[suanboard monotone logo : 2777 bytes]
[header decor line : 64 bytes]
HOME RULE FAVOURITE MEMBER ZONE REACTIVATE FORGET PASSWORD    

SEARCH [icon freecompose : 217 bytes]
[icon register : 195 bytes] สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก : โพสต์รูป, รูปแบบตัวอักษร, ไอคอน, bookmark, ค้นหาข้อความ ฯลฯ [icon login : 178 bytes]

[icon-delete : 101 bytes]
" จดหมายเปิดผนึกถึงผู้อำนวยการ สทศ. ครับ "
พวกเรากำลังรวบรวมรายชื่อสำหรับจดหมายเปิดผนึกเพื่อส่งให้สทศ. ครับถ้าท่านใดต้องการสนับสนุน เข้าไปสนับสนุนได้ที่ http://onet53.blogspot.com ครับ

นี่คือเนื้อความจดหมายครับ หรือถ้าใครไม่เข้าใจว่าเดี๋ยวนี้เค้าเอ็นกันยังไงแล้ว หรือมีปัญหาอะไร ก็ดูการ์ตูนแทนได้นะครับ

วันที่ 1 มีนาคม 2553
เรียน ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ
สำเนาเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
นายกรัฐมนตรี
เรื่อง ปัญหาการจัดสอบและการคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา

ตามที่พวกเราในฐานะผู้ที่ห่วงใยต่ออนาคตการศึกษาไทย ได้ทราบเรื่องเกี่ยวกับมาตรฐานข้อสอบและวิธีการจัดสอบ Ordinary National Educational Test (O-net) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบวัดผลเพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง โดยมีสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เป็นผู้ควบคุมระบบการออกข้อสอบและการจัดสอบ พวกเราได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และทำการวิเคราะห์ระบบการสอบรูปแบบใหม่นี้ ทั้งนี้พวกเราตระหนักดีถึงวัตถุประสงค์ของสทศ. อย่างไรก็ดี การสอบระบบใหม่ที่นำมาใช้กับการสอบในปีนี้ ก่อให้เกิดผลเสียต่อนักเรียนทั้งผู้เข้าทดสอบในปีนี้และปีก่อนหน้านี้ ดังต่อไปนี้

1) เนื้อหาข้อสอบกำกวมและก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ

1.1) ข้อสอบบางข้อในบางรายวิชา เช่น สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปศึกษา การงานอาชีพและเทคโนโลยี ไม่มีหลักเกณฑ์การหาคำตอบที่ถูกที่สุดอย่างแน่ชัด และคำตอบที่ถูกมีความเป็นไปได้หลากหลายขึ้นกับประสบการณ์และทัศนคติของผู้ตอบ เช่น สีใดใช้แทนความรัก หรือการให้นักเรียนเลือกสีผ้าปูโต๊ะให้แม่ซึ่งเกิดวันศุกร์ เป็นต้น ประกอบกับข้อสอบที่เป็นแบบปรนัย ทำให้ผู้ตอบไม่สามารถให้เหตุผลประกอบคำตอบได้ จึงอาจทำให้เสียโอกาสในการได้คะแนนในข้อนั้นๆ

1.2) หลักสูตรการสอนของโรงเรียนมีความหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พลศึกษา ศิลปศึกษา และ การงานอาชีพและเทคโนโลยี เช่น
จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพ.ศ. 2551 ในสาระที่ 3 มาตรา พ. 3.2 ตัวชี้วัดที่ 2 ที่เกี่ยวเนื่องกับวิชาพลศึกษา ได้กำหนดไว้ว่า นักเรียนควรสามารถ “อธิบายและปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิ กฏ กติกา กลวิธีต่าง ๆ ในระหว่างการเล่น การแข่งขันกีฬากับผู้อื่น และนำไปสรุปเป็นแนวปฏิบัติใช้ชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง” ทั้งนี้ หลักสูตรมิได้ระบุประเภทของกีฬาที่ครอบคลุมไว้ และทางโรงเรียนไม่สามารถจัดสอนเนื้อหาให้ครอบคลุมทุกประเภทกีฬาได้ จึงทำการสอนในประเภทกีฬาที่เหมาะสมที่นักเรียนจะสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างต่อเนี่อง โดยพิจารณาจากความเหมาะสมและความพร้อมของโรงเรียน ดังนั้น ข้อสอบที่เกี่ยวเนื่องกับรายละเอียดของชนิดกีฬาที่ไม่ได้มีการเรียนการสอนในทุกโรงเรืยน จะทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างโรงเรียนที่มีการสอนและไม่มีการสอนกีฬานั้น ๆ เช่นข้อที่เกี่ยวกับเทนนิส บัลเลต์ และข้อสอบบางข้อในรายวิชาอื่น เป็นต้น

2) การเปลี่ยนรูปแบบข้อสอบก่อให้เกิดความไม่ยุติธรรมในการเปรียบเทียบ

พวกเราได้ตระหนักดีและเห็นด้วยกับวัตถุประสงค์ของสทศ.ที่ต้องการให้คะแนนที่นักเรียนได้สะท้อนถึงความสามารถที่แท้จริงของนักเรียน ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบข้อสอบโดยเพิ่มจำนวนตัวเลือก อย่างไรก็ดีการเปลี่ยนนั้นทำให้ค่าคาดหวัง (Expected Value) ของคะแนนที่จะได้จากรูปแบบการสอบใหม่ แตกต่างออกไปจากแบบเก่า ตัวอย่างเช่น ในวิชาสังคมศึกษา ระบบข้อสอบได้มีการเปลี่ยนแปลงจาก การเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดจากสี่ตัวเลือกในแต่ละคำถาม เป็นเลือกคำตอบที่ถูกทั้งหมดจากสี่ตัวเลือก และต้องตอบให้ถูกต้องทั้งหมดจึงจะได้รับคะแนนในข้อนั้นๆ ทำให้ความน่าจะเป็นในการเลือกคำตอบที่ถูกต้องจากการเดาสุ่มลดลงจากร้อยละ 25 เหลือเพียงร้อยละ 6.25 ในแต่ละคำถาม ยังผลให้นักเรียนที่รับการทดสอบในต่างปีมีโอกาสได้รับคะแนนที่ต่างกันแม้จะมีความรู้ความสามารถที่เท่ากัน ดังนั้น การเปรียบเทียบคะแนนสอบของนักเรียนที่รับการทดสอบในปีที่ต่างกันในส่วนนี้โดยตรงจึงเป็นการไม่ยุติธรรม

3) รูปแบบการจัดสอบที่ให้สอบได้เพียงครั้งเดียวทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมและไม่ให้โอกาสครั้งที่สอง

ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้โดยสทศ. การสอบ O-net มีไว้เพื่อการวัดมาตรฐานการเรียนการสอนของโรงเรียน เพื่อปรับมาตรฐานของแต่ละโรงเรียนให้เท่าเทียมกัน และปรับลดข้อได้เปรียบเสียเปรียบของนักเรียนที่มาจากต่างโรงเรียนในส่วนของเกรดเฉลี่ยสะสม มิใช่สำหรับการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา สทศ.จึงกำหนดให้นักเรียนมีโอกาสสอบ O-net ได้เพียงคนละ 1 ครั้ง ในช่วงปลายของมัธยมศึกษาปีที่หก อย่างไรก็ดี คะแนนที่นักเรียนได้รับจากการสอบในส่วนนี้ เป็นส่วนหนึ่งของคะแนนที่นำมาใช้ตัดสินในการรับสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา หาใช่เพื่อวัดระดับความสามารถโดยรวมของแต่ละโรงเรียนอย่างเดียวไม่ จึงก่อให้เกิดปัญหา ดังที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้

3.1) รายวิชาที่มีการจัดสอบเพิ่มเติม ซึ่งได้แก่ วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปศึกษา การงานอาชีพและเทคโนโลยี ยังผลให้เกิดความไม่ยุติธรรมของการคิดคะแนนรวมของนักเรียน ที่รับการทดสอบในปี2549-2550 ซึ่งไม่มีการจัดสอบในรายวิชาที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้นักเรียนกลุ่มนี้มีโอกาสได้รับคะแนนสูงสุดในส่วนนี้เพียงร้อยละ 25 เทียบกับนักเรียนที่ได้รับการทดสอบในปีอื่น ๆ ที่มีโอกาสได้รับคะแนนสูงสุดในส่วนนี้ร้อยละ 30 และเนื่องจากสทศ.ไม่จัดการทดสอบเพิ่มเติมให้นักเรียนกลุ่มนี้จึงทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบขึ้น

3.2) นักเรียนบางกลุ่ม อาจจะขาดความพร้อมในขณะเข้ารับการสอบด้วยเหตุผลบางประการ หรือ ค้นพบหลังเข้ารับการศึกษาระดับอุดมศึกษาว่าเลือกสาขาวิชาได้ไม่เหมาะสมกับตนเอง จึงมีความประสงค์ที่จะยื่นคะแนนเพื่อรับการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้งในปีถัดมา แต่ระบบการสอบที่ให้โอกาสในการเข้ารับการทดสอบได้เพียงหนึ่งครั้งนั้น ทำให้นักเรียนขาดโอกาสในการแสดงศักยภาพของตนเองเพื่อเข้ารับการศึกษาในสาขาวิชาที่ตนเองต้องการได้แม้จะมีความมุมานะพยายามเพื่อพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบางสาขาวิชา เช่น แพทยศาสตร์ ที่ระบุคะแนนขั้นต่ำที่ใช้ในการรับพิจารณาไว้อย่างชัดเจน

พวกเราจึงอยากเรียนขอให้ทาง สทศ.ร่วมมือกับคณาจารย์จากแต่ละโรงเรียน และ มหาวิทยาลัยต่างๆ รวมถึงกลุ่มนักเรียนผู้ได้รับผลกระทบเพื่อดำเนินการหามาตรการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่าย และหามาตรการป้องกันปัญหาในอนาคตเพื่อการพัฒนาอันยั่งยืนของระบบการศึกษาไทยต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและดำเนินการต่อไปจักเป็นพระคุณยิ่ง
ขอแสดงความนับถือ

03 มี.ค. 53 / 10:21
0 0
ปิติ [icon smile : 92 bytes] (6456) : n/a : n/a : n/a
view 1628 : discuss 25 : rating - : bookmarked 0 : vote 1 131.215.220.164

#1# - 599610 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อันที่ 2

03 มี.ค. 53 / 10:22
0 0
ปิติ [icon smile : 92 bytes] (6456) : n/a : n/a : n/a
followup id 599610 131.215.220.164

#2# - 599611 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อันที่ 3

03 มี.ค. 53 / 10:23
0 0
ปิติ [icon smile : 92 bytes] (6456) : n/a : n/a : n/a
followup id 599611 131.215.220.164

#3# - 599613 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อันที่ 4

03 มี.ค. 53 / 10:23
0 0
ปิติ [icon smile : 92 bytes] (6456) : n/a : n/a : n/a
followup id 599613 131.215.220.164

#4# - 599615 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อันที่ 5

03 มี.ค. 53 / 10:24
0 0
ปิติ [icon smile : 92 bytes] (6456) : n/a : n/a : n/a
followup id 599615 131.215.220.164

#5# - 599618 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อันที่ 6

03 มี.ค. 53 / 10:25
0 0
ปิติ [icon smile : 92 bytes] (6456) : n/a : n/a : n/a
followup id 599618 131.215.220.164

#6# - 599619 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อันที่ 7

03 มี.ค. 53 / 10:26
0 0
ปิติ [icon smile : 92 bytes] (6456) : n/a : n/a : n/a
followup id 599619 131.215.220.164

#7# - 599621 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อันที่ 8

03 มี.ค. 53 / 10:29
0 0
ปิติ [icon smile : 92 bytes] (6456) : n/a : n/a : n/a
followup id 599621 131.215.220.164

#8# - 599622 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อันที่ 9

03 มี.ค. 53 / 10:29
0 0
ปิติ [icon smile : 92 bytes] (6456) : n/a : n/a : n/a
followup id 599622 131.215.220.164

#9# - 599623 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อันที่ 10

03 มี.ค. 53 / 10:31
0 0
ปิติ [icon smile : 92 bytes] (6456) : n/a : n/a : n/a
followup id 599623 131.215.220.164

#10# - 599625 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อันที่ 11

03 มี.ค. 53 / 10:33
0 0
ปิติ [icon smile : 92 bytes] (6456) : n/a : n/a : n/a
followup id 599625 131.215.220.164

#11# - 599626 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อันที่ 12

03 มี.ค. 53 / 10:33
0 0
ปิติ [icon smile : 92 bytes] (6456) : n/a : n/a : n/a
followup id 599626 131.215.220.164

#12# - 599627 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อันที่ 13

03 มี.ค. 53 / 10:35
0 0
ปิติ [icon smile : 92 bytes] (6456) : n/a : n/a : n/a
followup id 599627 131.215.220.164

#13# - 599628 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อันที่ 14

03 มี.ค. 53 / 10:36
0 0
ปิติ [icon smile : 92 bytes] (6456) : n/a : n/a : n/a
followup id 599628 131.215.220.164

#14# - 599629 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อันที่ 15

03 มี.ค. 53 / 10:37
0 0
ปิติ [icon smile : 92 bytes] (6456) : n/a : n/a : n/a
followup id 599629 131.215.220.164

#15# - 599631 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อันสุดท้ายแล้วครับ ใครเห็นว่าน่าสนับสนุน โปรดไปลงชื่อได้ที่ http://onet53.blogspot.com นะครับ

พี่อยู่รุ่น 118 พี่สงสารน้อง ๆ ครับ

03 มี.ค. 53 / 10:41
0 0
ปิติ [icon smile : 92 bytes] (6456) : n/a : n/a : n/a
followup id 599631 131.215.220.164

#16# - 599632 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] เอางั้นเลยหรอ
03 มี.ค. 53 / 10:48
0 0
ลี-ฮยอน-อิน [icon smile : 92 bytes] (4411) : n/a : n/a : n/a
followup id 599632 58.9.131.199

#17# - 599634 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ดี จัง

อ่านเข้าใจง่ายหง่ะ

เสร็จแล้วก็มานั่งกลุ้ม

นี่ถ้าตอนมอหก ตูต้องสอบแบบนี้

สอบตรงเข้าที่ไหนไปเลยดีก่า

ถ้าสอบตรงไม่ได้ หนีไปเรียนเมืองนอกดีก่า วู้
03 มี.ค. 53 / 11:05
0 0
กึ้น@SK131 [icon smile : 92 bytes] (1639) : n/a : n/a : n/a
followup id 599634 61.47.107.198

#18# - 599635 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ก็ช่วย ๆ กันผลักดันสิครับ เวลาน้องม. 6 จะได้ปวดหัวน้อยลง :)
03 มี.ค. 53 / 11:12
0 0
ปิติ [icon smile : 92 bytes] (6456) : n/a : n/a : n/a
followup id 599635 131.215.220.164

#19# - 599638 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ตกลงการแก้ปัญหาตังครรภ์ในวัยเรียน ควรทำอย่างไร
03 มี.ค. 53 / 12:03
0 0
ชนชั้นดราม่า ดูซ้ายขวากัดกัน [icon smile : 92 bytes] (2066) : n/a : n/a : n/a
followup id 599638 58.9.170.188

#20# - 599644 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] สงสารน้องๆจัง คงต้องadventureทางการศึกษา กันอีกนาน..น..น
03 มี.ค. 53 / 12:39
0 0
pan_sk119@hotmail.com [icon smile : 92 bytes] (6361) : [ protect email from spamware ]
followup id 599644 58.9.185.26

#21# - 599669 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ผู้ใหญ่เค้าดื้อครับ ไม่อยากเสียหน้า ยอมเด็กไม่ได้ เพราะเค้าเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ

ก็ต้องอาศัยสื่อไปเรื่อยๆ แล้วต้องให้สื่อเป็นตัวกลาง ถามให้
อยากรอดูต่อ ว่าสุดท้ายจะเป็นไง

ปล.ไอข้อสอบ 4 ตัวเลือก ตอบ 1 โอกาส 1/4
แต่ข้อสอบ 4 ตัวเลือก ตอบตัวที่ถูก นี่มันไม่ใช่โอกาส 1/15 หรอครับ คงไม่ได้ใครเลือกไม่ตอบเลยมั้งครับ หรือผมคิดผิด
ก็จะได้คะแนนเพิ่มมาอีกนิดนึง แหะๆ
03 มี.ค. 53 / 13:48
0 0
ฮ.นกฮูกตาโต [icon smile : 92 bytes] (513) : n/a : n/a : n/a
followup id 599669 58.8.220.217

#22# - 599676 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] คุณ ฮ.นกฮูกครับ จริง ๆ เป็น 1 ใน 11 ครับมีน้องเค้าท้วงมาว่าต้องเลือกมากว่า 1 ข้อ ครับแก้แล้วครับ :)
03 มี.ค. 53 / 14:19
0 0
ปิติ [icon smile : 92 bytes] (6456) : n/a : n/a : n/a
followup id 599676 75.31.23.206

#23# - 599682 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] บางทีผมก็คิดนะครับ ว่า แต่เดิมเนี่ย O-net มันเปลี่ยนมาจาก NT ของ ม 6 ใช่มั๊ยครับ


เหมือนผมได้ยินมาลางๆ ว่า เพราะเด็กส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจที่จะทำข้อสอบ NT เอาแต่จะสอบ entrance ทำให้คะแนน NT นี้ไม่มีมาตรฐานที่ถูกต้อง กระทรวงเลยบังคับให้คะแนน NT (หรือ O-Net ปัจจุบัน) มาใช้ในการเข้ามหาลัย เด็กนักเรียนจะได้ใส่ใจทำบ้าง ....

ทีนี้ก็เลยเป็นปัญหาอย่างทุกวันนี้ เพราะส่วนตัวนะครับ เรื่องที่ว่าจะเข้าวิศวะต้องรู้ทุกเรื่องของศิลปะเลยหรอ จะเข้าหมอจะต้องเทพเลขขนาดนั้นเลยรึเปล่า ถ้าเกิดเราไม่คิดว่ามันจำเป็นเลย แล้วเราจะเรียนมันไปทำไมนะ?? จริงๆมันไม่เกี่ยวหรอกว่าเราจะเข้าอะไร เข้ามหาลัยไปแล้วจะได้ใช้หรือไม่ เพราะตอนที่สอบเสร็จยันคะแนนออก มีคนมากมายเปลี่ยนแนวชีวิตโดยที่ตัวเองไม่คิดด้วยซ้ำ เรื่องการสอบ จริงๆมันคือการทดสอบความรู้ว่าในห้องเรียนเราเรียนอะไรไปแล้วบ้าง เรามีความรู้มากแค่ไหน อาจารย์สอนให้นักเรียนเก็บความรู้ได้ดีแค่ไหน เราไม่ควรที่จะถามว่า "แต่ละโรงเรียนสอนไม่เท่ากัน แล้วเราจะสอบเหมือนกันได้อย่างไร" แต่เราควรที่จะถามว่า "ทำไมแต่ละโรงเรียนถึงสอนไม่เหมือนกัน ในเมื่อหลักเกณฑ์ก็มีอยู่แล้ว"


อย่างตอนนี้ที่ผมเรียนหมออยู่ สถาบันที่ผมเรียนก็จัดระบบการเรียน จัดวิชาไม่เหมือนที่อื่น แต่ละที่ก็ต่างกันออกไป ซึ่งส่วนกลางก็จะมี "เกณฑ์แพทยสภา" ที่จะบอกว่า อย่างน้อยนักศึกษาต้องมีความรู้ในเรื่องอะไรบ้าง จะรู้เรื่องส่วนใดเพิ่มเป็นพิเศษก็แล้วแต่ แต่พื้นฐานต้องมีเหมือนๆกัน


สรุปแล้ว ผมว่าทางแก้ทางนี้ จะง่ายที่สุด คือ จัดสอบต่อไป แต่คะแนนในส่วนศิลปะ กีฬา ดนตรี พวกนี้ ไม่ต้องใช้ในการเข้ามหาวิทยาลัย ใช้คะแนนที่ปรากฎออกมาในการทำให้หลักสูตรแต่ละที่มีพื้นฐานที่เหมือนกัน ก็พอแล้วแหละครับ - -"
03 มี.ค. 53 / 15:56
0 0
regites [icon smile : 92 bytes] (310) : n/a : n/a : n/a
followup id 599682 203.131.209.242

#24# - 599738 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ไอผมก็นึกว่าให้เลือกกี่ตัวก็ได้ เค้าไม่ได้บังคับมากกว่าหนึ่งนี่นา แค่บอกว่าอาจจะมีมากกว่าหนึ่งข้อที่ถูก

แต่จริงๆผมว่านะ
จะเข้าหมอไม่เห็นต้องเก่งศิลปะ ดนตรี พละ
แล้วก็ "ไม่ต้องเก่งชีวะ" ด้วย

โอเคมันอาจจะมีผลบ้าง เรื่องความชอบท่อง ชอบจำ
แต่เนื้อหา หลักการมันคนละเรื่องกันเลย
คนที่มีความคิดกว้างๆ เข้าใจอะไรง่าย คิดต่อได้เอง จะเรียนดีกว่านะครับ
ไม่ว่าจะเก่งอะไร เลข เคมี ชีวะ หรือแม้แต่ฟิสิกส์ ผมว่าก็เรียนหมอดีได้

เรียนมอปลาย สอบเนื้อหามอปลายมันวัดได้แค่วิธีการคิด การจำ วิธีทำความเข้าใจ
ส่วนเนื้อหา มันไม่ได้สอดคล้องอะไรเท่าไหร่เลย
03 มี.ค. 53 / 20:10
0 0
ฮ.นกฮูกตาโต [icon smile : 92 bytes] (513) : n/a : n/a : n/a
followup id 599738 58.8.220.217

#25# - 599934 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] อย่า!!!


ตั้งมู้แบบนี้ให้ผมเห็นอีก!!!


เห็นแล้วเครียด...
05 มี.ค. 53 / 01:40
0 0
{LokimA-JokER}_129 [icon smile : 92 bytes] (4331) : n/a : n/a : n/a
followup id 599934 58.9.136.193