 |
![[icon-delete : 101 bytes]](img/icon-delete.gif) |
| " อยากให้ขยายผลเรื่องข้อสอบ ONET ไปสู่ข้อสอบพื้นฐานแพทย์ Part จริยธรรมครับ " |
 |
 |
คือจากปีที่ผมสอบนะ ความถนัดแพทย์ มันจะมีข้อสอบ 3 ส่วน (เข้าใจว่าปีล่าสุดมันเหลือข้อสอบแค่ 2 ส่วน แต่ที่แน่ๆ partจริยธรรมยังคงมีอยู่)
- ส่วนแรกวัด IQ ก็เป็นข้อสอบความถนัดทั่วๆไป ให้ลำดับตัวเลขมาแล้วให้หาตัวถัดไป ให้ภาพมาหาภาพที่ขาด ข้อสอบส่วนนี้เป็นข้อสอบเชาว์ ซึ่งผมว่าก็ดีอยู่แล้ว
- ส่วนที่สองนี่เป็นส่วนที่ผมมองว่ามีปัญหาครับ เป็นข้อสอบวัดจริยธรรม (จอร์จจจจ มันวัดกันได้ด้วยเว้ย) คำถามก็ให้คิดวิเคราะห์นั่นแหละครับ ทำนองว่า ถ้ามีเด็กน้อยน่าสงสารมาขายพวงมาลัยข้างถนน คุณจะซื้อมั้ย
ก.ซื้อ เพราะ บลาๆๆๆ
ข.ซื้อ เพราะ บลาๆๆๆ
ค.ไม่ซื้อ เพราะ บลาๆๆๆ
ง.ไม่ซื้อ เพราะ บลาๆๆๆ
ไม่ก็ถ้าคุณเป็นคนคุมสอบ มีเด็กมาสอบสายเพราะเหตุจำเป็น 10 นาที คุณจะให้เข้าห้องสอบหรือไม่ อะไรทำนองนี้นะครับ
- ส่วนที่สามเป็นข้อสอบวัดความเชื่อมโยง ก็จะเหมือนกับ GAT พาร์ทเชื่อมโยงน่ะแหละ เป็นข้อสอบทำนองว่าให้บทความมาแล้วเราต้องหาความสำคัญจากคำต่างๆที่เค้าขีดเส้นใต้ แล้วเอาความสัมพันธ์นั้นไปฝนในกระดาษคำตอบ ส่วนตัวมองว่าข้อสอบส่วนนี้เคลียร์ แล้วก็ง่ายมาก
โอเคครับ ประเด็นของผมคือ ข้อสอบส่วนที่ 1 กะ 3 ผมไม่แตะ เพราะ มองว่าโอเคแล้ว แต่ข้อสอบวัดจริยธรรมนี่ มันคลุมเคลือทีเดียว แล้วจะใช้วัดอะไรได้หว่า แต่ละคนมีคำตอบของตัวเอง แล้วกรรมการเอามาตรฐานตรงไหนมาตัดสินว่ามันผิดหรือถูก (อ่าฮะ คล้ายๆกับ ONET วิชาเฮงซวยใช่ม้าา)
มาถึงตรงนี้ ผมขอออกตัวไว้ก่อนว่า ผมไม่ใช่เด็กเกรียนที่สอบหมอไม่ได้แล้วมาโวยวาย หรือ ได้คะแนนพื้นฐานแพทย์น้อยนิดแล้วมาดิ้นพราดๆ
ผมยื่นคะแนน กสพท ติดแพทย์ศาสตร์ ศิริราช (ตอนหลังสละสิทธิ์ เพราะ ผมไม่อยากเป็นหมอ) คะแนนพื้นฐานแพทย์ผมสูงมาก ถ้าไม่ Top 5 ก็ Top 10 ของสวนกุหลาบ
เอาเป็นว่าที่ติดศิริราช มันก็ติดเพราะไอพื้นฐานแพทย์นี่แหละ ตัวดึงขึ้นมากๆ เพราะถ่วงน้ำหนักตั้ง 30% คะแนนวิชาอื่นไม่ได้สูงอะไร (จริงๆแล้วผมเป็นผู้ได้ประโยชน์จากคะแนนพื้นฐานแพทย์มากที่สุดคนนึงด้วยซ้ำ )
ทีนี้หลังจากดูข้อสอบ ONET ปีล่าสุดที่มีปัญหากันเนี่ย ผมนึกถึงข้อสอบพื้นฐานแพทย์ Part จริยธรรมขึ้นมาทันทีเลยครับ เพราะ มันวัดอะไรไม่ได้เหมือนๆกัน โดยเฉพาะวัดความเป็นคนดีเนี่ย
จากประสบการณ์ตรง ผมเรียนกับเพื่อนมา 6 ปี นิสัยใจคอ กมลสันดาน ก็รู้ๆกันหมด ผลที่ได้ก็คือ เพื่อนๆที่เป็นคนดี มีคุณธรรมสูง จะได้คะแนน part จริยธรรมห่วยๆ ส่วนพวกใจหมา มีแนวโน้มจะเป็นหมอหน้าเงิน ออกแนวชั่วร้ายๆหน่อย (แน่นอนว่ารวมถึงผม) เวลากาข้อสอบจะทำตัวดัดจริตดูว่าไอคนดีๆที่คนออกข้อสอบนึกมันน่าจะเป็นไงว้า คนกลุ่มหลังเนี่ยแหละคะแนนพื้นฐานแพทย์มักจะสูงปรี๊ดกันทั้งนั้น ฮะๆ ตอนนั้นเอาไปล้อเพื่อนที่เป็นคนดีได้ว่า เมิงนี่โคตรชั่วเลยว่ะ คะแนนชี้วัดทุกสิ่งออกมาแล้ว
ย้ำอีกครั้งนะครับ คะแนนพื้นฐานแพทย์คิดเป็น 30% ของคะแนนทั้งหมด
แล้วคะแนนหมอของแต่ละที่ มันใกล้กันมากๆ อย่างปีที่ผมสอบศิริราชกับรามา มันต่างกันน่าจะไม่ถึง 1% แต่คุณเอาข้อสอบกากๆ มาบอกว่าวัดจริยธรรมเด็ก เพื่อตัดสินว่าใครควรจะได้เป็นหมอ มันไม่เข้าท่าเลยครับ
คนที่นั่งนึกได้ว่าความดีมันน่าจะเป็นยังไง กับ การเป็นคนดีของสังคม มันต่างกันลิบลับ ผมเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าานรก สวรรค์ มันวัดความดีความเลวกันยังไง รู้แค่ว่า ถ้ามันวัดด้วยข้อสอบ ผมขึ้นสวรรค์แหงๆ
ตอนนี้สังคมไทยมันบ้าคำว่าคุณธรรม จริยธรรมจนขึ้นสมอง เอะอะก็อ้างความดีงามอะไรไม่รู้
ผมว่าปัญหาจริงๆมันเกิดจากว่า หมอออกไปทำเอกชนเยอะ ไม่ยอมใช้ทุน
เวลาออกแบบระบบอะไรซักอย่าง ถ้าระบบมันดีจริง ต้องทำให้คนที่โง่ที่สุดก็สามารถใช้ได้ เช่นกันว่าหากคุณต้องการให้แพทย์เป็นไปในทิศทางไหน คุณต้องออกกฎที่ต่อให้คนที่ไม่มีจิตสาธารณะอยู่เลยก็ต้องทำตาม
ตอนนี้เข้าใจว่าใช้เงิน 4 แสน ก็เป็นอิสระไม่ต้องใช้ทุนได้แล้ว ลองเปลี่ยนเป็น 10 ล้านสิครับ รับรองอยู่กันครบ
ในเมื่อแพทยสภาเลือกที่จะปกป้องนักศึกษาแพทย์ให้ไม่ต้องใช้ทุนเยอะ ก็ไม่ควรจะมาทำตัวบ้าจริยธรรม ยัดข้อสอบปัญญาอ่อนที่วัดอะไรไม่ได้ มาเป็นตัววัดเด็กเข้าเรียน โดยภาวนาว่าเด็กรุ่นต่อๆไป มันจะมีคุณธรรมสูงขึ้น(ซึ่งก็อย่างที่บอก มันวัดไม่ได้หรอก)
หากคุณได้ ONET กาก แล้วอยากเรียนพวกวิศวะ บัญชี นิติ นิเทศ ยังพอจะหาที่เรียนได้ แต่อยากเป็นหมอนี่ การสอบเข้ามหาลัยมันคือทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ ไปหาเรียนไม่ได้แล้วถ้าสอบไม่ติด (ต่อให้หาได้ก็ต้องจ่ายแพงโคตร อย่างหมอรังสิต) ฉะนั้นผมมองว่าข้อสอบพื้นฐานแพทย์ควรได้รับการแก้ไขยิ่งกว่าข้อสอบ ONET วิชาด๊องๆ ที่รวมกันคิดคะแนนไม่กี่เปอร์เซนต์ซะอีกครับ |
 |
 |
| 09 มี.ค. 53 / 15:17 |
 |
0
0
Fresh Extra (178) : n/a : n/a : n/a |
 |
|
 |
 |
|
|
view 1688 : discuss 7 : rating - : bookmarked 0 : vote 0
|
183.89.31.121
|
|