 |
 |
| #1# - 632821 |
![[icon-addtodelete : 101 bytes]](img/icon-delete.gif) |
 |
![[member icon]](icon/bfly1.gif) |
 |
สติสัมปชัญญะ เป็นธรรมที่มีอุปการะมาก เกื้อกูลในการทำความดีทุกอย่าง
ธรรม 84,000 พระธรรมขันธ์ สรุปลงที่สติสัมปชัญญะ
ตามหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ก็ต้องอาศัยสติสัมปชัญญะ ทั้งนั้น
สติ หมายถึง ความระลึกได้ มีความรอบคอบ ไม่ลืม ไม่เผลอ ไม่ประมาทเป็นพื้นฐาน
สัมปชัญญะ หมายถึง ความรู้สึกตัว ไม่หลงลืม รู้สึกตัวอยู่เสมอทุกขณะจิต
ว่ากำลังทำอะไรอยู่ที่เกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ไม่ส่งใจไปในอดีตหรืออนาคต
สติสัมปชัญญะ เป็นสติที่มีปัญญาสนับสนุน ให้น้อมนำเข้ามาดูจิตใจตัวเอง
มองตัวเองในการกระทำ การพูด การคิด เป็นสภาวะที่รู้เท่าทัน ไม่หลงผิดไปตามกิเลส ตัณหา
และอารมณ์ที่มากระทบ เมื่อมีสมาธิสมบูรณ์แล้ว จึงจะเกิดสัมปชัญญะขึ้นได้
คัดย่อมาจากหนังสือ ปัญหา 108 ธรรมบรรยาย เล่มที่ 4
โดยพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก http://www.watsunan.org/
สติคือความระลึกได้ ว่าเป็นใคร ทำอะไรสิ่งใดหนา
สัมปชัญญะ รู้ตัวทั่วกายา กำลังหา สิ่งใดให้ใจตน
หากไม่มีสติซิหน้าแปลก คงจะแหกสังคมให้ฉงน
หากไม่มีสัมปชัญญะละพ้นคน คงไม่พ้นเขาเรียก บ้าบ้าเอย
ถ้าเธอมีสติ เธอจะไม่ประมาท คนทั่วไป สติจะมีและไม่มีสลับกันไปตลอดเวลา เธอควรพยายามแต่ไม่จงใจในการเจริญสติอยู่ทุกขณะจิต ทุกลมหายใจเข้าออก สบายๆ ชิวๆ ไม่เพ่ง ไม่เผลอ มีสติ ก็รู้ว่ามีสติ ขาดสติ ก็รู้ว่า ขาดสติ ขณะที่เธอรู้ว่า ขาดสติ แสดงว่าขณะนั้นเธอ มีสติขึ้นมาแล้ว การมีสติอยู่ตลอดเวลา ก็คือ การกำหนดอิริยาบถย่อย ตามแนวที่คุณแม่สิริ กรินชัยสอนนั่นเอง ซึ่งสำคัญกว่าการเดินจงกรมและนั่งสมาธิ(แต่ทั้งสองอย่างก็ต้องทำนะ)
ลองดู http://www.wimutti.net/ |
 |
 |
| 11 ส.ค. 53 / 06:38 |
 |
0
0
รักสวนฯ (5141) : n/a : n/a : n/a |
 |
|
 |
 |
|
|
followup id 632821
|
125.24.28.246
|
|
|
 |