 |
![[icon-delete : 101 bytes]](img/icon-delete.gif) |
| " รพ.จุฬาฯ ย้ายผู้ป่วยหนีแดงถ่อยคุกคาม-รอง ผอ.ซัดสมัยสงครามญี่ปุ่นยังไม่โดนถึงขนาดนี้ " |
 |
 |
โรงพยาบาลจุฬาฯ ย้ายผู้ป่วยหนีม็อบถ่อยไปรักษาโรงพยาบาลอื่น รองผู้อำนวยการระบุถือเป็นประวัติศาสตร์ที่ถูกคุกคามจนทนไม่ไหว เผยสมัยญี่ปุ่นบุกไทยก็ยังเคารพสถานที่ไม่เคยทำถึงขนาดนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเมื่อค่ำวานนี้ (29 เม.ย.) นายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำกลุ่ม นปช.หรือกลุ่ใคนเสื้อแดง ได้นำการ์ดจำนวนมากบุกเข้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อตรวจค้นโดยอ้างว่าเห็นกำลังทหารเข้ามาประจำอยู่บริเวณชั้น 3 ตึก สก. ล่าสุดเช้าวันนี้ (30 เม.ย.) โรงพยาบาลจุฬาฯ ได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่พักรักษาตัวในอาคารที่อยู่แนวถนนราชดำริ ได้แก่ ตึก สก.ที่มีผู้ป่วยเด็ก ผู้ป่วยโรคหัวใจ และผู้ป่วยตึก ภปร.ด้านถนนพระราม 4 ซึ่งเป็นตึกผู้ป่วยนอก ออกจากโรงพยาบาล
โดยได้ติดต่อโรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลกลาง และโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เพื่อขอเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปรักษาตัวชั่วคราว โดยผู้ป่วยส่วนมากที่จะย้ายไปนั้นเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ภายในแผนกอายุรกรรม ขณะนี้โรงพยาบาลจุฬาฯ ได้รับผู้ป่วยเต็มจำนวนแล้ว 1,500 เตียง แต่ยังไม่ทราบจำนวนผู้ป่วยที่จะย้ายไปโรงพยาบาลอื่น ทั้งนี้ แพทย์ได้เรียกร้องไม่อยากให้มีฝ่ายใดเข้ามาภายในโรงพยาบาล พร้อมทั้งยืนยันว่าจะไม่ทิ้งคนไข้ ส่วนผู้ป่วยที่สามารถกลับบ้านได้ ขอให้ญาติมารับตัวไปพักที่บ้านชั่วคราว
นอกจากนี้ยังเลื่อนนัดผู้ป่วยโดยแนะนำให้รักษาตัวที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หากจะรักษาก็จะดูเป็นรายๆ ไป แต่ทำได้เพียงการใช้ยาเท่านั้น ตลอดจนการขนย้ายผู้ป่วยไปตึกอื่น เพราะถือว่าตึกนี้เป็นด่านแรกในการรับผู้ป่วย
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้มีผู้ป่วยเดินทางมาที่โรงพยาบาลหลายร้อยคน บางคนมาจากต่างจังหวัด ไม่ทราบข่าวว่าโรงพยาบาลงดให้บริการ ซึ่งทำได้เพียงรับยา แต่บางคนต้องการรักษากับแพทย์ที่ตนเองรักษาเป็นประจำ นอกจากนี้ โรงพยาบาลได้ยกเลิกนัดผ่าตัดกับผู้ป่วยเ ว้นแต่กรณีฉุกเฉินและได้ส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลอื่น เช่น ศิริราช รามา ราชวิถีและโรงพยาบาลที่อยู่ในเครือ กทม.
ศ.นพ.สมรัตน์ จารุลักษณานันท์ รอง ผอ.รพ.จุฬาฯ กล่าวว่า เมื่อสองวันที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลได้ย้ายผู้ป่วยจากตึก สก.และภปร.ไปพักรักษาตัวในตึกที่อยู่ห่างไกลจากจุดชุมนุมตลอดถนนพระราม 4 และถนนราชดำริ 254 ราย เราทำงานในภาวะการถูกคุกคามเช่นนี้มาเป็นสัปดาห์แล้วเพราะมีความยากลำบากในการย้ายผู้ป่วยหรือการเข้าห้องฉุกเฉินเพราะคนใช้บริการอาจเป็นเขาเองก็ได้หรือทหาร ตำรวจ คนทั่วไป เราก็ทำเพื่อเขาแต่ก็ถูกคุกคามด้วยวิธีการไม่เป็นอารยะ อย่างไรก็ตามไม่มีเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจมารักษาความปลอดภัยในโรงพยาบาลแต่อย่างใด
ศ.นพ.สมรักษ์กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องใหม่ไม่เคยมีประวัติศาสตรของ รพ.จุฬาฯ ที่ตั้งมา 96 ปี นับตั้งแต่ ร.6 พระราชทานมา รพ.เคยถูกกองทัพญี่ปุ่นเมื่อสมัยสงครามโลกยึด แต่เราก็บอกว่าเราเป็น รพ.ของสภากาชาดไทยซึ่งเขาก็เคารพ ทาง รพ.ได้แบ่งตึกให้เขาทำการสองตึกแต่ไม่มีการลดธงสภากาชาดไทยและธงไทย ครั้งนี้ก็จะเป็นประวัติศาสตร์ว่าจะถูกยึดก็ให้ประชาชนดูว่าพฤติกรรม หากประเทศเรามืออาชีพมากกว่านี้ประเทศเราคงไม่มีวันนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบุคคลากรก็ถือเป็นมนุษย์ก็ต้องกลัวกับเหตุการณ์เช่นนี้ ปกติเรายึดหลักสภากาชาดไทยเราทำระบบขึ้นมาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
การขนย้ายผู้ป่วยมีหลักการ เป็นหลักวิชาอย่างหนึ่ง ระหว่างย้ายคนไข้ฉุกเฉิน ต้องมีสัญญาณชีพให้เราเห็น นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการติดตั้งระบบใหม่ แต่ก็นับถือน้ำใจของบุคลากร เขาไม่มีหน้าที่หน้าที่มาตรวจค้นเราได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสว่าทุกคนต้องทำหน้าที่ของตน ศ.นพ.สมรักษ์ กล่าว
ที่มา http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000059413 |
 |
 |
| 30 เม.ย. 53 / 10:57 |
 |
0
0
รักสวนฯ (5141) : n/a : n/a : n/a |
 |
|
 |
 |
|
|
view 1618 : discuss 29 : rating - : bookmarked 0 : vote 0
|
118.173.96.203
|
|