 |
![[icon-delete : 101 bytes]](img/icon-delete.gif) |
| " " ---ตะลอนไทยไปกับหนมเส้น---> ฉบับ ๒๑ : เข้าป่า" " |
 |
 |
-->> เก้าเดือนแล้วกว่าจะได้คลอดการเดินทางครั้งใหม่ของหนมเส้น ก็ขอยอมรับผิดโดยดุษฎีครับ เพราะช่วงนี้โดนเรื่องเรียนเรื่องสอบไปหลายดอกแทบตั้งตัวไม่ติด แล้วยังจะน่ากลัวได้อีกในเทอมต่อไป เลยออกตัวไว้ก่อนว่าคงจะโผล่มาไม่บ่อย แต่จะพยายามมาให้ได้ เพราะยังมีสต็อกอยู่อีกเยอะเลย
-->> ตอนนี้กำลังรวบรวมเรื่องเก่าๆ ลงสเปซอยู่นะครับ ที่ "ตะลอนไทย ไปกับหนมเส้น" http://nomsenrtp.spaces.live.com/ ยังไงศิษย์น้องน้อมรับคำแนะนำจากท่านผู้ชำนาญการ เผื่อว่าจะต้องปรับปรุงกระบวนท่าเคล็ดวิชาการทำสเปซต่อไปครับ
-->> การเดินทางในฉบับนี้ผ่านมาแล้วห้าเดือนนะครับ แต่รับรองว่าที่นี่จะยังสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ก็ขอเชิญทุกท่านได้สูดกลิ่นไอฝน เย็นลมป่า และมารำลึกถึงอดีตที่เจ็บปวดของการเมืองไทย กับการสังหารหมู่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ วันนี้เมื่อ ๓๑ ปีก่อนกันอีกครั้งหนึ่ง
---หนมเส้นกับชายสี่ ที่ภูหินร่องกล้า---> ฉบับ ๑ : เข้าป่า
--> "เข้าป่า" วลีนี้คงเป็นแค่เรื่องธรรมดาอย่างหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
-->เพราะใครก็ตามที่เขามีธุระในป่า อาจจะต้องไปเก็บของป่า ทำงานป่าไม้ ทำไร่อยู่ชายป่า ไปนำเที่ยวเดินป่า ไปถ่ายรายการเนวิเกเตอร์ ไปพักผ่อนหย่อนใจในป่า ฯลฯ ทุกคนก็ล้วนต้องมุ่งหน้าเข้าป่า
(๙) ในสมัยก่อนเท่าที่วิทยาการของมนุษย์ยังไม่เจริญ "การเข้าป่า" กลับเป็นเรื่องยาก อันตราย เสี่ยงตายจากไข้ป่าและสัตว์ร้าย
--ทว่า หากใครสักคนจะต้องหลบหน้าหนีความผิดบางอย่างจากสังคมนอกป่า หนีไปจากการกดขี่ หนีไปจากระบบไพร่และทาส หลบจากเสรีภาพที่ผูกมัดไว้ในกรอบกฎเกณฑ์ เพื่อให้ได้เสรีภาพที่หลุดพ้น
--> มันก็คุ้มค่า มิใช่หรือ ?
(๘) "เข้าป่า" คำคำเดียวกันนี้เมื่อราวสามสิบปีก่อน มันคือความเจ็บปวดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
--สงครามกลางเมืองที่ประชาชนทั่วหล้าถูกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีฝ่ายที่แสวงหาการปฏิวัติโดยกรรมาชีพ และฝ่ายที่ยึดติดอยู่กับอำนาจรัฐแบบเดิมๆ ส่วนคนธรรมดาเดินดินผู้ชมละครหลังข่าวก็ยังคงต้องเลือก ว่าอยากจะถูกขับไสไล่ส่งไปเป็นฝ่าย "นังซ้าย" หรือจะมั่นคงอยู่เป็นขวัญกำลังใจให้กับฝ่าย "ท่านขวา"
--ทางสายกลาง ดูเป็นสิ่งที่บ้านเมืองขาดแคลนหนัก แม้กระทั่งสมัยนี้ก็ตาม
--และไม่เฉพาะเมืองไทยเท่านั้น "การเข้าป่า" ก็ยังคงแสลงใจต่อชาวพม่าผู้รักเสรีภาพ เพราะหลังจากการกวาดล้างการชุมนุมใหญ่ ๘๘๘๘ นักศึกษาและประชาชนพม่าก็ยังคงต้อง "เข้าป่า" เข้ารกเข้าพงกันมาจนถึงทุกวันนี้
(๗) ลึกเข้าไปในป่า บนขุนเขาสูงชันกันดารในภาคเหนือตอนบนและตอนล่างของไทย ติดต่อกับประเทศลาว
--ที่นี่คือดินแดนที่ชาวม้งได้เข้ามาลงหลักปักฐาน หวังจะมีชีวิตสงบร่มเย็น หากแต่ภายใต้ร่มโพธิ์อันประเสริฐนี้ ชาวม้งกลับต้องถูกกดขี่ข่มเหงจากคนข้างล่าง มีชีวิตยากลำบาก
(๖) ความต้องการปฏิวัติเพื่อพัฒนาจึงเกิดขึ้น ไม่ต่างจากชาวม้งในลาว
--พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่เกิดจากการต่อต้านจักรวรรดินิยมญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกเมื่อปี ๒๔๘๕ ได้เดินทางก้าวข้ามมาถึงการต่อต้านจักรวรรดินิยมอเมริกันและเผด็จการทหารไทยในปี ๒๕๐๔
--เวลาที่ผ่านมาพรรคได้ออกดำเนินงานในชนบทห่างไกลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่เป้าหมายในจังหวัดน่านและเชียงราย ซึ่งชาวม้งที่นี่คือแบบอย่างของการต่อสู้เพื่อสิ่งที่ดีกว่า และทำให้ชาวม้ง ๒ คนจากทางใต้ที่ห่างไกลในรอยต่อ ๓ จังหวัด "เพชรบูรณ์-พิษณุโลก-เลย" ต้องดั้นด้นขึ้นมาเรียนรู้จนกลายมาเป็นสหาย และเผยแพร่ระบอบนี้แก่ชาวม้งทางใต้ในปี ๒๕๐๘ จนกลายมาเป็น "ฐานที่มั่นเขต ๓ จังหวัด" มีกองกำลังอยู่บนรอยต่อ ๓ จังหวัด โดยเฉพาะบนภูหินร่องกล้า และพาประชาชนส่วนหนึ่งข้ามทางหลวงหมายเลข ๑๒ สายพิษณุโลก-หล่มสัก ลงมาปฏิบัติงานถึงเขาค้อ
--> ด้วยภูมิประเทศที่ได้เปรียบ กระทั่งกองกำลังผสมทหาร ตำรวจและพลเรือน ในยุทธการภูขวางเมื่อปี ๒๕๑๕ แม้จะใช้เวลากว่า ๔ เดือนก็ไม่สามารถยึดภูหินร่องกล้าคืนมาได้เลย |
 |
 |
| 06 ต.ค. 50 / 06:56 |
 |
0
0
หนมเส้น_retrospective tourist post : : |
 |
|
 |
 |
|
|
view 401 : discuss 7 : rating - : bookmarked 0 : vote 0
|
58.9.129.89
|
|