[suanboard monotone logo : 2777 bytes]
[header decor line : 64 bytes]
HOME RULE FAVOURITE MEMBER ZONE REACTIVATE FORGET PASSWORD    

SEARCH [icon freecompose : 217 bytes]
[icon register : 195 bytes] สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก : โพสต์รูป, รูปแบบตัวอักษร, ไอคอน, bookmark, ค้นหาข้อความ ฯลฯ [icon login : 178 bytes]

[icon-delete : 101 bytes]
" จับเข่าคุยพ่อค้าแม่ค้าราชประสงค์ - เดลินิวส์ "
http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&contentId=59042&categoryID=560

หลากทรรศนะก็ 'คนไทย' ด้วยกัน

พลันที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปรับกระบวนยุทธ์เป็น “เชิงรุก” โดยเคลื่อนขบวนดาวกระจายขับไล่รัฐบาลตามสถาน ที่ต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจปักหลักตั้งเวทีปราศรัยบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและธุรกิจสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ส่งผลให้การจราจรติดขัดและสุจริตชนทั่วไปได้รับผลกระทบ จนถึงวันนี้เป็นเวลานานพอสมควร และสถานการณ์ส่อเค้ารุนแรง เมื่อแกนนำพา ผู้ชุมนุมบางส่วนบุกรัฐสภา จนรัฐบาลต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หรือที่เรียกว่า “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” เพื่อเร่งคืนความสงบสุขให้กับสังคมโดยเร็ว

ทีมข่าว “เดลินิวส์” ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นและทัศนคติต่าง ๆ จากกลุ่มคนที่อาศัยใกล้จุดชุมนุมมาถ่ายทอดสู่กันฟัง แม้จะเป็นเพียงบางส่วน แต่ก็น่ารับฟังและน่าสนใจไม่น้อยเลย

นางประนอม ท้าวแก้ว อายุ 45 ปี อาชีพขายเครื่องดื่มและข้าวโพดต้มบริเวณหน้าวัดปทุมวนาราม บอกว่า ตนขายของบริเวณนี้มา 4-5 ปี มีลูกค้าประจำส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศ ในละแวกนี้ แต่หยุดขายไปหลายวัน และเพิ่งกลับมาขายวันแรกเมื่อวันที่ 6 เมษายน ซึ่งเป็นวันจักรีก็ขายได้เรื่อย ๆ ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงเท่าใดนัก ยอดขายเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 1,000-2,000 บาท แต่อาจติดขัดบ้างในเรื่องการขนส่งสินค้า เพราะรถส่งสินค้าไม่สามารถเข้ามาส่งของได้ ตนต้องใช้รถเข็นขนาดเล็กไปรับ สินค้าจากประตูน้ำและขนสินค้ามายังจุดที่ตั้งร้าน ก็อยู่ไกลพอสมควร

ด้าน นางสาคร คำผอง อายุ 42 ปี แม่ค้าขายกล้วยทอดบริเวณ ถนนอังรี ดูนังต์ เปิดเผยว่า ขายของย่านนี้มาประมาณ 26 ปี เปิดร้านตั้งแต่ช่วง 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นทุกวัน มีลูกค้าประจำเป็นพนักงานบริษัท, นิสิต, นักศึกษา, นักเรียน และผู้ที่สัญจรผ่านไปมา รายได้ในแต่ละวันก็พอเลี้ยงตัวได้ แต่เมื่อมีม็อบเสื้อแดงมาชุมนุมย่านนี้ทำให้ตนมียอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เพราะจะมีผู้ชุมนุมมาเหมาซื้อกล้วยแขกครั้งละ 200-300 บาทวันละหลายครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม ความคิดส่วนตัวอยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดีไม่มีความรุนแรงใด ๆ เกิดขึ้น หากรัฐบาลหาทางออกไม่ได้ก็ควรยุบสภาเพื่อจะได้มีการเลือกตั้งใหม่ บ้านเมืองจะได้สงบเสียที

ส่วน นางนิภา หาญพงศ์พิพัฒน์ อายุ 53 ปี แม่ค้าขายของย่านถนนอังรีดูนังต์ อีกคนบอกว่า เป็นคนปทุมวันโดยกำเนิด ครอบครัวค้าขายอยู่ในย่านนี้มาประมาณเกือบ 40 ปี ตั้งแต่ตนยังเด็ก จึงมีแผงขายของในย่านนี้หลายแผงทั้งก๋วยเตี๋ยวเป็ด, ของทอด, เครื่องดื่ม, เกา ลัดคั่ว เป็นต้น ทุกวันนี้แม้มีลูกค้าประจำ ผลที่ได้รับจากการชุมนุมของม็อบ นปช. คือตนสามารถขายสินค้าได้มากขึ้น เช่น เครื่องดื่ม โดยเฉพาะในวันที่มีผู้ร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมากเพราะเป็นหน้าร้อน ส่วนสินค้าอื่นจะขายได้ดีในช่วงเย็นที่มีการ ปิดถนนย่านนี้ แต่ตนก็อยากให้ทุกฝ่ายตกลงกันได้ด้วยดี ไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น เพราะเป็นคนไทยเหมือนกัน หากแก้ไขปัญหาไม่ได้รัฐบาลก็ควรยุบสภาเลือก ตั้งใหม่

นางทัด หารไกร อายุ 38 ปี ภูมิลำเนาอยู่ จ.ร้อยเอ็ด แม่ค้าขายส้มตำริมถนนอังรีดูนังต์ เลี้ยงชีพมายาวนานกว่า 9 ปี ยอมรับว่า ตั้งแต่มีม็อบกำไรที่เคยขายได้วันละ 1,000 บาท หายไปประมาณ 50% เนื่องจากมีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงทำให้พนักงานในสยามสแควร์หยุดงานลูกค้าก็ไม่มี วันแรกที่มีการชุมนุมยาวมาถึงบริเวณที่ตนขายของอยู่ก็ทำให้คนไม่ค่อยมาซื้อเพราะกลัวกลุ่มเสื้อแดง แต่สถานการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อเคยมีกลุ่มเสื้อเหลือง ตอนนั้นรายได้ก็หายไปเหมือนกัน แต่รู้สึกว่ากลุ่มเสื้อแดงชุมนุมครั้งนี้ทำให้รายได้ลดลงไปมากกว่าเสื้อเหลือง อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวไม่อยากฝากอะไรถึงรัฐบาล แค่ไม่ต้องการให้มีการยุบสภา

น.ส.สถาพร คำมาตร อายุ 25 ปี แม่ค้าขายขนมหวานละแวกอังรีดูนังต์ มาประมาณ 1 ปี เห็นแตกต่างจากนางทัด โดยเธอบอกว่า รายได้ในแต่ละวันไม่ได้ลดลงไปเลย เนื่องจากกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนงานก่อสร้าง นักศึกษา และพนักงานที่อยู่ในสยามสแควร์ จะมีการชุมนุมหรือไม่มีก็ไม่เดือดร้อน

ส่วน นางอรทัย มหาโภคประเสริฐ อายุ 41 ปี แม่ค้าขายกาแฟ น้ำผลไม้ ริมถนนอังรีดูนังต์ แสดงทรรศนะว่า รายได้ลดลง เนื่องจากมีการชุมนุมขึ้น นักศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ปิด 3 วัน ร้านค้าของสยามสแควร์ก็ปิดบริการ พนักงานก็ไม่มา กลุ่มเสื้อแดงก็ไม่ได้มา ซื้อน้ำกิน เพราะเอาเครื่องดื่มมาเอง อยากให้รัฐบาลดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ อาจเปิดเจรจาอีกครั้งโดยพบกันคนละครึ่งทางหรืออยู่บนความประนีประนอม เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมาดีขึ้นเหมือนเดิม

นายเสรี คำจันทร์ อายุ 38 ปี ขายผลไม้รถเข็นอยู่ริมถนนพระราม 1 หน้าวัดปทุมวนาราม กล่าวว่า ลูกค้าเป็นพนักงานของห้างสรรพสินค้า เมื่อห้างปิดรายได้ก็ลดฮวบเป็นธรรมดา จะขายได้ก็คนที่เดินผ่านไปมา และตำรวจที่แวะมาอุดหนุน รายได้ก็ลดลงไปมาก แต่ไม่คิดจะย้ายไปขายที่ไหน ยังปักหลักอยู่ที่นี่ เพราะขายมานานแล้ว

ขณะที่ นางจันทนา พรหมประเสริฐ อายุ 52 ปี แม่ค้าขายลอตเตอรี่ หน้าวัดปทุมวนาราม ยอมทำใจ รายได้ที่เคยขายได้ก็ต้องลดลง ปกติก็ขายให้คนที่ทำงานละแวกนี้ หากแต่ละงวดขายไม่หมดก็หวังพึ่งให้คนที่มาทำบุญในวัด นี่คนมาทำบุญก็ไม่มี แต่ก็โชคดีที่มีน้องสาวมาช่วย ทุกครั้งเวลาขายไม่หมด และอยากให้รัฐบาลดำเนินการอะไรก็รีบทำ หากปล่อยเช่นนี้ก็ไม่ดี พ่อค้าแม่ค้าแถวนี้เดือดร้อนกันหมด

เช่นเดียวกับ นางรุ่งนภา สุดหล้า อายุ 32 ปี แม่ค้าขายตับย่างใกล้กัน ฝากถึงรัฐบาลว่า เดี๋ยวนี้ลูกค้าพวกพนักงานของห้างหายหน้าหายตาไปเลย ปกติเปิดร้านไม่เกิน 11.00 น. ก็ขายหมดทั้งตับและข้าวเหนียว แต่พอมีม็อบมาชุมนุมก็ต้องรอจนบ่าย บางวันก็เหลือ กลับบ้าน แต่ก็ไม่คิดจะย้ายไปที่อื่น เพราะร้านอยู่ตรงนี้มานาน ไปที่อื่นก็ต้องหาลูกค้าและทำตลาดใหม่ ทำใจไว้แล้วเมื่อมีการชุมนุมลูกค้าต้องลด เพราะเคยมีประสบการณ์ตั้งแต่ม็อบเสื้อเหลือง ก็อาศัยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเตรียมของมาขายให้น้อยลง

ทั้งหมดเป็นเพียงความเห็นบางส่วนของพ่อค้าแม่ค้าย่านใกล้เคียงสี่แยกราชประสงค์ ซึ่งมีทั้งสนับสนุนการชุมนุม ของกลุ่มเสื้อแดงและคัดค้านการชุมนุม ซึ่งไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน ทุกคนย่อมมีความคิดเห็นแตกต่างกัน เหนือสิ่งอื่นใด จงพึงระลึกเสมอว่า “เราคือคนไทยด้วยกัน” ไม่รักกันสมานฉันท์วันนี้ วันหน้าประเทศชาติจะเป็นอย่างไร เคยคิดกันบ้างหรือไม่ ?

สุดท้ายคนที่เดือดร้อนและรับกรรมก็ไม่พ้น “คนไทย” อยู่ดี
12 เม.ย. 53 / 12:01
0 0
meed: ทาสแม่งดีเฟนด์ให้นายทาสหาพ่อง [icon smile : 92 bytes] (58) : n/a : n/a : n/a
view 1591 : discuss 0 : rating - : bookmarked 0 : vote 0 203.147.2.131