 |
![[icon-delete : 101 bytes]](img/icon-delete.gif) |
| " แม้วฉีดโบท็อกซ์เจอพิษอ่วม ทุ่ม 2 ล.ดอลล่าร์แลกพบเนลสัน " |
 |
 |
ปริศนาว่าด้วยเรื่องสุขภาพของ ทักษิณ ชินวัตร ว่าอยู่ในภาวะที่กำลังละสังขารหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่น่าแกะรอย เพราะหลังจากที่ไปรักษาตัวอยู่บรูไน มีคนในครอบครัวไปให้กำลังใจใกล้ชิด ล่าสุดทักษิณ เพิ่งหอบสังขารบินลัดฟ้าโดยเครื่องบินส่วนตัวไปยังกรุงมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย
การเดินทางไปเมืองหมีขาวของ ทักษิณ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือการท่องเที่ยวเพื่อหาความสุขใส่ตัวใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นไปตามวัฎจักรของกงล้อแห่งกรรมที่ต้องไปถ่ายเลือดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงมอสโก
การถ่ายเลือดได้เป็นกิจวัตรอย่างหนึ่งในชีวิตอันทุกข์ทรมานของทักษิณ ซึ่งต้องพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยในโรงพยาบาลที่กรุงมอสโคว์ทุกเดือน และทุกครั้งที่มีการถ่ายเลือด ก็มีอัตราความเสี่ยงระหว่างการมีชีวิตอยู่กับการเกิดปัญหาแทรกซ้อนจนช็อค
ถ้าเป็นคนธรรมดาคงลาโลกลงโลงไปนานแล้ว แต่เงินบาปที่ ทักษิณ โกงชาติบ้านเมืองไป ยังช่วยต่อลมหายใจให้ ทักษิณ มีชีวิตรอดเหลือซากที่มีลมหายใจจนถึงทุกวันนี้
หรืออีกที ทักษิณ ก็คงยังไม่สิ้นกรรม จึงต้องใช้บั้นปลายชีวิตต่อสู้กับโรคร้ายที่รุมเร้าอย่างหนัก
ลำพังอาการมะเร็งต่อมลูกหมากของทักษิณ ซึ่งต้องรักษาด้วยการทำเคมีบำบัด คงไม่ทำให้ ทักษิณ ต้องทุกข์ทรมานมากเท่านี้ หากว่าทักษิณ จะไม่ไปทำ โบท็อกซ์ใบหน้าจนเกิดปฏิกริยากับการทำเคมีบำบัด ส่งผลข้างเคียงรุนแรงถึงขั้นต้องถ่ายเลือดเป็นประจำทุกเดือน นับจากนั้นเป็นต้นมา
การทำโบท็อกซ์ของ ทักษิณ เกิดขึ้นในช่วงที่เขากำลังถูกสังคมตั้งคำถามอย่างรุนแรงเกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพ ทั้งเรื่องการใส่วิกผม และการจับผิดภาพที่เขาไปรากฏตัวตามประเทศต่างๆ ว่าเป็นการตัดต่อภาพ ซึ่งเป็นห้วงเวลาเดียวกับที่คนเสื้อแดงมีการชุมนุมใหญ่ และทักษิณ มีหน้าที่วีดีโอลิงค์ จูงม็อบเสื้อแดง
คนวงในยืนยันว่า ทักษิณ มีความกังวลเกี่ยวกับการปรากฏตัวผ่านวีดีโอลิงค์เป็นอย่างมาก และอยากให้ภาพของตัวเองดูสดใส สุขภาพดี เพื่อกลบข่าวเรื่องที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก จึงตัดสินใจไปทำโบท็อกซ์เพื่อทำให้ใบหน้าเต่งตึง โดยคาดไม่ถึงว่าโบท็อกซ์ที่ฉีดเข้าไปจะไปทำปฏิกริยาในทางลบกับเคมีบำบัดที่รักษาอาการมะเร็ง จนมีผลต่อระบบเลือดในร่างกาย
ผลจากการทำโบท็อกซ์ในครั้งนั้น กลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่ทำให้ ทักษิณ ต้องถ่ายเลือดทุกเดือนมาจนถึงทุกวันนี้ หลังการถ่ายเลือดหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน ทักษิณ จะใช้เวลาในการพักฟื้นประมาณ 3-7 วัน แล้วแต่สภาพร่างกาย จากนั้นก็ระเหเร่ร่อนลากสังขารล่องลอยไปพร้อมเครื่องบินส่วนตัว แต่จะอยู่พำนักในแต่ละประเทศไม่นานนัก เพราะยังมีความกังวลเกี่ยวกับการถูกจับกุม เนื่องจากหมายจับในฐานะผู้ก่อการร้าย แพร่กระจายไปทั่วโลกแล้ว
ในห้วงเวลาที่สุขภาพนับถอยหลัง ภาวะทางอำนาจยากที่จะกลับมายิ่งใหญ่ ทักษิณ ยังมีความพยายามที่จะยกระดับตัวเองต่อนานาชาติ สร้างภาพว่าเป็นนักต่อสู้ประชาธิปไตย ล่าสุดมีรายงานว่า ทักษิณ ใช้เงินถึง 2 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ บริจาคให้กับมูลนิธิแมนเดลล่า แลกกับการได้เข้าพบสัมผัสมือกับเนลสัน แมนเดลล่า อดีตประธานธิบดีของแอฟริกาใต้ เพื่อให้สมุนในประเทศไทยนำมาใช้ขยายผลว่า
ทักษิณ ยังได้รับการยอมรับจากบุคคลสำคัญระดับโลก ขยับชั้นทรราชย์เทียบเคียงเนลสัน สร้างภาพลวงตาว่าจะเป็นผู้สยบความแตกแยกลดความขัดแย้งในแผ่นดินไทย ด้วยการเสียสละยุติการเคลื่อนไหวทางการเมือง
ไม่ใช่ว่าสำนึกส่วนดี ทำงานจนเลิกคิดร้ายหันมาหวังดีกับประเทศอย่างที่ นพดล ปัทมะ ออกมาระบุ เพียงแต่ ทักษิณ มีความระมัดระวังในการทุ่มเทปัจจัยที่จะเคลื่อนไหวทางการเมืองมากขึ้น ด้วยการแยกการเคลื่อนไหวบนดินออกจากใต้ดิน
เพราะได้รับบทเรียนแล้วว่า แม้แก้วสามประการที่มีคือ พรรคการเมือง มวลชน และกองกำลังติดอาวุธ จะทรงพลังในการป่วนประเทศ แต่ก็ขาดความชอบธรรมที่จะทำให้สังคมยอมรับ จึงผันกลยุทธ์ ใช้จรยุทธก่อวินาศกรรมแยกกันเดินกับการเคลื่อนไหวในเชิงสัญลักษณ์ของคนเสื้อแดง ผ่าน สมบัติ บุญงามอนงค์ บ.ก.นิ้วกลาง เป็นหลัก
สำหรับพรรคเผาไทย ท่อน้ำเลี้ยงก็ยังไม่ถูกปิดตาย เพียงแต่การไหลเวียนจะออกแนวกระปริบกระปรอย จากที่เคยไหลสะดวกได้ทุกเดือน กลายเป็นการทยอยแบ่งจ่าย หรือถึงขนาดทำเงียบเฉยไปในบางเดือนก็มี แต่ล่าสุดมีการส่งสัญญาณไปยังคนในพรรคเผาไทยแล้วว่า จะยังสนับสนุนการทำงานของพรรคการเมืองนี้ ผ่านน้องสาวคนสุดท้อง คือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ส่วนคนอื่นๆ ในตระกูล ชินวัตร จะถูกลดบทบาทลง นอกจากการบริหารงานที่ผ่านมาไม่ได้รับการยอมรับจาก ส.ส.ในพรรคแล้ว ยังมีขาเมาท์ครหาว่า อมเงินพี่ ไล่บี้เงิน ส.ส. ด้วย
เหตุผลที่ ทักษิณ เลือก ยิ่งลักษณ์ เป็นทายาทการเมืองเป็นเพราะเห็นความจำเป็นว่าการทำธุรกิจในเมืองไทยยังต้องพึ่งพาอำนาจทางการเมือง และ ยิ่งลักษณ์ ก็คือคนที่กุมธุรกิจของตระกูลชินวัตร ที่ยังเหลืออยู่ไว้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม การเกี่ยวอำนาจการเมืองของ ยิ่งลักษณ์ แทน ทักษิณ จะไม่มีการเข้ารับตำแหน่งบริหารในพรรคเผาไทย แต่จะใช้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ โซ่ข้อเสื่อม ยึดโยง ส.ส.แทน โดย ยิ่งลักษณ์ จะต่อท่ออยู่เบื้องหลัง
แม้ ทักษิณ จะส่งสัญญาณว่าไม่ทิ้งพรรคเผาไทยดังที่กล่าวในข้างต้น แต่ก็ยังมิอาจสร้างความมั่นใจให้กับ ส.ส.ในพรรคได้ เพราะมีความขัดแย้งในทางความคิดสูง ทำให้การขับเคลื่อนพรรคขาดความเป็นเอกภาพ โดยส.ส.จำนวนไม่น้อย เห็นว่าพรรคต้องลอกคราบตัวเองออกจากคนเสื้อแดง แยกการทำงานในสภาออกจากการเมืองข้างถนน แต่ ส.ส.บางส่วน ที่ได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงยังไม่ยอม จึงเกิดภาวะสูญญากาศในการวางยุทธศาสตร์ของพรรค ถ้าลอกคราบไม่สำเร็จก็มีสิทธิ์ตายคาดักแด้
ส่วน ทักษิณ ซึ่งในอีกยี่สิบกว่าวันข้างหน้าต้องร่อนเครื่องบินส่วนตัวลงจอดที่รัสเซียอีกครั้งเพื่อถ่ายเลือดรักษาอาการเรื้อรังจากผลโบท็อกซ์ทำปฏิกริยากับเคมีบำบัด ก็อย่าหมายว่าจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ปลอดภัย เพราะไม่แน่ว่า ถ้ารัสเซียต้องการตัววิคเตอร์ บูท อย่างแรงกล้าจริง อาจมีการเสนอมายังรัฐบาลไทยจับตัวทักษิณ ส่งไทยแลกกับ วิคเตอร์ บูท ก็ได้
คำถาม คือ รัฐบาลไทยอยากได้ซากที่มีลมหายใจของ ทักษิณ มาหนักแผ่นดินหรือเปล่า หรือการปล่อยให้ตายซากอยู่ต่างแดน จะเป็นผลดีต่อชาติบ้านเมืองมากกว่า
ที่มา http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9530000122647 |
 |
 |
| 02 ก.ย. 53 / 17:59 |
 |
0
0
รักสวนฯ (5141) : n/a : n/a : n/a |
 |
|
 |
 |
|
|
view 1654 : discuss 19 : rating - : bookmarked 0 : vote 0
|
125.24.116.211
|
|