 |
![[icon-delete : 101 bytes]](img/icon-delete.gif) |
| " ฝ่าหิมะ! เจาะขุมทรัพย์ "เฉลิม อยู่บำรุง -เครือญาติ" (ว่าที่)นายกฯคนที่ 28-รวย160ล้านได้อย่างไร? " |
 |
 |
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อาจได้เป็นนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย คนที่ 28 ถ้าศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ 5 รัฐมนตรีในวันที่ 31 พฤษภาคม - 1 มิถุนายนนี้ แล้วพรรคร่วมรัฐบาลพ่ายแพ้ในการลงคะแนนอย่างหมดรูป
แม้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีความมั่นใจว่าเสถียรภาพในรัฐบาลแน่นปึ้ก
แม้นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย ออกมาบอกแก้มเย้ยหยันว่า โอกาสที่ ร.ต.อ.เฉลิมจะได้เป็นนายกฯมีเพียง 2.75%
กระนั้นการเมือง อะไรก็เกิดขึ้นได้!!!
และถ้า ร.ต.อ.เฉลิมได้เป็นนายกฯขึ้นมาจริงๆ เขาจะเป็นผู้นำที่มีความมั่งคั่งกว่าผู้นำในอดีตหลายคน ไม่ว่า นายชวน หลีกภัย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายสมัคร สุนทรเวช แม้กระทั่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
และนั่นอาจทำให้คนจำนวนไม่น้อยกลับมาตั้งคำถามว่า นายกฯเฉลิม รวยได้อย่างไร?
ตอนเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.สัดส่วน วันที่ 22 มกราคม 2551 ร.ต.อ.เฉลิมและนางลำเนาภริยาแจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วยทรัพย์สินรวม 160.5 ล้านบาท
ถ้าเทียบกับ เพื่อน ส.ส.เพื่อไทยด้วยกัน อยู่ในอันดับ 16 น้อยกว่านายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กรุงเทพ แต่ก็มากกว่า นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ
ร.ต.อ.เฉลิมกับภรรยามีที่ดิน 18 แปลง เนื้อที่ 166-2-52 ไร่ มูลค่า 78.6 ล้านบาท อยู่ในอันดับ 18 (คิดคามมูลค่า) มากกว่านายวิชาญ มีนชัยนันท์
มีเงินฝาก 22.6 ล้านบาท อยู่ในอันดับ 6 มากกว่านายจักริน พัฒน์ดำรงจิตร ส.ส.ขอนแก่น (ถูกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินระงับทำธุรกรรมทางการเงิน)
ทรัพย์สินก้อนดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับ บุตรชาย เนื่องจากบรรลุนิติภาวะแล้ว
เดิมบุตรชาย ร.ต.อ.เฉลิม เป็นเจ้าของ หจก. โต้ง หนุ่ม ชาย ขายน้ำมันเชื้อเพลิง ,บริษัท เฉลิมไมน์นิ่ง จำกัด กิจการเหมืองแร่ ,บริษัท ดวงเฉลิม จำกัด ประกอบธุรกิจหนังสือพิมพ์ , บริษัท โต้งหนุ่มชายการเกษตร จำกัด ปลูกป่า ทั้ง 4 แห่งแจ้งเลิกกิจการนานแล้ว
ปัจจุบัน นายอาจหาญ (โต้ง) และ นายดวง อยู่บำรุง ถือหุ้นและเป็นกรรมการธุรกิจ 6 แห่ง ได้แก่
บริษัท เบสท์ บอสส์ บิสซิเนส จำกัด รับถามที่ดิน ก่อตั้งวันที่ วันที่ 9 มิถุนายน 2538 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ตั้งอยู่ในต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร นายอาจหาญถือหุ้น 28.6% เท่ากับ นายธีระยุทธ หอประเสริฐกิจ นายผจญ อุลปาทร 19% พ.ต.อ. ไวพจน์ โชติธาดา 9.5% นายศิริชัย แดงสุภา 9.5% นายสุรัศมิ์พรรณ ดุลยจินดา 4.5%
หจก. โต้ง หนุ่ม ชาย ทรานสปอร์ต ธุรกิจขนส่ง ก่อตั้ง วันที่ 22 มกราคม 2539 ทุนจดทะเบียน 3.5 ล้าน นายอาจหาญ นายดวง อยู่บำรุง และ สาวอุบล แก้วสามสี ร่วมกันถือหุ้น
บริษัท บอสส์ บ๊อกซิ่ง 2000 จำกัด สนามมวยอ้อมน้อย ก่อตั้ง วันที่ 24 สิงหาคม 2543 ทุนจดทะเบียน 7 ล้านบาท นายดวง ถือหุ้น 25% นาย ธีรยุทธ หอประเสริฐกิจ 26.5 % นายธนา ไชยประสิทธิ์ 13% นายเถลิง อยู่บำรุง 8% นายอภิชัย อุลปาทร 7% นางจันทนาอยู่บำรุง 5% นายอาจหาญ อยู่บำรุง 2%
บริษัทคือ บริษัท มิราเคิล คอมเมอร์เชียล จำกัด ขายเครื่องบริโภคก่อตั้งวันที่ 13 มิถุนายน 2546 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 813 ซอยแสงทิพย์ แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ นายอาจหาญถือหุ้น 100%
บริษัท เอ.เอช.เอ็นเตอร์เพล็กซ์ จำกัด โรงแรม บาร์ ไนท์คลับ ก่อตั้งวันที่ 13 มิถุนายน 2546 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเดียวกันนายอาจหาญ ถือหุ้น 100%
และ บริษัท บอสส์ วิลล์เลจ จำกัด ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก่อตั้งวันที่ 29 พฤษภาคม 2549 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเดียวกับสนามมวยอ้อมน้อย นายอาจหาญ ถือหุ้น 15% นายเถลิง อยู่บำรุง 10% นายสัมมวงศ์ มโนมัยลาภ 17.5%
ในจำนวนนี้มีเพียง 2 แห่งที่แจ้งว่ามีรายได้
หจก. โต้ง หนุ่ม ชาย ทรานสปอร์ต ปี 2551 รายได้ 15.7 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 9 แสนบาทเศษ สินทรัพย์ 9.5 ล้านบาท ปี 2550 รายได้ 18 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3 แสนบาทเศษ ปี 2549 รายได้ 18.4 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5 แสนบาทเศษ
บริษัท บอสส์ บ๊อกซิ่ง 2000 จำกัด ปี 2551 รายได้ 52.3 ล้านบาท กำไรสุทธิ ขาดทุนสุทธิ 4.7 ล้านบาท สินทรัพย์ 19.9 ล้านบาท ปี 2550 รายได้ 54.6 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 2.6 ล้านบาท ปี 2549 รายได้ 64 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 4 แสนบาทเศษ
อีก 4 แห่งคือ บริษัท เบสท์ บอสส์ บิสซิเนส บริษัท มิราเคิล คอมเมอร์เชียล บริษัท บอสส์ วิลล์เลจ จำกัด และ บริษัท เอ.เอช.เอ็นเตอร์เพล็กซ์ จำกัด ไม่มีรายได้ โดยบริษัท เบสท์ บอสส์ฯมีสินทรัพย์ 9 แสนบาทเศษ บริษัท บอสส์ วิลล์เลจ จำกัด สินทรัพย์ 93.2 ล้านบาท อีก 2 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 4 แสนบาทเศษ
น่าสังเกตว่า นายวัน อยู่บำรุง บุตรชายคนกลาง ก่อนหน้านี้เคยถือหุ้นร่วมกับนายอาจหาญพี่ชาย และ นายดวง น้องชายในกิจการสนามมวย ล่าสุดปี 2552 ไม่พบว่าถือหุ้นหรือเป็นกรรมการบริษัทแต่อย่างใด
ขณะที่นายเถลิง อยู่บำรุง น้องชาย (คนที่ 3) ร.ต.อ.เฉลิม นอกจากถือหุ้นกับบุตรของพี่ชายแล้ว ยังมีชื่อทำธุรกิจอีกอย่างน้อย 3 แห่ง
1.บริษัท โปรอินทีเรีย จำกัด ขายที่ดิ นก่อตั้งวันที่ 14 กรกฎาคม 2532 ทุน 1 ล้านบาท นายเถลิง ถือหุ้น 25 % นายธนวัฒน์ ทองสุทธิกุล 35 %
2.บริษัท บอสส์ การ์เด้น อินน์ จำกัด ธุรกิจโรงแรม ก่อตั้งวันที่ 8 พฤษภาคม 2539 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 74 หมู่ที่ 12 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
และ 3. บริษัท เถลิงชัยยุทธพันธุ์ คอนสตรัคชั่น จำกัด รับเหมาก่อสร้าง ก่อตั้งเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2550 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท อยู่แถวบางบอน
ทั้งนี้ บริษัท โปรอินทีเรีย จำกัด ปี 2548-2549 ไม่มีรายได้ แต่ทว่าปี 2550 มีรายได้เข้ามาถึง 83 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3.8 ล้านบาท หลังจากนั้นปี 2551-2552 ไม่มีรายได้ โดยปี 2552 มีสินทรัพย์ 4.6 ล้านบาท
คำนวณคร่าวๆ ทรัพย์สินของ ร.ต.อ.เฉลิม บุตรชาย และ เครือญาติ ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2551 นายชนาพัทธ์ ณ นคร ประธานเครือข่ายเตมูจิน ยื่นหนังสือต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบ ร.ต.อ.เฉลิม ปกปิดบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินหรือไม่ โดยอ้างว่านายเถลิง อยู่บำรุง น้องชาย ร.ต.อ.เฉลิม เป็นเจ้าของสนามมวยอ้อมน้อย และ ถือครองเงินสด เงินฝากจำนวนมากแทนพี่ชาย
วันรุ่งขึ้น ร.ต.อ.เฉลิม ออกมาประกาศว่าจะฟ้องร้องนายชนาพัทธ์และสื่อในข้อหาหมิ่นประมาท พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวว่าไม่เป็นความจริง
ไม่กี่วันข่าวชิ้นนี้ก็เงียบหายไป
ในช่วงก่อนเลือกตั้งปลายปี 2550 ร.ต.อ.เฉลิมออกมาปรามาส ประชาธิปัตย์ทำนองว่า ไม่มีทางชนะเลือกตั้ง และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่มีทางได้เป็นนายกฯ ยกเว้นมีหิมะตกในเมืองไทย
ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงเพราะปรากฏว่า พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง และ นายสมัคร สุนทรเวช ได้เป็นนายกฯ
หลังนายสมัครพ้นตำแหน่ง กรณี "ชิมไปบ่นไป" นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็เข้ามารับช่วงต่อ
เมื่อนายสมชายพ้นตำแหน่ง อันเนื่องจากกรณียุบพรรคพลังประชาชน นายอภิสิทธิ์ เวชชีวะ ก็เข้ามาเป็น
การนั่งเก้าอี้นายกฯของนายอภิสิทธิ์ อยู่บนข้อเท็จจริงที่ว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เสียงข้างมากในการเลือกตั้งปลายปี 2550 เป็นเพียงพรรคอันดับ 2
แต่ก็ได้เป็นรัฐบาล
ครานี้เมื่อ ร.ต.อ. ดร.เฉลิมขอเป็นนายกฯ ไม่รู้บางคนในประชาธิปัตย์จะออกมาเอาคืนด้วยคำพูด "หิมะตกในเมืองไทย" หรือไม่?
.............
ที่มา http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1275221466&grpid=00&catid= |
 |
 |
| 31 พ.ค. 53 / 09:26 |
 |
0
0
รักสวนฯ (5141) : n/a : n/a : n/a |
 |
|
 |
 |
|
|
view 1751 : discuss 13 : rating - : bookmarked 0 : vote 0
|
125.24.111.194
|
|