[suanboard monotone logo : 2777 bytes]
[header decor line : 64 bytes]
HOME RULE FAVOURITE MEMBER ZONE REACTIVATE FORGET PASSWORD    

SEARCH [icon freecompose : 217 bytes]
[icon register : 195 bytes] สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก : โพสต์รูป, รูปแบบตัวอักษร, ไอคอน, bookmark, ค้นหาข้อความ ฯลฯ [icon login : 178 bytes]

[icon-delete : 101 bytes]
" " ---ตะลอนไทยไปกับหนมเส้น---> ฉบับ ๒๑ : เข้าป่า" "
-->> เก้าเดือนแล้วกว่าจะได้คลอดการเดินทางครั้งใหม่ของหนมเส้น ก็ขอยอมรับผิดโดยดุษฎีครับ เพราะช่วงนี้โดนเรื่องเรียนเรื่องสอบไปหลายดอกแทบตั้งตัวไม่ติด แล้วยังจะน่ากลัวได้อีกในเทอมต่อไป เลยออกตัวไว้ก่อนว่าคงจะโผล่มาไม่บ่อย แต่จะพยายามมาให้ได้ เพราะยังมีสต็อกอยู่อีกเยอะเลย
-->> ตอนนี้กำลังรวบรวมเรื่องเก่าๆ ลงสเปซอยู่นะครับ ที่ "ตะลอนไทย ไปกับหนมเส้น" http://nomsenrtp.spaces.live.com/ ยังไงศิษย์น้องน้อมรับคำแนะนำจากท่านผู้ชำนาญการ เผื่อว่าจะต้องปรับปรุงกระบวนท่าเคล็ดวิชาการทำสเปซต่อไปครับ
-->> การเดินทางในฉบับนี้ผ่านมาแล้วห้าเดือนนะครับ แต่รับรองว่าที่นี่จะยังสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ก็ขอเชิญทุกท่านได้สูดกลิ่นไอฝน เย็นลมป่า และมารำลึกถึงอดีตที่เจ็บปวดของการเมืองไทย กับการสังหารหมู่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ วันนี้เมื่อ ๓๑ ปีก่อนกันอีกครั้งหนึ่ง

---หนมเส้นกับชายสี่ ที่ภูหินร่องกล้า---> ฉบับ ๑ : เข้าป่า
--> "เข้าป่า" วลีนี้คงเป็นแค่เรื่องธรรมดาอย่างหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
-->เพราะใครก็ตามที่เขามีธุระในป่า อาจจะต้องไปเก็บของป่า ทำงานป่าไม้ ทำไร่อยู่ชายป่า ไปนำเที่ยวเดินป่า ไปถ่ายรายการเนวิเกเตอร์ ไปพักผ่อนหย่อนใจในป่า ฯลฯ ทุกคนก็ล้วนต้องมุ่งหน้าเข้าป่า


(๙) ในสมัยก่อนเท่าที่วิทยาการของมนุษย์ยังไม่เจริญ "การเข้าป่า" กลับเป็นเรื่องยาก อันตราย เสี่ยงตายจากไข้ป่าและสัตว์ร้าย
--ทว่า หากใครสักคนจะต้องหลบหน้าหนีความผิดบางอย่างจากสังคมนอกป่า หนีไปจากการกดขี่ หนีไปจากระบบไพร่และทาส หลบจากเสรีภาพที่ผูกมัดไว้ในกรอบกฎเกณฑ์ เพื่อให้ได้เสรีภาพที่หลุดพ้น
--> มันก็คุ้มค่า มิใช่หรือ ?

(๘) "เข้าป่า" คำคำเดียวกันนี้เมื่อราวสามสิบปีก่อน มันคือความเจ็บปวดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
--สงครามกลางเมืองที่ประชาชนทั่วหล้าถูกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีฝ่ายที่แสวงหาการปฏิวัติโดยกรรมาชีพ และฝ่ายที่ยึดติดอยู่กับอำนาจรัฐแบบเดิมๆ ส่วนคนธรรมดาเดินดินผู้ชมละครหลังข่าวก็ยังคงต้องเลือก ว่าอยากจะถูกขับไสไล่ส่งไปเป็นฝ่าย "นังซ้าย" หรือจะมั่นคงอยู่เป็นขวัญกำลังใจให้กับฝ่าย "ท่านขวา"
--ทางสายกลาง ดูเป็นสิ่งที่บ้านเมืองขาดแคลนหนัก แม้กระทั่งสมัยนี้ก็ตาม
--และไม่เฉพาะเมืองไทยเท่านั้น "การเข้าป่า" ก็ยังคงแสลงใจต่อชาวพม่าผู้รักเสรีภาพ เพราะหลังจากการกวาดล้างการชุมนุมใหญ่ ๘๘๘๘ นักศึกษาและประชาชนพม่าก็ยังคงต้อง "เข้าป่า" เข้ารกเข้าพงกันมาจนถึงทุกวันนี้

(๗) ลึกเข้าไปในป่า บนขุนเขาสูงชันกันดารในภาคเหนือตอนบนและตอนล่างของไทย ติดต่อกับประเทศลาว
--ที่นี่คือดินแดนที่ชาวม้งได้เข้ามาลงหลักปักฐาน หวังจะมีชีวิตสงบร่มเย็น หากแต่ภายใต้ร่มโพธิ์อันประเสริฐนี้ ชาวม้งกลับต้องถูกกดขี่ข่มเหงจากคนข้างล่าง มีชีวิตยากลำบาก

(๖) ความต้องการปฏิวัติเพื่อพัฒนาจึงเกิดขึ้น ไม่ต่างจากชาวม้งในลาว
--พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่เกิดจากการต่อต้านจักรวรรดินิยมญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกเมื่อปี ๒๔๘๕ ได้เดินทางก้าวข้ามมาถึงการต่อต้านจักรวรรดินิยมอเมริกันและเผด็จการทหารไทยในปี ๒๕๐๔
--เวลาที่ผ่านมาพรรคได้ออกดำเนินงานในชนบทห่างไกลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่เป้าหมายในจังหวัดน่านและเชียงราย ซึ่งชาวม้งที่นี่คือแบบอย่างของการต่อสู้เพื่อสิ่งที่ดีกว่า และทำให้ชาวม้ง ๒ คนจากทางใต้ที่ห่างไกลในรอยต่อ ๓ จังหวัด "เพชรบูรณ์-พิษณุโลก-เลย" ต้องดั้นด้นขึ้นมาเรียนรู้จนกลายมาเป็นสหาย และเผยแพร่ระบอบนี้แก่ชาวม้งทางใต้ในปี ๒๕๐๘ จนกลายมาเป็น "ฐานที่มั่นเขต ๓ จังหวัด" มีกองกำลังอยู่บนรอยต่อ ๓ จังหวัด โดยเฉพาะบนภูหินร่องกล้า และพาประชาชนส่วนหนึ่งข้ามทางหลวงหมายเลข ๑๒ สายพิษณุโลก-หล่มสัก ลงมาปฏิบัติงานถึงเขาค้อ
--> ด้วยภูมิประเทศที่ได้เปรียบ กระทั่งกองกำลังผสมทหาร ตำรวจและพลเรือน ในยุทธการภูขวางเมื่อปี ๒๕๑๕ แม้จะใช้เวลากว่า ๔ เดือนก็ไม่สามารถยึดภูหินร่องกล้าคืนมาได้เลย
06 ต.ค. 50 / 06:56
0 0
หนมเส้น_retrospective tourist post [icon smile : 92 bytes] : [ protect email from spamware ] : [ protect msn from spamware ]
view 401 : discuss 7 : rating - : bookmarked 0 : vote 0 58.9.129.89

#1# - 336327 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] (๕) ในยุคสมัยที่ฟ้าสีทองผ่องอำไพ
- หากแต่ความพ่ายแพ้ของนักศึกษาปัญญาชนในเหตุการณ์สังหารหมู่และรัฐประหาร ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ทำให้ผู้รอดชีวิตต้องมุ่งหน้า "เข้าป่า" กลับกลายเป็นว่ากองกำลังคอมมิวนิสต์ทั่วประเทศจึงมีโอกาสขยายตัวขึ้นมามาก รวมถึงบนภูหินร่องกล้า ที่มีนักศึกษาคึกคักเป็นพิเศษ

-ในยุคสมัยที่ฟ้าสีเหลือง บ่ายฝนพรำวันฉัตรมงคล ๒๕๕๐ ที่สถานีขนส่งพิษณุโลก ผมแบกกระเป๋าใบโตเดินสวนกับฝูงชนเสื้อเหลืองมากมายเพื่อไปขึ้นรถทัวร์สายนครไทย กับจุดหมายปลายทางที่ผมกำลังจะกลับไปเยือนอีกครั้ง "ภูหินร่องกล้า" โค้งแล้วโค้งเล่าบนทางหลวงหมายเลข ๑๒ สายวังทอง-หล่มสัก เลียบแม่น้ำเข็กที่เพิ่งเกรี้ยวกราดไปเมื่อวันก่อน รถทัวร์บุโรทั่งกำลังพาผมสูงๆ ขึ้นไป ใช่แล้วครับ ผมกำลังจะ "เข้าป่า"

(๔) บ่ายคล้อย รถปิกอัพสองแถวของหนุ่มเมืองปทุม ที่มาใช้ชีวิตครอบครัวอยู่ถึงนครไทย พาคณะชายสี่คดเคี้ยวขึ้นมาตามทางหลวงสาย ๒๓๓๑
-แม้ภูหินร่องกล้าจะขึ้นเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ ๔๘ ของไทย นับแต่วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๒๗ แต่จนป่านนี้ก็ยังคงขึ้นชื่อว่าหารถขึ้นภูที่มีราคามาตรฐานได้ยาก เพราะรถสองแถวประจำทางที่มีไม่กี่คันก็เลิกวิ่งหันมารับเหมาขึ้นภูแทน จึงลำบากชาวม้งอีกฟากภู เวลาจะลงมาตลาดทีต้องนั่งรถกระบะมากันทั้งหมู่บ้าน จะได้ไม่ต้องเปลืองน้ำมันบ่อย
-ส่วนนักท่องเที่ยวบางคนก็เลือกโบกรถกะหล่ำม้งจากหน้าด่านอุทยานฯ บ้างก็เหมาสองแถวขึ้นมาจากนครไทย แต่ก็มีสองแถวไม่กี่รายหรอกครับ ที่ทางอุทยานฯ สนับสนุนให้จัดทำใบเสนอราคามาตรฐานขึ้นมาโดยตรงอย่างของพี่ที่คณะชายสี่เหมามาจากศูนย์ขนส่งนครไทย พี่เขาใจดีอุตส่าห์เปิดหน้าต่างรับลมพัดชายเขาเย็นสะท้าน แถมคุยสัพเพเหระไปเรื่อย ยังไม่ทันไรก็มาถึงที่ทำการอุทยานฯ บนหลักกิโลเมตรที่ ๒๖ จนได้

06 ต.ค. 50 / 07:07
0 0
หนมเส้น_retrospective tourist post [icon smile : 92 bytes] : [ protect email from spamware ] : [ protect msn from spamware ]
followup id 336327 58.9.129.89

#2# - 336328 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] (๓) ที่จริงแล้วผมเคยมานอนกางเต็นท์ที่นี้เมื่อวันปีใหม่ ๒๕๔๒ ตั้งแต่ยุคที่เพชรบูรณ์ยังไม่ได้เปิดฝั่งภูทับเบิกขึ้นมา
-หลังจากปีนลงมาจากภูกระดึงผมก็ขึ้นมาถึงที่นี่ตอนค่ำ และอาบน้ำตอนสี่ทุ่ม ผมไม่รู้หรอกว่าอากาศมันกี่องศา รู้แต่ว่ามันช่างฉ่ำเย็นชุ่มปอดไปถึงขั้วหัวใจไม่มีวันลืม
-ตื่นเช้าขึ้นมาถึงได้เห็นมุมมองหลังที่ทำการที่เป็นทุ่งหญ้าป่าสนลาดเทลงไป ว่ามันโล่งกว้างเห็นฟ้าเห็นภูเขาได้เต็มตา ตอนกลางคืนเลยอาจจะได้เห็นแสงไฟจากเมืองนครไทยเป็นดาวบนดินอยู่ลางๆ
--> แต่หนนี้มาหน้าฝน ในลานเลยมีพุ่มดอกกระเจียวบานอยู่หลายจุด และยังมีม่านทะเลหมอกตอนเย็นๆ ให้ได้ชมกัน เป็นปุยเมฆก้อนขาวค่อยๆ เยื้ยงย้ายมวลสารไปตามแรงลม จากซ้ายแผ่ไปขวา ตื่นตาตื่นใจกันจนมืดค่ำอยู่ตรงลานกางเต็นท์นี่เอง ไม่ต้องไปไหนไกลเลย

06 ต.ค. 50 / 07:12
0 0
หนมเส้น_retrospective tourist post [icon smile : 92 bytes] : [ protect email from spamware ] : [ protect msn from spamware ]
followup id 336328 58.9.129.89

#3# - 336329 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] (๒) แล้วพวกสิ่งอำนวยความสะดวกตรงที่ทำการก็มีครบเครื่องนะครับ
- ทั้งนิทรรศการศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ร้านขายของที่ระลึก ร้านค้าสวัสดิการ ที่เช่าเต็นท์ ผ้าห่ม ถุงนอน ร้านอาหารสองร้านที่เปิดทั้งปี มีบ้านพัก ลานกางเต็นท์ ลานกลางแจ้ง
- โดยเฉพาะศาลาที่เป็นค่ายเยาวชนที่ผมไปกางเต็นท์บนนั้นอย่างสบายใจ มันมีห้องน้ำทำใหม่ดูดีทุกจุดเลย แต่ห้องน้ำรวมตรงค่ายมันกลับมีแต่น้ำเย็นน่ะ ผมเลยได้อาบน้ำตัวสั่นงันงกกันอีกแล้ว ไม่ผิดหวังจริงๆ

(๑) ส่วนศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่นี่ก็น่าสนใจ เพราะมีทั้งข้อมูลด้านประวัติศาสตร์และธรรมชาติอยู่ด้วยกัน
-แค่หน้าประตูก็มีซากเฮลิคอปเตอร์ของรัฐบาลที่ถูกทหารป่ายิงตกให้ได้ระลึกถึงกัน พอเข้าไปข้างในก็ต้องตื่นตากับนิทรรศการมากมาย แถมพี่เจ้าหน้าที่ก็ยังเปิดโรงหนังเชิญให้คณะชายสี่เข้าไปชมสารคดีแนะนำอุทยานฯ ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีครับไม่ว่าจะเป็นอุทยานที่ไหน เพราะส่วนตัวไม่ค่อยชอบเที่ยวแบบเอ๋อเหรอ คอยแต่ชะโงกแบบไม่ยอมหาความรู้ใส่ตัว
--> แต่ถ้านางฟ้าของผมไปด้วย แล้วเธอดันชอบแบบนั้นก็ไม่ว่ากันหรอกครับ จะชะโงกหัวเป็นเพื่อนเธอด้วยซ้ำ (กึ๋ย)

06 ต.ค. 50 / 07:25
0 0
หนมเส้น_retrospective tourist post [icon smile : 92 bytes] : [ protect email from spamware ] : [ protect msn from spamware ]
followup id 336329 58.9.129.89

#4# - 336331 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] (๐) ภูหินร่องกล้าของผมกับคณะชายสี่ในวันนั้น มีฝนตกปรอยๆ อยู่ตลอด อากาศเย็นสบาย สูดอากาศได้เต็มปอด ข้าวมื้อเย็นที่ร้านอาหารตามสั่งก็อร่อย ได้กินไก่ทอดกรอบหอมกรุ่น พอเดินกลับมาที่เต็นท์ก็เบิกบานใจ จะหยิบกีตาร์มาร้องเพลงอะไรมันก็มีความสุข จะนั่งคิดถึงใครมันก็ยิ้มได้ไปหมด
--เป็นอีกคืนในป่าที่ผมนอนหลับสบาย อยู่ท่ามกลางแมลงป่าที่แวะเวียนไปมาอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร
--อย่างน้อย ระยะเวลากว่า ๑๖ ปีที่คน "เข้าป่า" มาสู้รบฆ่าฟันกัน เจ้าของป่าอย่างพวกมันก็ยังคงใช้ชีวิตไปตามปกติและไม่เคยต้องมาสนใจพวกคนที่ "เข้าป่า" มา ดีไม่ดี มันอาจจะมีความสุขอย่างที่ผมเป็นอยู่ก็ได้ อยู่ในโลกที่สงบสุขและมีเสรี
--แล้ว มันก็คงไม่ได้รับรู้ด้วย ว่าสิ่งที่เรียกตัวเองว่า "มนุษย์" นั้น จะมีชีวิตที่วุ่นวายกันได้ขนาดนี้.

06 ต.ค. 50 / 07:48
0 0
หนมเส้น_retrospective tourist post [icon smile : 92 bytes] : [ protect email from spamware ] : [ protect msn from spamware ]
followup id 336331 58.9.129.89

#5# - 336332 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] เข้าป่า กะ เข้าพวกไม้ป่าเดียวกัน

มันแยยเดียวกันใช่มั้ยฮะ
06 ต.ค. 50 / 08:18
0 0
KAPONG 130 [icon smile : 92 bytes] : n/a : n/a : n/a
followup id 336332 58.9.145.105

#6# - 336568 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ไม่เห็นตั้งนานนะค่ะ

ปล. รึว่าเราไม่ได้สังเกต ถ้าอย่างนั้นก็ขออภัย
06 ต.ค. 50 / 21:37
0 0
@love_suan@ [icon smile : 92 bytes] : [ protect email from spamware ] : [ protect msn from spamware ]
followup id 336568 124.121.131.235

#7# - 336569 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] แล่วๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เทพเจ้าแบ็คแพ็ค กลับมาแล้ว
06 ต.ค. 50 / 21:41
0 0
สาดดดดดดดดด [icon smile : 92 bytes] : n/a : n/a : n/a
followup id 336569 158.108.2.6 <= 158.108.210.182