[suanboard monotone logo : 2777 bytes]
[header decor line : 64 bytes]
HOME RULE FAVOURITE MEMBER ZONE REACTIVATE FORGET PASSWORD    

SEARCH [icon freecompose : 217 bytes]
[icon register : 195 bytes] สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก : โพสต์รูป, รูปแบบตัวอักษร, ไอคอน, bookmark, ค้นหาข้อความ ฯลฯ [icon login : 178 bytes]

[icon-delete : 101 bytes]
" สิ่งมีชีวิตในดินแดนที่ขาดแคลน(แพทย์) "
คิดอยู่นานว่าจะเอามาโพสต์ดีมั้ย ... คาดว่าคงมี feedback ที่น่าสนใจจากชาวสวนบอร์ด เลยตัดสินใจนำมาลง

ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าเป็นเรื่องจิงหรือไม่ แต่ข้อมูลเท่าที่สอบถามมา มีความถูกต้องเกือบร้อยเปอเซนทีเดียว

ลองอ่านกันดูนะครับ เผื่อจะได้มุมมองที่เพิ่มขึ้น อคติที่เพิ่ม หรือลด ก็คงแล้วแต่คน แต่ผมว่าน่าสนใจครับ น้องๆที่กำลังอยากเข้าเรียนต่อจะได้มีข้อมูลให้ไปค้นคว้าสอบถามมากขึ้น

ปล. มีคำศัพท์เฉพาะในวงการนิดหน่อยอะครับ แต่ผมรู้สึกว่าอ่านแบบข้ามๆก็ยังเข้าใจอยู่ ก็เลยไม่ได้แก้ของต้นฉบับอะครับ

ปล. 2 : หากมีผู้คิดว่าไม่เหมาะสมหรืออาจจะทำให้มีผลกระทบในเชิงลบ ก็ลบได้นะครับ


สิ่งมีชีวิตในดินแดนที่ขาดแคลน(แพทย์)
***********************************************

หนู จบแพทย์ปี 50 จากมหาวิทยาลัยนเรศวร กลับมาใช้ทุนรพ น. 1 ปี เป็นการใช้ทุนที่เหนื่อยมาก ไม่ได้พักผ่อน ไม่ได้ไปไหน ไม่เคยมีใครได้ไปเที่ยวต่างจังหวัด แค่กลับบ้านได้ก็ดีมากแล้ว ทุกวันทำงานเป็นเครื่องจักร กิน นอน อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน สระผม ไดร์ผม แต่งหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้า โทรศัพท์คุยกับครอบครัว ชาร์ทแบตมือถือ ดูทีวี ทำกับข้าว ทั้งหมดนี้ทำที่ห้องพักแพทย์

เหมือน เป็นบ้านหลังที่หนึ่ง ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบและต้องตื่นตัวตลอด อยู่ OT ไม่ต่ำกว่า 30 เวรต่อเดือน (เวรละ 8 ชม ) มีชีวิตอยู่ที่ห้องพักแพทย์ 90 % ของเวลาในชีวิต ทำงานทุกวันเพื่อคนอื่น แต่ไม่เคยได้ดูแลตัวเอง ไม่ได้ทำกิจกรรมที่มนุษย์คนอื่นเขาทำกัน

คำถามที่หมอ intern 1 มีขึ้นทุกคนคือ ทำไมฉันถึงมีชีวิตแบบนี้ คำตอบที่เป็นมาตลอดหลายปีของจังหวัด น. คือหมอไม่พอ ทำไมมันถึงไม่พอสักที ทำไมหมอที่มาturn จังหวัด น. ถึงไม่อยู่จังหวัด น. บางคนขอทุนแล้วไม่กลับมาใช้ทุน ทำไม?

หลังจากทำงานอย่างเหน็ด เหนื่อยตลอด 1 ปี มีความทรงจำว่า ได้ทำงานหนักเหนื่อยมากจริงๆ แต่เราต้องอดทน (แพทย์ถูกสอนมาให้เป็นหมอต้องมีความรับผิดชอบและหมอต้องอดทน) ทำงานที่หนัก เสี่ยงถูกฟ้อง แต่ได้ค่าแรงน้อยกว่าแรงงานขั้นต่ำ แม้ทำงานในจังหวัด น.แต่จำนวนการกลับบ้านเหมือนทำงานอยู่ต่างจังหวัดอันแสนไกล

แต่ ข้อดีของ รพ.น.ก็มีหลายอย่าง รพ.น.ได้ความรู้ ให้ทักษะ ความมั่นใจ ในการดูแลคนไข้ในรพช มี staff ที่สนิทสนมกับน้องๆดี สามารถให้คำปรึกษาได้โดยไม่กลัว(มาก) สามารถปรึกษาได้ง่าย ได้ตลอด เมื่อมีคำถามที่สงสัย

พี่staff จะสอนให้อย่างดี ติดตามcase ที่ดูแลร่วมกัน เมื่อเกิดความผิดพลาดพี่staff จะ feedback กลับมาว่าควรทำอย่างไร เป็นประโยชนทำให้ไม่ทำพลาดอีก ที่เราเจอกันง่ายขนาดนี้เพราะส่วนใหญ่staff และน้องๆจะเจอกันในห้องพักแพทย์ กินข้าวเที่ยงด้วยกัน นอนในห้องพักแพทย์เดียวกัน

ข้อดีอีกข้อคือ หมอในจังหวัด น.จะรู้จักกันหมด เมื่อน้องใหม่เข้ามาจะได้รับความสนใจจากพี่ๆ มีกิจกรรมเข้าค่ายรับน้อง 1 เดือน ทำให้พี่ๆได้มีโอกาสรู้จักน้องๆ รู้จักนิสัยของน้องแต่ละคนมากขึ้น พี่ส่วนใหญ่ รวมทั้ง staff จะรู้จักชื่อเล่นของน้อง และเรียกชื่อเล่นของน้อง ทำให้ลักษณะของหมอเมือง น. มีความเป็นพี่เป็นน้องกัน

ซึ่งเป็นเหตุผลที่ดีอันหนึ่งที่ทำให้ intern 1 น้อยๆ มีชีวิตต่อไปเป็น intern 2 ในอนาคต

หลัง จากชีวิต intern 1 ผ่านไป โดยไม่มีความทรงจำอื่นใด นอกจากการมีชีวิตในห้องพักแพทย์และอาณาเขตรพ น. การเริ่มต้นของ intern 2 ในรพชเริ่มขึ้นโดยการเป็นผู้อำนวยการ รพ 30 เตียง ซึ่งเป็นธรรมชาติของจังหวัด น.ที่จะมีหมอ intern เป็นผู้อำนวยการ 8 ใน 12 รพของจังหวัด น.

โดยทั่วไปรพ 30 เตียง ต้องมีแพทย์ประจำ 2-3 คน แต่ปีนี้มีแพทย์ประจำ 1.5 คน ความลำบากของหมอน้อยและหมอใหญ่ที่อยู่ในคนเดียวกันก็ค่อยๆมีมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากการเป็นผู้อำนวยการ ที่มีงานบริหารมากมาย มีงานที่ต้องตัดสินใจ เป็นงานที่ต้องใช้ประสบการณ์ และความมีอาวุโส ซึ่งหมอน้อยไม่มี ไม่ได้มีการเรียนการสอนมาก่อน

แต่งานในรพจะ ต้องดำเนินต่อไป ผลักดันให้หมอน้อยต้องก้าวไปข้างหน้าให้ได้ ส่งผลให้เกิดความเครียด รู้สึกว่าทำคนเดียวไม่ไหว ไม่รู้จะไปทางไหน ทั้งที่ปัญหาการบริหารยังไม่จบก็มีปัญหาใหม่ คำตอบเดิมคือหมอไม่พอ

ทำ ให้ 6 เดือน ต้องทำงานทั้งบริหารและบริการอยู่คนเดียว Round ward คนเดียว , ออก OPDคนเดียว , ดูแลห้องคลอด คนเดียว , ANC ตรวจ US ฝากครรภ์ คนเดียว , ดูแลcase ฉุกเฉินใน ER คนเดียว ,ทำหัตถการ OR minor คนเดียว, ทำหมัน คนเดียว , ขูดมดลูก คนเดียว ดูแลงานคุณภาพ รวมทั้งดูแลการบริหารด้วยในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีปัญหามากมายซึ่งคนที่ไม่เคยเป็นผู้อำนวยการไม่สามารถที่จะเข้ าใจได้

ปัญหามากมายนี้เคยมีคนหนึ่งพูดว่า ปัญหาเหล่านี้เป็นเพราะเราสร้างขึ้นมาเหรอ ทำไมคนที่รับภาระปัญหาต้องเป็นเรา ทำไมเราต้องรับปัญหาโดยที่เราไม่ได้เป็นผู้สร้างด้วย เหมือนหาเรื่องใส่ตัว ไม่รู้จะทนไปเพื่ออะไร เพื่อใคร ทำไมจะต้องทนอยู่กับปัญหาที่เราไม่ได้เป็นคนก่อ ปัญหาอยู่ที่ระบบเหรอ

แล้วระบบคืออะไร คือใคร หน้าตาเป็นยังไง เมื่อไหร่ระบบจะไม่มีปัญหาสักที เมื่อไม่มีคำตอบที่ดี เมื่อไม่มีทางออกอื่น ทางออกอีกทางคือลาออก ไม่ต้องรับภาระนี้อีกต่อไป ไปทำงานที่อยากทำ ไปทำงานที่อื่นที่จะไม่อยู่ในสภาวะเช่นนี้ เป็นคำตอบที่ตรงประเด็นที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจที่หมอจะลาออก หรือใช้ทุนแล้วก็จากไป หมอก็เป็นอีกคนหนึ่งที่คิดจะลาออก เพราะเราเหนื่อยแทบตายจากงานบริหารและบริการ เครียดจนเสียสุขภาพจิตที่ต้องทำงานทุกอย่างคนเดียว อยู่เวรทุกวันเป็นเดือน อดหลับอดนอนจนเสียสุขภาพกาย ไม่รู้ทำไปมากมายขนาดนี้เพื่ออะไร

ทุกวันนี้ทำงานเหนื่อยเพื่อ คนอื่นที่ไม่ใช่คนรู้จัก ไม่ใช่พี่น้อง ไม่ใช่ญาติ แต่คนเหล่านั้นยังคิดที่จะฟ้องเรา ยังคิดกับเราในแง่ร้าย ยังคิดที่จะต่อว่าเรา ว่าหมอทำไมไม่ทำอย่างนั้น ทำไมไม่ทำอย่างนี้ ซึ่งความจริงแล้ว

ไม่มีหมอคนไหนอยากให้คนไข้ได้รับความเสียหายจาก การรักษา ไม่อยากให้คนไข้ได้รับอันตรายใดๆ แต่มันย่อมเกิดความผิดพลาดได้ ซึ่งผู้ป่วยปัจจุบันไม่ยอมรับและโทษว่าความผิดพลาดที่เกิดนั้นเกิดจากหมอทำ ทำให้หมอรู้สึกว่าทำดีเสมอตัว ถ้าทำพลาดมีโอกาสติดคุก

นโยบาย ในปัจจุบันให้แต่สิทธิ คนไข้รู้แต่ว่าตนมีสิทธิอะไรบ้าง สามารถฟ้องหมอได้ แต่ไม่เคยรู้หน้าที่ของตนเอง ไม่เคยตระหนักอยากจะจำโรคของตัวเอง ไม่ตระหนักจะจำชื่อยาที่แพ้ ไม่เคยตระหนักจะศึกษาความรู้เกี่ยวกับโรคของตนว่าจะดำเนินไปเช่นไร รู้แต่ว่าตนเองมีสิทธิจะไปรพไหนก็ได้

อยากจะได้ใบส่งตัวไป รพจังหวัดหรือรพศูนย์ มีสิทธิจะได้รับการตรวจที่ครบถ้วนทุกๆอย่าง มีสิทธิจะนอนรพได้ ถ้าหมอไม่ให้ตามนั้น ก็แปลว่าหมอทำผิด ถ้าคิดว่าหมอผิดก็ฟ้องหมอได้เลย ซึ่งหมอก็ลำบากใจ เพราะต้องการใช้เงินที่ได้มาน้อยนิดอย่างคุ้มค่าแต่ก็ต้องตามใจคนไข้ ทำให้หมอเครียด ถ้าให้ตามที่ขอทุกอย่างรพก็จะไม่มีเงิน

ถ้าไม่ ให้ตามนั้นหมอก็ผิด ส่งผลทำให้หมอ รพช เกิดความเบื่อหน่าย ไม่มีความสุข ต้องการออกจากวงจรนี้ ปัญหาทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในใจของหมอทุกวัน หมอพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

เหนื่อยแต่ก็อดทน แต่ถ้าเหนื่อยเกินไป ก็คงจะทนต่อไปไม่ไหว

อาจจะจำใจลาออกในสักวันทั้งที่ไม่อยากทำ....


ความในใจ...หมอน้อยที่ รพช. จังหวัด น.
28 ส.ค. 51 / 14:01
0 0
TooN [icon smile : 92 bytes] (1231) : n/a : n/a : n/a
view 396 : discuss 8 : rating - : bookmarked 0 : vote 0 66.245.210.24

#1# - 468451 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ในห้องนี้มีศิษย์เก่าที่เป็นหมอเยอะน่าจะได้มุมมองที่แตกต่างออกไปบ้าง

ปัญหาที่สำคัญจริงๆไม่ใช่เรื่องค่าตอบแทนหรอกครับ
เป็นเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ และปัญหาการทำงานมากกว่า

ลองดูวงจรอุบาทว์อันนี้

หมอน้อยลง
V
ภาระงานมากขึ้น อัตราดูแลผู้ป่วยสัมพัทธ์มากขึ้น
V
เวลาในการดูแลคนไข้แต่ละคนน้อยลง ต้องเร่งตรวจมากขึ้น
V
เสี่ยงถูกฟ้องร้องมากขึ้น
V
ลาออกจากราชการ
V
หมอน้อยลง

อันนี้เป็นแค่ปัญหานึงในอีกๆหลายปัญหาที่สั่งสมฝังรากลึกมาเกือบ10ปี

ขอเป็นกำลังใจให้หมอทุกคนที่อุทิศตนทำงาน
เพื่อพี่น้องคนไทยในดินแดนทุรกันดารครับ
28 ส.ค. 51 / 15:56
0 0
surg [icon smile : 92 bytes] (4043) : n/a : n/a : n/a
followup id 468451 125.26.116.206

#2# - 468463 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ก็เข้าใจว่าเป็นหมอมันเหนื่อย

แต่การแก้ปัญหาที่ จะออกกฎหมาย ยกเลิกความผิดอาญาให้กับผู้กระทำผิดที่เป็นแพทย์ มันถูกต้องแล้วเหรอ

มันไม่น่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เลย
28 ส.ค. 51 / 16:08
0 0
อยากโดดอ่างแก้วตายวันละหลายสิบหน [icon smile : 92 bytes] (1692) : n/a : n/a : n/a
followup id 468463 202.28.27.3

#3# - 468465 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] rep 2

พูด ได้ดีอะ

ผมว่าหมอ บางคน(บางคน) ที่ต้องทำตัวเองให้เปงหมอ

โดยเฉพาะเวลาวินิจฉัยโรคหรือ ตรวจคนไข้

การสรุปวินิจฉัยมะควรจะ พูดมาแบบ มะเปงไรครับ

กลับบ้านได้ แค่หกล้ม หัวกระแทกกำแพง หมอตรวจแล้ว

2-3 วันต่อมา คนป่วย เลือดคลั่งในสมอง เพราะหกล้มแล้ว หัวกระแทกกำแพง

แบบนี้ แย่มากๆ นะถ้าเปงแบบนี้อะ
28 ส.ค. 51 / 16:23
0 0
GoZziLa [icon smile : 92 bytes] (3417) : [ protect email from spamware ]
followup id 468465 58.9.87.10

#4# - 468560 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกที่สามารถเอาผิดทางอาญากับแพทย์ได้
ถ้ามีจริงจะยิ่งเป็นการสะสมปัญหา แพทย์จะยิ่งขาดแคลนมากกว่าเดิม

#2
ไม่มีอะไรทางการแพทย์ 100 % ครับ
การรักษาจะดูตาม Guideline และ indication บวกกับ ดุลยพินิจของแพทย์
ถ้าจะพูดให้ฟังคงจะยาว
28 ส.ค. 51 / 20:26
0 0
surg [icon smile : 92 bytes] (4043) : n/a : n/a : n/a
followup id 468560 202.91.19.192

#5# - 468581 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] คำถามเดิมๆ
แท็กซี่ขับรถชนตายโดยประมาท แท็กซี่ก็ต้องรับผิด
วิศวะกร สร้างตึก ประมาท ตึกถล่มคนตาย วิศวะกรก็ต้องรับผิด
แต่หมอ ทำคนตายโดยประมาทไม่ต้องรับผิด

มันดูจะผิดหลักการไปหน่อยนะคับ

สิ่งที่สังคมนี้ต้องการ คือการไกล่เกลี่ย ในคดีทางการแพทย์นี้ มากกว่า
แต่ถ้าไปศึกษาคดีหมอที่ร่อนพิบูลย์ จะรู้ทันทีเลย
ว่า วาทะกรรมของหมอคือ
หมอไม่ผิด โลด
28 ส.ค. 51 / 20:49
0 0
อยากโดดอ่างแก้วตายวันละหลายสิบหน [icon smile : 92 bytes] (1692) : n/a : n/a : n/a
followup id 468581 58.137.99.69

#6# - 468584 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ทั้งหมอทั้งครู

ข้าราชการที่ต้องผจญกับเงินเดือนน้อยและรับมือกับปัญหามากมาย...
28 ส.ค. 51 / 20:51
0 0
SaintofAmara [icon smile : 92 bytes] (3854) : n/a : n/a : n/a
followup id 468584 125.27.238.234

#7# - 469867 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ลอง
31 ส.ค. 51 / 23:19
0 0
Art [icon smile : 92 bytes] (4110) : n/a : n/a : n/a
followup id 469867 58.9.203.201

#8# - 470726 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ขอออกความเห็นในฐานะผู้มีประสบการณ์
1.ไม่ค่อยได้ประโยชน์ถ้าต้องการเรียกร้องความเห็นใจ หรือให้สังคมเข้าใจ เพราะแพทย์เป็นอาชีพที่สังคมมองว่า ได้เปรียบคนอื่นในสังคมมากอยู่แล้วหมายถึง รายได้ดี คนยกย่อง มีอำนาจในการสั่งการ ผูกขาด ไม่ได้หมายความว่าทุกคนเป็น แต่ส่วนหนึ่งและเป็นส่วนใหญ่ จะเห็นว่าหมอค่อนข้างหยิ่งในศักดิ์ศรี สั่งคนไข้ได้ และถูกมองว่ามีรายได้ดี เพราะคนไข้ต้องจ่ายเงินค่อนข้างสูงในการพบแพทย์โดยไม่มีทางต่อรอง ดังนั้นจะมาเรียกร้องอะไรอีก
2. คนอื่นไม่เข้าใจหรอกว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ต่างจากความผิดพลาดในวิชาชีพอื่น เพราะเ่ขาไม่ได้เรียนมา เขาต้องเข้าใจว่าเป็นความผิดของหมออยู่แล้ว
3. ความสัมพันธ์ของหมอกับคนไข้เปลี่ยนไปมากในรอบ 15-20 ปีที่ผ่านมา น้องคงเ้ข้าใจอยู่แล้ว มันเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงของโลก และไม่ใช่เฉพาะคนไข้ที่เปลี่ยน หมอเองก็เปลี่ยนไปมาก เราเก็บค่ารักษาแพงขึ้น หมอวัตถุนิยมมากขึ้นกว่าแพทย์รุ่นพ่อ รุ่นปู่ของเรา ชาวบ้านก็เลยนับถือน้อยลง
4. ดังนั้น จะไม่เห็นข้อความเห็นใจใดๆ จากคนอาชีพอื่นเลย ขอย้ำ ไม่มี
5. แนะนำ ให้ ทำใจซะ ก็ทำงานตามหน้าที่เราไปให้ดีที่สุด ถ้าเหนื่อยก็พัก ไม่ต้องทำเกินความจำเป็น คิดซะว่า เขารักเราน้อยลง เราก็รักเขาน้อยลงแล้วกัน รักตัวเองดีกว่า (เข้าใจไหมครับ)
6. หาความสบายใจ ความสุข จากจุดอื่นของการเป็นหมอ จริงๆ แล้ว แม้จะน้อยลง แต่คนไข้ที่น่ารักก็ยังมีอีกมาก และแม้เราจะไม่ร่ำรวย แ่ต่เราก็เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ดีมากอาชีพหนึ่ง
7. มองโลกในแง่ดี ถ้าเราจริงใจกับคนไข้ เขาจะมองเห็นเองแหละ ส่วนคนที่ไม่รักเรา ก็กลับไปอ่านข้อ 5
8. ถ้าอยากระบายความอึดอัด ให้ระบายกับหมอด้วยกัน เพราะ ข้อ 1 ครับ
02 ก.ย. 51 / 14:07
0 0
suwit [icon smile : 92 bytes] (4132) : n/a : n/a : n/a
followup id 470726 58.8.191.159