 |
 |
![[icon-delete : 101 bytes]](img/icon-delete.gif) |
| " ทำไมคนทั่วโลก จึงอยากไปอยู่อเมริกา " |
 |
 |
ก่อนอื่นเรา ต้องย้อนคิดไปว่า ทำไมคนกัมพูชา พม่า ลาว จึงอยากมาอยู่ประเทศไทย ทำไมคนชนบท ต้องทิ้งถิ่นฐาน บ้านเกิด เข้ามาทำงาน ในกรุงเทพฯ ฉันใดฉันนั้น คนที่อยากไปอเมริกา จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อมีโอกาสที่ดีกว่า พวกเขาเหล่านั้น ก็ต้องดิ้นรนไขว่คว้า ตามโอกาสที่จะพึงได้ ในโอกาสที่ผม ได้ไปดูงาน เยี่ยมเยียนญาติมิตร บ่อยครั้งๆละประมาณ3-4 อาทิตย์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเฉพาะ San Francisco,Los Angeles และ San Diego ได้พบเห็นสิ่งดีๆ หลายประการ ที่ประเทศไทย ควรต้องเอาเป็นแบบอย่าง เช่น ระบบการศึกษา การจราจร การรักษาพยาบาล เป็นต้น ขอเล่าให้ฟังโดยย่อนะครับ ประถมต้น-มัธยมปลาย เรียนฟรี เอาเป็นว่าใครอยากเรียน ก็ได้เรียน มีอาหารแจกเด็ก ผู้มีรายได้น้อย(ผู้ปกครองนะครับ) มีรถรับส่งฟรี การจราจร เป็นระเบียบ ไม่มีแซงซ้าย แซงขวา เพราะตค่าปรับแพงมากๆ โดยเฉพาะถ้าเมาแล้วขับ ติดคุกก่อนเลย ค่อยประกันตัวออกไป ต้องไปทำงานให้ สาธารณหลายๆชั่วโมง ถ้าโดนปรับบ่อยๆ ค่าประกันรถยนต์ก็แพง ขึ้นไปเรื่อยๆ บางกรณีก็ไม่มีโอกาสได้ขับรถอีกเลย ที่ USA.รถทุกคัน ต้องมีประกัน ไม่งั้นโดนเล่นงาน ถูกยึดรถชั่วคราวก่อน จนกว่าจะทำประกันได้ ในเมืองใหญ่ๆ การจราจรมีทั้งใต้ดิน บนดิน รถเมล์ ไม่มีรถติดมากมาย เหมือนบ้านเรา คนเก็บเงิน เช่นกระเป๋ารถ ก็ไม่ต้องมี ใช้ระบบการมีวินัย ของตนเอง ใครไม่ซื้อตั๋วแล้วถูก จับได้ ค่าปรับแพงมาก ถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณ 10 เท่าของราคาตั๋ว รถเมล์ก็มีตารางการวิ่งที่ แน่นอนคลาดเคลื่อน ไม่เกิน 10 นาที ค่าจ้างคนขับรถเมล์ประมาณ หนึ่งแสนบาทต่อเดือน คนเดินถนนและจักรยาน ปลอดภ้ยมากๆ คนย่างเท้าแตะพื้นถนน รถทุกคันต้องหยุด ไม่งั้นโดนค่าปรับ คนไทยเขาเรียกว่าตั๋ว โดยเฉพาะ เด็กนักเรียนจะข้ามถนน รถทุกคันต้องหยุด จนกว่าเด็กจะปลอดภัย บ้านเราเดินข้ามทาง ม้าลาย ยังไม่ยอมจะจอดให้เลย เครื่องหมายห้ามจอด ก็ไม่สนใจ ก็ไม่รู้ตีเส้นเป็นตาราง เห็นกันชัดเจน พวกจอดทับเฉยเลย คนจะออกจากซอย ก็เลยนั่งซึมทำตาปริบๆ นี่คือข้อเปรียบเทียบ บางคนพูดว่า งั้นจะมาอยู่ทำไมเมืองไทย ว่าซะอย่างนั้น ก็อยากให้รู้ว่าประเทศ ที่เขาเจริญแล้ว เขาทำกันอย่างไร ก็แค่นั้นเรื่องการรักษาพยาบาล คนอเมริกันส่วนมาก มีประกันสุขภาพ ดังนั้นการรักษาพยาบาล จึงไม่ค่อยมีปัญหา สำหรับของฟรีก็มีนะครับ แต่ก็เหมือนบ้านเรา ต้องไปจองกันแต่เช้า จะได้ตรวจก็สายมากๆ คงเหมือนกันทั่วโลก การบริการเหมือนๆกัน ของฟรีก็ได้ตามคุณภาพฟรี แต่ถ้ามีประกันสุขภาพ บริษัทประกันจ่ายแทน เคยมีคนรู้จักกันไปเที่ยว USA. ล้มศรีษะฟาดพื้น ต้องผ่าตัดสมอง เขาก็รักษาพยาบาลให้ก่อน ถึงแม้เป็นคนต่างชาติ แต่เขาอนุญาต ให้ผ่อนส่งได้ ที่ USA.เขาเห็นชีวิตคนมีค่า หันกลับมาดูบ้านเรา ที่มีบ่อยๆคือถามก่อน ว่ามีเงินหรือไม่ บางทีก็อ้างว่า เตียงไม่ว่าง คนป่วยหนักที่จนหรือ ไม่มีพวกพ้อง ก็เป็นไปตามยถากรรม แต่บ้านเราก็มีส่วนดีๆกว่าเขา หลายๆอย่างครับ เช่น อาหารการกิน มีเกือบถึงสว่าง คืออาหารโต้รุ่ง ที่ USA.ไม่มีเหมือนบ้านเรา ถึงเวลาปิดก็จะปิดกันหมด ยกเว้นในร้านใหญ่ๆเหมือนเทสโก้ หรือคาร์ฟูร์ บางแห่งเปิด 24 ชม. ขอพูดถึงเรื่องการเลี้ยงดูบุตรบบ้าง ผมเห็นว่าเป็นเรื่องน่าทึ่งมาก เด็กอเมริกันเมื่อจบมัยมปลาย พ่อแม่เขาไม่เลี้ยงแล้วนะครับ ขนบธรรมเนียม ประเพณีเขาเป็นอย่างนั้น เด็กต้องออกมาหางานทำเลี้ยง ตัวเอง รับผิดชอบตัวเอง หาเงินเรียนเอง ถ้าอยากเรียนต่อ ผมเน้นว่าส่วนมากนะครับ เป็นแบบนี้ สู้คนไทยไม่ได้ เลี้ยงกันจนจบ ปริญญาเอกไปเลย แถมเอาหลานมาเลี้ยงให้อีก ความผูกพันธ์ของเรา จึงดีกว่าเขา แต่ความเจริญ เราจะด้อยกว่าเขา เพราะเด็กทุกคนต้องเตรียม ที่จะออกมาสู้โลกภายนอกเพียงลำพัง ใน USA.จึงมีแต่นักสู้ชีวิต ไม่แปลกเลยที่ประเทศเขา เป็นมหาอำนาจเขามีนักสู้ทั้งประเทศ เขาฝึกกันมาอย่างนั้น ร่ำรวยมีจนก็ทำเหมือนๆกัน เด็กที่ยังอยู่กับพ่อแม่ โดยไม่กล้าไปข้างนอก จะเป็นที่อับอายแก่เพื่อนฝูง คือประเภทไม่เอาไหน ก็เป็นได้ ขอเล่าเรื่องระบบการศึกษา ของเขาต่ออีกหน่อย ที่ USA.มีวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย มากกว่า 3,000 แห่งกระจายอยู่ทุกรัฐ และยังสามารถเรียนอยู่ที่บ้าน ก็ได้จนถึงจบปริญญาเอก น่าสนใจไหมครับ อยู่เมืองไทยก็สมัครเรียน ที่ USA.ได้แต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก ผมเองมีทุนทรัพย์ไม่พอ อยากเรียนก็ไม่ได้เรียน จึงคิดอยู่ในใจว่า คงมีเด็กๆอีกมาก ที่เหมือนอย่างผมครับ ดังนั้นก็เลยอยากชี้แนะ ให้นักสู้ชีวิตทั้งหลาย ได้มองเห็นทางเข้าสู่ USA.ได้ หลายช่องทาง ในความเห็นของผม คิดว่าการศึกษาจะเป็นโอกาส ให้เข้าสู่ USA.ได้ดีที่สุดทางหนึ่ง และเป็นไปได้สูง วิธีอื่นๆก็มีแต่ไม่อยากแนะนำครับ ไม่อยากให้ผิดพลาด เอาเป็นว่าโอกาสย่อมไม่ไกลเกินไป ที่จะไขว่คว้า เห็นไหมครับว่า เด็กไทยต้องแย่งกันเข้าเรียน มหาวิทยาลัย จบมาแล้วก็ตกงานนับแสนๆคน ฝรั่งเขาเรียกว่า what for หรือ for what ทำไปเพื่ออะไร เอาละครับ หยุดพูดเรื่องนี้ไว้ก่อน เดี๋ยวจะเครียดกัน ผมอยากพาไปรู้ เกี่ยวกับผังเมืองและถนนหนทางใน USA.กันบ้าง ผมขอชมเขาว่า ยอดเยี่ยมมากเลย ไปรษณีย์ ไม่ต้องกลัวหาบ้านไม่เจอ เขาวางผังเมืองไว้ชัดเจนมาก การตัดถนนหนทาง เป็นบล๊อกสี่เหลี่ยมได้อย่างไร ทั้งประเทศนะครับ ขอย้ำว่าส่วนมากเป็นอย่างนี้ ดังนั้นการค้นหา การขับรถจึงเป็นการง่าย ถนนหนทางสะดวกสบาย ด้วยระบบเทคโนโลยีสมัยนี้ เราอยู่เมืองไทย มีเพื่อนอยู่ USA.แค่บอกเลขที่ให้ถูกต้อง เราสามารถ มองเห็นหลังคาบ้านเพื่อนได้เลย โดยใช้ Google earth หรือจะให้เห็นเป็นแผนที่ชี้จุด ได้ชัดเจนก็ใช้ Mapquest,yahoo,google บอกได้เลยว่า บ้านอยู่ตรงไหน ผมยังไม่เคยเห็นประเทศไหน ทำได้อย่าง USA. กรุณาอย่าหาว่าผมยกย่องเขา ความจริงมันเป็นแบบนี้จริงๆ และพิสูจน์ได้ ญี่ปุ่นก็เจริญมากในเรื่องการศึกษา ผังเมือง และเทคโนโลยีต่างๆ เพราะอเมริกาไปจัดระบบให้ หลังสงครามโลก ที่ไปถล่มด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ทำให้ผู้คนตายและเจ็บป่วยหลายแสนคน อเมริกาสำนึกในความผิด จึงไปสร้างความเจริญให้ญี่ปุ่น เพื่อเป็นการทดแทน คนไทยชอบด่าว่า USA. แต่หวลคิดกลับไปหรือเปล่าว่า ถนนมิตรภาพ เครื่องมือเครื่องใช้ของทหารไทย ตลอดจนหน่วยราชการต่างๆ เราได้รับการสนับสนุนจากใคร ที่เป็นใหญ่เป็นโต ทั้งทหาร ตำรวจ ตลอดจนข้าราชการอื่นๆ จบปริญญาเอก กันมามากมาย และปกครองบ้านเมือง อยู่ขณะนี้ ได้รับทุนสนับสนุน มาจากประเทศไหนกัน ก็อยากให้ความเป็นธรรม มันเกิดขึ้นในใจเราบ้าง แค่นั้นเอง ผมเองก็เคยได้รับทุนจาก USA.เหมือนกัน ผมจึงยังนึกถึงเรื่องนี้อยู่เสมอ และมองอย่างเป็นกลาง สิ่งดีเราก็ต้องยอมรับ ไอ้ที่ไม่ดีก็ต้องแยกแยะออกไป ไม่มีใครสมบุรณ์แบบ ในโลกใบนี้หรอกครับ นอกจากพระพุทธองค์ และพ่อหลวงของเรา ผมก็เป็นคนไทย รักคนไทย ไม่ได้ชื่นชมฝรั่งเป็นพิเศษ เพียงแต่หยิบ เอาสิ่งดีๆมานำเสนอ บ้านเมืองเรา ควรก้าวไกลไปกว่านี้ ถ้าชนในชาติรักกัน เหมือนประเทศอื่นๆ เรามัวแต่ชิงดีชิงเด่นกัน ทำร้ายกัน ชาติจึงไม่เจริญ เป็นข้อคิดนะครับ ทำไมคนจน จึงอยู่อเมริกาได้ จากการวิเคราะห์ ด้วยตัวผมเอง คงเป็นนโยบาย ของทางรัฐบาล ในเรื่องการจัดราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ซึ่งผมชอบศึกษาหาความรู้ ผมได้ไปตะเวน ตามห้างสรรรพสินค้า เล็กบ้างใหญ่บ้าง มีกระจัดกระจายไปทุกมุมเมือง เขาไม่สร้างใหญ่ๆ เหมือนบ้านเรา ขอบอกว่าคนอเมริกัน เจอบ้านเราก็ชิดซ้ายไปเลย แต่ของเขาก็มีนะครับ ใหญ่ๆอลังการแต่มีไม่มากหรอกครับ เขาคงใช้กลยุทธในการค้าขาย แบบเซเว่นอีเลฟเวน แบบบ้านเรา คือร้านสะดวกซื้อ เข้าเรื่องเลยดีกว่า ราคาสินค้าเริ่มต้นคือ $1 รวมภาษีด้วย ทุกร้านใน USA.คนซื้อก็โดนภาษีทุกคน เงินจึงเข้ารัฐบาลมาก ไม่เหมือนบ้านเรา หลบภาษีได้มากๆยิ่งดี เราไม่ทวงใบเสร็จไม่มีทางได้ ของเขาซื้อ หนึ่งบาทสองบาท ก็ต้องเสียภาษี มีใบเสร็จให้ คนไทยเรียก $1เป็น 1 บาท บางท่านสงสัยว่า ยังมีราคาแบบนี้อีกหรือ ไม่น่าเป็นไปได้ แต่ขอบอกว่า เป็นเรื่องจริงครับ ของกินมีเกือบทุกชนิดรวมทั้ของใช้ ไม่ว่าของเด็กหรือผู้ใหญ่ มีตั้งแต่ ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ตามสุภาษิตบ้านเรา ยกตัวอย่าง เช่น ขนมปัง ไส้กรอก แฮม น้ำอัดลม และอื่นๆ ผมเคยลองซื้อมาทาน ก็ใช้ได้ครับ คุณภาพก็ ok สำหรับคนจนครับ ที่ USA.เขาเน้นเรื่องมาตรฐาน ใครทำของออกมา แล้วขาดคุณภาพจะโดน รัฐบาลเล่นงานหรือถูกฟ้องร้อง จนหมดตัวก็เป็นได้ เอาเป็นว่าเขาจัดร้านนี้ไว้ เพื่อคนจนโดยเฉพาะ คนจนเขาจึงอยู่ได้ อยากให้บ้านเรา มีอย่างนี้เหมือนกัน คนมีรายได้น้อย ก็จะไม่ลำบากมากนัก บ้านเราคนจนคนรวย ซื้อของในราคาเท่ากัน เป็นประชาธิปไตย เต็มร้อย แต่อย่างอื่นอย่าพูดถึงเลย |
 |
 |
| 13 ก.ย. 53 / 11:57 |
 |
0
0
TUO (2039) : n/a : n/a : n/a |
 |
|
 |
 |
|
|
view 2125 : discuss 27 : rating - : bookmarked 0 : vote 1
|
203.146.186.2<=10.22.188.50
|
|
|
 |