 |
![[icon-delete : 101 bytes]](img/icon-delete.gif) |
| " ฉายาสถาบันทางการเมือง ประจำปี 2554 " |
 |
 |
สำนักข่าวราชดำเนิน
(ต้นฉบับ วันอังคารที่ 27 ธันวาคม 2554)
ฉายาสถาบันทางการเมือง ประจำปี 2554
เก่ง วงศ์กล้า
keng_wongkla@hotmail.com
ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ ฉายาสถาบันทางการเมือง ประจำปี 2554 ฝีมือ สมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ ชุมนุมรัฐศาสตร์ สโมสรนิสิตคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
นอกจากการตั้งฉายาในนาม สถาบันทางการเมือง มิใช่ตัวบุคคลแล้ว กระบวนการการตั้งฉายาที่สมกับความเป็นนัก (เรียน) รัฐศาสตร์ ด้วยการเสนอและการโหวตกันอย่างเปิดเผย บนหลักพื้นฐานของประชาธิปไตยแบบตัวแทน 1 คน 1 เสียง ซึ่งนับเป็นสิ่งแปลกใหม่ ฉีกจากกระบวนการของนักข่าวสายการเมือง ทั้งที่ทำเนียบฯ และสภาฯ ซึ่งอาศัยความใกล้ชิดกับแหล่งข้อมูล นั่งเทียนนึกตั้งกันเอาเองไม่กี่คน
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผลรวมของความแตกต่าง ตั้งแต่หน่วยทางการเมือง กระบวนการ รวมถึงความสดใหม่ทางความคิดของคณะผู้ตั้ง เป็นตัวส่งให้ฉายาของสถาบันการศึกษาแห่งนี้เมื่อปีก่อน ดังเป็นพลุแตก โดยเฉพาะจากฉายาของรัฐบาล เส้นใหญ่ผัดซีอิ๊ว
สำหรับปีนี้ ในฐานะที่สัปดาห์ก่อน กระผมก็นำกิจกรรมมาประชาสัมพันธ์ไว้ล่วงหน้า ครั้นจะไม่นำผลมารายงานให้ทราบ ก็คงดูแปลกๆ สัปดาห์นี้จึงขอวิวาสะ จำหน่ายพื้นที่ที่เหลือให้เลยก็แล้วกัน
เริ่มจากรัฐบาล ได้รับฉายาว่า ปูอบวุ้นเส้น เนื่องจาก ประกอบขึ้นได้ก็ด้วยวัตถุดิบ อุปกรณ์ และกระบวนการเฉพาะที่ลงตัว ตั้งแต่ ปู ที่ถูกยกขึ้นมาให้มีบทบาทนำ เป็นส่วนประกอบที่เหมือนจะมีความสำคัญที่สุด ด้วยโดดเด่นทั้งสีสันและราคา เช่นเดียวกับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ที่ชื่อว่าใช้เวลาเพียง 49วัน ในการเป็นนักการเมือง ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดฝ่ายบริหาร วุ้นเส้น ที่เปรียบได้กับมวลชนที่ให้การสนับสนุน ซึ่งส่วนมากถูกขนานนามว่าเป็นไพร่ เป็นพวกเส้นจิ๋ว แต่มีความเหนียวแน่นในการรวมตัว มากด้วยปริมาณ รวมถึงยากที่จะแบ่งแยก เหนือสิ่งอื่นใด คือเป็นหัวใจสำคัญของการกำหนดความเป็นไปของรัฐบาล ในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตย ประกอบด้วยเครื่องเทศรสชาติเผ็ดร้อน และซ๊อสปรุงรสสีคล้ำ ถูกอบพร้อมเสิร์ฟในหม้อมีฝาปิด เปรียบได้กับสภาพแวดล้อมซึ่งห่อหุ้มรัฐบาลและมวลชนผู้สนับสนุน ที่ถูกกดดันอย่างหนักหน่วงรอบด้าน และป้ายสีด้วยสารพัดวาทกรรม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
รัฐสภา ได้ฉายาว่า สภาจิ้งหรีด เนื่องจาก มุ่งแต่ถกเถียงกันในเรื่องไม่เป็นเรื่อง นับตั้งแต่วันแรกๆ ของการประชุม แค่เรื่องที่นั่ง ก็ต้องกลายเป็นข่าวหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงน้ำท่วม แทนที่จะคอยเป็นปากเป็นเสียงสะท้อนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ก็ดนผ่าเลื่อนการประชุมถึง 4 สัปดาห์ติดต่อกัน Parliament ในรอบปีที่ผ่านมา จึงทำหน้าที่แย่เสียยิ่งกว่ารากศัพท์ในภาษาฝรั่งเศส Parlerment ที่หมายถึงการพูด เพราะในปัจจุบัน นั่นยังถูกจำกัดลงแต่เพียงเรื่องอันมีผลกระทบ หรือเป็นประโยชน์ต่อรัฐ มิใช่ไร้แก่นสาร ดังแสบแก้วหู แต่ฟังไม่ได้ภาษา ประหนึ่งเสียง จิ้งหรีด เช่นนี้
พรรคเพื่อไทย ได้ฉายา นักประดาน้ำ ด้วยเหตุที่ภายใต้สถานการณ์วิกฤติอุทกภัยของประเทศ แทนที่พรรคเพื่อไทยจะมีบทบาทในการช่วยเหลือประชาชน แต่กับใช้เป็นโอกาส ฉวยเอาขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้รับความเดือดร้อน และมุ่งความสนใจอยู่กับปัญหาเฉพาะหน้า สอดแทรกวาระซ่อนเร้นต่างๆ อาทิ การแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล การออกพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ การย้ายที่คุมขังนักโทษการเมืองไปยังโรงเรียนพลตำรวจบางเขน รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปรียบได้กับ นักประดาน้ำอุปกรณ์ทันสมัยครบชุด ไปมาอย่างเงียบเชียบไร้ร่องรอย อาศัยช่วงน้ำหลาก ขับเคลื่อนวาระแอบแฝงอย่างรวดเร็วและแนบเนียน
พรรคประชาธิปัตย์ ได้ฉายา หล่อรอเสียบ เหตุว่าภาพลักษณ์สำคัญ อันเป็นจุดขายหลักของพรรคประชาธิปัตย์ ก็คือ ความหล่อ ทั้งรูปร่างหน้าตา เสื้อผ้าหน้าผม คำพูดคำจา กิริยาท่าทาง การศึกษา หรือแม้กระทั่ง ชาติตระกูล หากแต่ลงเลือกตั้งคราวใด มักแพ้ ไม่อาจจัดตั้งรัฐบาลได้สักที คิดแต่จะ รอเสียบ ด้วยสารพัดเทคนิควิธีท่าเดียว การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ก็ประกาศชัดเจน ว่าแม้ไม่ได้รับเสียงส่วนใหญ่ ก็จะพยายามรวมเสียงจากพรรคอื่นๆ ให้ได้เกินกึ่งหนึ่ง เพื่อกลับมาจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง
พรรคภูมิใจไทย จากฉายา ห้อยเนรวิน เมื่อปีที่แล้ว ปีนี้ก็ยังได้รับการตอกย้ำว่าเป็น ห้อยตกบัลลังก์ อันเนื่องมาจาก ลักษระทางกายภาพของผู้มีบทบาทสำคัญอย่าง นายเนวิน ชิดชอบ ที่ด้วยความพร้อมทั้งคนทั้งกระสุน การเลือกตั้งครั้งล่าสุด จึงวาดฝันที่จะกลับเข้าไปเป็นรัฐบาล ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสั่งการกระทรวงหลัก ทั้งมหาดไทย คมนาคม แบะพาณิชย์ เช่นในสมัยที่แล้ว ด้วยการได้จำนวน ส.ส. ราว 70 คน รวมกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่คาดว่าน่าจะได้อีกราว 200 คน หากแต่ในความเป็นจริง กลับได้เพียง 34 คน ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้อีกเพียง 159 คน รวมกันยังหย่อนจากกึ่งหนึ่งอยู่อีกถึง 57 คน ต้องตกไปเป็นฝ่ายค้าน มีสภาพเป็น ห้อยตกบัลลังก์
ตุลาการ ท่อน้ำทิ้ง ภายใต้คำอธิบายที่ว่า การตัดสินคดีความของตุลาการในรอบปีที่ผ่านมา ด้วยการยึดถือตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถาม เกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ภายใน กล่าวก็คือ กฎหมาย ว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่ เช่นเดียวกับที่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เคยอ้างถึงพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า ยังคงมีกฎหมายบางฉบับของประเทศ ที่ไม่เป็นธรรม กระบวนการตัดสินของตุลาการ ที่แม้จะตรงดั่ง ท่อ แต่ก็เป็นเพียง ท่อน้ำทิ้ง ถ้ายังตั้งอยู่บนกฎหมายที่ไม่สามารถสร้างให้เกิดการยอมรับในความเป็นธรรมอย่างกว้างขวางได้
องค์กรอิสระ ได้ฉายา มือปราบผี เนื่องจาก ปปช. ในคดีทุจิตการก่อสร้างโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ผ่าไปมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ยกคำร้องของ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ด้วยเหตุผลเพียงว่า ไม่อยู่ในขณะที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2540 แต่กลับชี้มูล โยนความผิดทั้งหลายไปให้ นายยิ่งพันธ์ มนะสิการ ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว เข้าข่าย มือปราบผี ทำหน้าที่ปราบแต่ผี ไม่ปราบคน !
กองทัพ ถูกตั้งว่าเป็น อัศวินม้าหงอย เหตุเพราะภายใต้การบริหารของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ กองทัพเปรียบเสมือนม้าที่ได้หญ้าดีน้ำดี มีอัศวินที่รู้ใจ จึงหน้าระรื่น คึกคะนองกระโดดโลดเต้นอยู่เสมอๆ แต่เมื่อการเปลี่ยนแปลงมาเยือน อัศวินผู้กุมบังเหียนผลัดมาเป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย กองทัพจึงเปรียบเสมือนม้าขาดหญ้าขาดน้ำ แถมได้อัศวินที่เป็นคู่อาฆาต เคยพยศ เตะเหยียบสร้างบาดแผลกันมาเก่าก่อน จึงต้องอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ด้วยส่วนหนึ่งก็เกรงว่าอัศวินจะหาข้ออ้างเชือดตัวล้างแค้น ครั้นจะใช้กำลังพยศเอาอย่างเคย ก็ติดขัดด้วยอัศวินผู้นี้เป็นขวัญใจประชาชน จึงหมดสภาพ เข้าข่าย ม้าหงอย ต้องหันซ้ายหัวขวาตามคำสั่งของอัศวินด้วยความจำใจ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พระเอกของงาน ได้ฉายาว่าเป็น พระเอกตอนจบ จากคำอธิบายว่า ข้อกังขาสำคัญภายหลังการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล จากพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นพรรคเพื่อไทย ก็คือ การกลับมาอีกครั้งของรัฐตำรวจ ผ่านการอุปถัมภ์เครือญาติอย่างเปิดเผย กล่าวคือ การแต่งตั้ง พลตำรวจเอก เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโท วินัย ทองสอง เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แต่ข้อเท็จจริงนับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร สถาบันแห่งนี้กลับมีผลงานเป็นที่ยอมรับของประชาชน ทั้งการปราบปรามยาเสพติด การทลายบ่อน การคลี่คลายคดีปล้นบ้านอดีตปลัดกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้ความช่วยเหลือประชาชนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ด้วยการถอดเครื่องแบบทางการอันแสดงถึงการมีอำนาจเหนือ เปลี่ยนเป็นเสื้อยืดคอกลมสีขาวสกรีนตัวอักษรสีน้ำตาล ตำรวจ ที่แสดงถึงการเข้าอกเข้าใจต่อบริบท อาการผ่อนคลาย ผ่อนปรน เป็นมิตร ขณะเดียวกัน ก็ยังมีสำนึกในหน้าที่ ที่จะต้องให้ความช่วยแก่ประชาชน เป็นที่นิยมชมชอบ กลายเป็นแฟชั่นระบาดไปทั่วเมือง สมกับเป็น พระเอกตอนจบ
กทม. ตั้งว่า หม้อไฟต้มยำ เนื่องจากเมื่อพิจารณาจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ก็จะเห็นได้ชัดว่า กรุงเทพฯ ชั้นใน เหมือนปล่องไฟกลาง หม้อหยวนโล้ ที่ระอุไปด้วยความร้อนอันเกิดจากความขัดแย้งระหว่าง ศปภ. กับ กทม. ในเรื่องการบริหารจัดการน้ำท่วม ถัดออกไปก็จะเป็นกรุงเทพฯ ชั้นนอก และปริมณฑล ซึ่งอุดมไปด้วยน้ำ ต้มยำ อันแสนเผ็ดร้อน เพราะเป็นน้ำที่เจือปนไปด้วยคราบน้ำตาและความเดือนร้อนของประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งความร้อนจากปล่องกลางหม้อหยวนโล้ มีแต่จะทำให้น้ำต้มยำ เผ็ดร้อนมากขึ้น เปรียบเสมือน กทม. กับ ศปภ. ทะเลาะกัน แต่ชาวบ้านซวย
สุดท้ายคือ ศปภ. ล้อจากศูนย์ปฏิบัติกรช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เป็น ศูนย์ปิดบังภัยพิบัติ ด้วยเหตุว่า ข้อกังขาประการสำคัญของสังคมก็คือ ความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลที่หน่วยงานแถลงอย่างเป็นทางการ เนื่องจากแทบทุกครั้ง ผู้ให้ข้อมูลซึ่งสลับหน้ากันมาจนชาวบ้านจำแทบไม่ได้ สร้างความสับสนอลหม่านให้เกิดขึ้นกับประชาชน เจตนาปกปิดข้อมูลที่แท้จริง แค่เรื่องง่ายๆ ว่า มวลน้ำทั้งหมดที่โจมตีนครสวรรค์ ยันสมุทรสาคร มีปริมาณเท่าไหร่กันแน่ ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ แล้วยังจะมาพูดอีกว่า เอาอยู่ !
ก่อนจากกันวันนี้ ผู้จัดเขาฝากประชาสัมพันธ์มาด้วยว่า... ถูกใจหรือไม่ไม่ทราบ แต่ปีหน้าฟ้าใหม่ไปเจอกันได้ ที่เก่าเวลาเดิมครับ !
--------------------------------------
ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันอังคาร 27 ธันวาคม พ.ศ.2554 หน้า 6 |
 |
 |
| 26 ธ.ค. 54 / 17:12 |
 |
0
0
|
 |
|
 |
 |
|
|
view 1813 : discuss 1 : rating - : bookmarked 0 : vote 0
|
180.214.212.252
|
|