มาโพสต์ น้องๆรุ่นหลังจะได้อ่านกัน
04 ม.ค. 48 / 20:30
0 0
will@OSK [icon smile : 92 bytes] : [ protect email from spamware ] : [ protect msn from spamware ]
followup id 100498 61.90.25.227

#20# - 100537 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] หุๆ

อยากอ่านมากกว่านี้ รอไปที่ www.thai.net/sklover ละกัน แม้ยังเจ๊งอยู่ เนื่องจากhost มันบ๊องๆ แต่คงเข้าได้ในเร็ววัน...^^
04 ม.ค. 48 / 22:21
0 0
meed [icon smile : 92 bytes] : n/a : n/a : n/a
followup id 100537 203.150.217.117 <= 203.113.34.9

#21# - 100554 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] meed สนใจมาอยู่ด้วยกันป่ะคับ -^^-
host ไม่เจ๊งนะ และก็ไม่บ๊องด้วย

เอิ๊กๆๆ
05 ม.ค. 48 / 00:38
0 0
duracell [icon smile : 92 bytes] : [ protect email from spamware ] : [ protect msn from spamware ] : 57791190
followup id 100554 61.90.26.26