[suanboard monotone logo : 2777 bytes]
[header decor line : 64 bytes]
HOME RULE FAVOURITE MEMBER ZONE REACTIVATE FORGET PASSWORD    

SEARCH [icon freecompose : 217 bytes]
[icon register : 195 bytes] สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก : โพสต์รูป, รูปแบบตัวอักษร, ไอคอน, bookmark, ค้นหาข้อความ ฯลฯ [icon login : 178 bytes]

[icon-delete : 101 bytes]
" ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ที่เมพที่สุดในสามโลก "
ทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ เป็นผลงานที่น่าเกรงขาม เพราะไม่เพียงแต่สะท้อนถึงภูมิปัญญาที่เหนือมนุษย์ แต่ยังสะท้อนถึงความละเอียดอ่อนในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ หลักการคำนวณของเขาสามารถนำไปพิสูจน์กฎทางฟิสิกส์อื่นๆได้อย่างสอดคล้อง

ทฤษฎีของไอน์สไตน์ครอบคลุมทฤษฎีอื่นๆที่นักวิทยาศาสตร์หลายคนก่อนหน้าเขาเคยคิดขึ้นมาสั่งสมกันนับพันปี

มนุษย์บนโลกเป็นหนี้บุญคุณของนักวิทยาศาสตร์มหาอัจฉริยะของโลกสองคน คือ นิวตัน กับ ไอน์สไตน์ ถ้าไม่มีนักวิทยาศาสตร์สองคนนี้ ทิศทางการพัฒนาของโลกจะเปลี่ยนไปมหาศาล ถ้าไม่มีกฎของนิวตัน โลกอาจไม่มี ตึกสูงๆ สะพานแขวน ไม่มีดาวเทียม ไม่มีเครื่องบิน จนไปถึงไม่มีเครื่องจักรกล ไม่มีรถ เครื่องซักผ้า เครื่องปั่นน้ำผลไม้ ฯลฯ หรือแม้แต่เครื่องเล่นเกือบทุกชนิดในสวนสนุกเพราะทั้งหมดนี้ล้วนแล้วมีพื้นฐานพัฒนามาจากมาจากกฎของนิวตันทั้งสิ้น
กฎของนิวตันก่อให้เกิด “คลื่นลูกที่สอง” มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้นบนโลก วิศวกรนำกฎของนิวตันไปสร้างเครื่องจักรกลมากมาย มีการสร้างเรือไอน้ำลำใหญ่ สะพานขึงทั่วยุโรป พัฒนาระบบขนส่งทางรถไฟ โรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ ในอีกด้านก็มีมนุษย์อีกกลุ่มหนึ่ง นำกฎของนิวตันไปสร้างอาวุธทำลายล้างสูง หลังจากนิวตันเสียชีวิตไปประมาณสองร้อยปี สงครามโลกครั้งที่หนึ่งก็อุบัติขึ้น ผู้คนกว่าเก้าล้านคนเสียชีวิตด้วยสิ่งประดิษฐ์มหัศจรรย์ตามกฎนิวตันนั่นก็คือ “ปืนกล” โชคยังดีที่รถถัง จรวด เครื่องบิน ยังพัฒนาไปได้ไม่มากขณะนั้น

ขณะที่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งประทุขึ้น ขณะนั้น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ มีอายุได้ 35 ปี และคิดค้นทฤษฎีสัมพัทธภาพ รวมไปถึงทฤษฎีสำคัญอื่นๆที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลกมากมายสำเร็จเรียบร้อยแล้ว

ถ้ากฎของนิวตัน ก่อให้เกิดคลื่นลูกที่สองเปลี่ยนแปลงโลก ถึงขนาดปฏิวัติอุตสาหกรรม เกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ทฤษฎีของไอน์สไตน์ ก็ก่อให้เกิด “คลื่นลูกที่สาม” เกิดการปฏิวัติเทคโนโลยี มีการพัฒนาด้านคอมพิวเตอร์ การสื่อสาร โทรคมนาคม อย่างมหาศาล ระบบดาวเทียม เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่น DVD ระบบ GPS ไมโครเวฟ แสงเลเซอร์ จอภาพโทรทัศน์ เครื่องถ่ายเอกสาร โทรศัพท์มือถือ Fiber optic ฯลฯ หรือใครที่สายตาสั้นแล้วไปทำเลสิก ก็ต้องนึกขอบคุณไอน์สไตน์เพราะทั้งหลายเหล่านี้ล้วนแล้วพัฒนามาจากพื้นฐานทางทฤษฎีของไอน์สไตน์ทั้งสิ้น

และเช่นกัน เหรียญย่อมมีสองด้าน มีมนุษย์อีกพวกหนึ่ง นำทฤษฎีของไอน์สไตน์ ไปพัฒนาสร้างอาวุธทำลายล้างสูง อย่างระเบิดปรมาณู และทดลองไปทิ้งที่ฮิโรชิมาเป็นที่แรก โลกต้องตะลึงในอานุภาพของมัน ด้วยมวลของมวลสารเพียง 0.7 กรัม สลายตัวภายใน 0.01 วินาที ให้พลังงานออกมาขนาดทำเอาเมืองฮิโรชิมาราบไปทั้งเมือง

นักวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบันต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าโลกไม่มีอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์มาเกิด ความรู้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และสิ่งประดิษฐ์คิดค้นทางเทคโนโลยีต่างๆที่เห็นกันอยู่ต้องใช้เวลาอีกหลายศตวรรษกว่าจะประสบความสำเร็จเช่นนี้ หรืออาจจะไม่ประสบความสำเร็จเลยก็ได้

แม้ว่าไอน์สไตน์จะไม่ได้นับถือพุทธศาสนา แต่การค้นพบสัจจธรรมบางอย่างของจักรวาลผ่านจินตนาการและทฤษฎีทางฟิสิกส์ของเขา เข้าใกล้ และเข้าถึงความจริงบางด้านของธรรมชาติ ซึ่งพระพุทธองค์ทรงค้นพบและประกาศมาก่อนหน้านับพันปี และเมื่อภายหลัง ไอน์สไตน์ได้ศึกษาเรื่องราวของพุทธศาสนาจากเพื่อนนักเขียนคนหนึ่ง ไอน์สไตน์ถึงกับประหลาดใจ ที่การค้นพบของเขาเป็นเพียงส่วนน้อยนิดของศาสนาแห่งจักรวาล

ความจริงของจักรวาลมีเพียงความจริงเดียว มีระบบระเบียบและความสมบูรณ์อยู่ในตัวเอง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พยายามศึกษาค้นหา โดยใช้หลักทางตรรกะ เหตุผล พิสูจน์ออกมาเป็นตัวเลขและทฤษฎีทางฟิสิกส์ ในขณะที่พระพุทธองค์ใช้ปัญญาญานในการค้นคว้าความจริงแท้แห่งจักรวาล ในเมื่อต่างฝ่ายต่างต้องการหาความจริงแท้อันเดียวกัน แต่วิถีทางต่างกัน ในที่สุด เมื่อเข้าใกล้ความจริงแท้ จะพบว่าการค้นพบของทั้งสองวิถีมีความสอดคล้องกันอย่างมหัศจรรย์

หลังจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก หันมาศึกษาพุทธศาสนาอย่างจริงจัง ลึกซึ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักวิทยาศาสตร์สายควอนตั้ม เนื่องจากเพราะพวกเขาตระหนักว่า การค้นพบสัจจธรรมความจริงของพุทธศาสนา คือจุดมุ่งหมายเดียวกัน กับการค้นหาความจริงแท้ของจักรวาลในทางฟิสิกส์

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าใครถามไอน์สไตน์ว่า เขานับถือศาสนาอะไร เขาจะตอบว่า เขาไม่นับถือศาสนา เขาเป็นคนประเภทไม่มีศาสนา แต่ถ้าถามต่อว่าแล้วเขาชมชอบศาสนาไหนเป็นพิเศษหรือปล่าว เขาจะตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า “ ศาสนาพุทธ ”

เขาเคยพูดว่า “ ความรู้สึกทางพุทธศาสนา (เขาใช้คำว่าศาสนาจักรวาล) เป็นแรงจูงใจที่แข็งแกร่งที่สุด และ ประเสริฐที่สุดสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ( I maintain that the cosmic religious feeling is the strongest and noblest motive for scientifice research ) ”

และหลังจากคิดทฤษฎีสัมพัทธภาพได้ ไอน์สไตน์ ออกมาให้ความเห็นว่า .....“.....ภารกิจอันสำคํญยิ่งของนักฟิสิกส์ก็คือ การแสวงหากฎหรือทฤษฏีที่ตรงกับความเป็นจริงแห่งสากลมากยิ่งขึ้น มันไม่มีวิธีการทางคำนวณหรือตรรกศาสตร์ใดๆ ที่จะนำไปสู่กฎหรือทฤษฏีสากลเช่นที่ว่านี้ได้ นอกเสียจากการหยั่งรู้ของจิตเท่านั้น ซึ่งมีพื้นฐานคล้ายๆกับพุทธิปัญญาญาน ”.....
02 ก.ค. 51 / 10:39
0 0
SirichutB. [icon smile : 92 bytes] (1904) : [ protect email from spamware ] : [ protect msn from spamware ]
view 646 : discuss 13 : rating - : bookmarked 0 : vote 0 202.57.173.208

#1# - 448622 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ไอน์สไตน์เป็นคนที่ไม่กลัวความตาย เขาเคยเขียนไว้ว่า “การกลัวความตายคือความกลัวที่ไม่มีเหตุผลที่สุดในบรรดาความกลัวทั้งปวง ( The fear of death is the most unjustified of all fears )” เวลาเขาป่วยเขาไม่ต้องการพบหมอด้วยซ้ำ เขาเขียนพินัยกรรมเตรียมตัวตายไว้ก่อนเสียชีวิตจริงถึง 5 ปี

ในวันที่เสียชีวิต นางพยาบาลที่เฝ้าอยู่เล่าว่า เขามีสติมากและได้พยายามพูดอะไรออกมาสองสามคำแต่เป็นภาษาเยอรมันซึ่งพยาบาลฟังไม่ออก แล้วเขาก็จากไปอย่างสงบ พร้อมทิ้งเศษกระดาษแผ่นหนึ่งที่เต็มไปด้วยการคำนวณเรื่องสนามเอกภาพการรวมแรงในจ้กรวาลไว้ข้างๆเตียง

ไอน์สไตน์เสียชีวิตเมื่อปี ค.ศ.1955 อายุ 76 ปี พร้อมทั้งทิ้งงานที่คั่งค้างอยู่คือ การคิดทฤษฎีที่จะรวมแรงพื้นฐานในธรรมชาติที่มีอยู่ 4 ชนิดเข้าไว้ในกฎเดียวกันคือ 1. แรงโน้มถ่วง 2. แสงหรือแรงแม่เหล็กไฟฟ้า
3. แรงนิวเคลียร์ชนิดอ่อน และ 4. แรงนิวเคลียร์ชนิดเข้ม ซึ่งถ้ารวมได้จริง ความลับของจักรวาลจะถูกเปิดเผยมากกว่าทฤษฎีสัมพัทธภาพหลายเท่า การเหาะเหินเดินอากาศของมนุษย์จะกลายเป็นเรื่องธรรมดา

ทฤษฎีนี้จะสามารถอธิบายอนุภาคพื้นฐานทุกชนิดในจักรวาลรวมไปถึงอธิบายได้ถึงปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพและแรงทุกระบบในจักรวาลได้หมด

ถ้าทฤษฎีสัมพัทธภาพทำให้ไอน์สไตน์ เป็นอภิมหาอัจฉริยะ ถ้าทฤษฎีรวมแรงทั้งสี่สามารถทำได้สำเร็จ (Grand field theory) จะทำให้ไอน์สไตน์ เป็นประหนึ่ง "พระเจ้า" ทีเดียว น่าเสียดายที่เขาเสียชีวิตก่อน และถึงทุกวันนี้ ก็ยังหาใครที่อัจฉริยะเทียบเท่าเขามาคิดต่อไม่ได้


__________________________________________

ที่สำคัญ เค้ายกย่องศาสนาพุทธ จะเห็นได้ว่าศาสนาคริสไม่ได้ทำให้ ฝั่งยุโรปเจริญ แต่เป็นไอน์สไตน์ต่างหาก ที่ทำให้ทุกอย่างเจริญก้าวหน้าแบบติดปีก เข้าใจซะใหม่ด้วย
02 ก.ค. 51 / 10:41
0 0
SirichutB. [icon smile : 92 bytes] (1904) : [ protect email from spamware ] : [ protect msn from spamware ]
followup id 448622 202.57.173.208

#2# - 448679 [icon-addtodelete : 101 bytes]
พยายามอ่านจนจบ


โอ้วไม่ ไม่น่าตายเลยปู่ไอน์

ไม่งั้น โลกคงไม่ร้อน เหาะไปทำงาน,ไปเรียน

เอิ้กๆ
02 ก.ค. 51 / 17:39
0 0
O_O
followup id 448679 125.25.34.79

#3# - 448702 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ไม่แน่ เขาคิดออกแล้วไปเลยทันที แบบนิพพานก็ได้
02 ก.ค. 51 / 18:40
0 0
บร๊ะเจ้า่ [icon smile : 92 bytes] (3736) : n/a : n/a : n/a
followup id 448702 58.9.15.2

#4# - 448725 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] น่านับถือๆ
02 ก.ค. 51 / 19:25
0 0
แมลงวันสเปอร์ม Sperm Fly [icon smile : 92 bytes] (3340) : n/a : n/a : n/a
followup id 448725 125.25.96.245

#5# - 448734 [icon-addtodelete : 101 bytes]
14 มีนา 1879

555+
02 ก.ค. 51 / 19:43
0 0
sweet dream *
followup id 448734 58.8.213.68

#6# - 448740 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] เคยอ่านบทความหนึ่งบอกไว้ว่า

สุดยอดแห่งนักวิทยาศาสตร์ยุคเก่า คือ นิวตัน

ถัดมาก็จะเป็น ไอน์ไสตน์

ส่วนคนที่เก่งและถือเป็นระดับเดียวกันกับ สองคนนั้น ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ คือ ฮอว์กิน
02 ก.ค. 51 / 20:05
0 0
will@OSK [icon smile : 92 bytes] (9) : [ protect email from spamware ] : [ protect msn from spamware ]
followup id 448740 58.8.191.95

#7# - 448812 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ผมอ่านจบแระ..มันมาก ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น..
02 ก.ค. 51 / 21:50
0 0
เด็กชายกึ้นSK131 [icon smile : 92 bytes] (1639) : n/a : n/a : n/a
followup id 448812 125.25.34.194

#8# - 448842 [icon-addtodelete : 101 bytes]
เอ่อ อ่านแล้วก็รู้สึกขัดๆ นิดหน่อย พอดีเรานับถือศาสนาคริสต์อ่านะ

แต่ไอสไตน์น่าจะคิดค้นยาอมตะก่อนคิดทฤษฎีสัมพันธภาพ มนุษย์จะได้บินได้กันสะที

ข่อยอยากบินได้~~~

ข่อยอยากไปดาวอังคารรร~
02 ก.ค. 51 / 22:52
0 0
= =
followup id 448842 58.10.24.46

#9# - 448888 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] น่าเสียดายที่คนสมัยนี้ความรู้สูง แต่ออกจะโง่(รวมถึงกระผมด้วย)
นำของดีมาใช้ในแต่ไม่ค่อยจะดี
03 ก.ค. 51 / 10:42
0 0
อีนี่ชอบกินบะหมี่ [icon smile : 92 bytes] (2066) : n/a : n/a : n/a
followup id 448888 58.9.176.58

#10# - 448922 [icon-addtodelete : 101 bytes]
แต่ถ้ามานรีบตาย

เราก้อไม่ต้องมานั่งเรียนเยอะเยะ
03 ก.ค. 51 / 15:45
0 0
เซงงง
followup id 448922 58.147.4.25 <= 10.1.4.23

#11# - 449003 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] 555555
ไม่แน่หรอก อาจจะมีอะไรใหม่ก็ได้นะ
03 ก.ค. 51 / 21:09
0 0
SirichutB. [icon smile : 92 bytes] (1904) : [ protect email from spamware ] : [ protect msn from spamware ]
followup id 449003 202.5.83.232

#12# - 450094 [icon-addtodelete : 101 bytes]
ไม่น่ารีบตายเลย

เราจะได้ลดเรื่องที่เรียนลง

รวมแรงมาอยู่ด้วยกันเนี่ยแหละดี TT^TT
06 ก.ค. 51 / 19:34
0 0
แวะผ่านมา
followup id 450094 125.24.59.207

#13# - 454427 [icon-addtodelete : 101 bytes]
ทำไงจะรู้ว่านักวิทยาศสาตร์ท่านไหนอยู่ยุคไหนใครรู้บอกที
19 ก.ค. 51 / 10:33
0 0
5555+
followup id 454427 58.147.37.176