[suanboard monotone logo : 2777 bytes]
[header decor line : 64 bytes]
HOME RULE FAVOURITE MEMBER ZONE REACTIVATE FORGET PASSWORD    

SEARCH [icon freecompose : 217 bytes]
[icon register : 195 bytes] สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก : โพสต์รูป, รูปแบบตัวอักษร, ไอคอน, bookmark, ค้นหาข้อความ ฯลฯ [icon login : 178 bytes]

[icon-delete : 101 bytes]
" ความพ่ายแพ้ของขบวนการวาทกรรมว่าด้วย 'สิ่งแวดล้อม' (1) "
ความพ่ายแพ้ของขบวนการวาทกรรมว่าด้วย 'สิ่งแวดล้อม' (1)

เก่ง วงศ์กล้า
keng_wongkla@hotmail.com

และแล้ว คณะรัฐมนตรี ก็ได้มีมติ เมื่อวันอังคารที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา อนุมัติให้ดำเนินการสร้าง 'เขื่อนแม่วงก์” ในพื้นที่ อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์

ที่ต้องใช้คำว่า “และแล้ว” เพราะเรื่องนี้ มิใช่เรื่องเกินความคาดหมาย หรือการคาดการณ์แต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตามความคาดหมาย หรือการคาดการณ์ ของบรรดากูรู/กูรู้ด้านสิ่งแวดล้อม

คาดการณ์กันได้ครับ ว่าเมื่อน้ำมา ปลาจะกินมด แต่พอน้ำลด ไม่ใช่แค้มดจะกินปลา แต่เป็น รัฐบาลจะอ้างเรื่องน้ำตะกี้นี้นั่นแหละ สร้างเขื่อนกันทุกทีไป

ต้องยอมรับครับ ว่านี่ถือเป็นโอกาส ที่เหมาะเจาะ เจ๋งเป้งที่สุดแล้ว ไม่อยากให้น้ำไหลลงมาท่วมบ้านเรา เราก็เอาเงินไปสร้างเขื่อน กักเก็บมันไว้สิครับพี่น้อง แค่นี้เอง อภิสิทธิ์ชนอย่างเรา ก็จะได้ไม่ต้องเปียกกันอีกต่อไป... ไชโย !!!

ฝ่ายรัฐบาลหนะ เขาทำถูกต้องแล้ว ถ้าวันนี้กระผมเป็น นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กระผมก็จะตัดสินใจเช่นนี้ ไม่ต่างจากท่านหรอก เพราะงานของผมมันเป็นเช่นนี้ ระบบคุณธรรมที่กำกับ มันบอกให้ทำอย่างนี้

ส่วนตัวกระผมเองเพียวๆ ก็ไม่ค่อยจะได้รู้สึกรู้สาอะไรเป็นพิเศษ การเป็นคนเมืองแต่กำเนิด มีเขื่อนไม่มีเขื่อน ความต่างก็คือ วันหยุดนักขัตฤกษ์ มีที่เที่ยวเพิ่มขึ้นหรือน้อยลงไปบ้าง ก็เท่านั้นเอง

ไอ้เรื่องการชลประทาน จัดสรรน้ำเพื่อการเกษตร ห่างไกลอยู่อักโข ผักชีสักต้นยังไม่เคยปลูกกินได้เอง เรื่องผลิตไฟฟ้า ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ของ กฟผ. เขาต้องผลิต และจัดเป็นบริการสาธารณะอยู่แล้ว มิใช่หรอกหรือ

เอากันให้ถึงกึ๋นไปเลยก็คือ คนเมืองสุดๆ เยี่ยงกระผม ยอมรับตรงไปตรงมา ว่าไอ้ที่เขาว่า มีเขื่อนแล้วมันจะต้องไปทำลายธรรมชาติ ตัดไม้ถางป่าไปเป็นแสนเป็นล้านต้น ไม่ใช่เรื่องที่กระผม หรือคนเมืองคนอื่นๆ เจียดเวลาไปสนใจ

ถ้าตัดพวกที่ชอบอีโม บวกกับพวกดราม่าตามเทศกาลทิ้งไป เราก็จะพบข้อเท็จจริงประการดังกล่าว ส่วนใครจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา หรือเรื่องน่าสลดรันทดใจ ก็ตามแต่ระบบคุณธรรม ที่กำกับชีวิตเขาอยู่เถิด

ฝ่ายรัฐเขาโอเคละ ตัวกระผมก็ออกจะเฉยๆ ที่น่าสนใจ ณ วันนี้ เห็นจะเป็น บรรดากูรู/กูรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ที่กระผมกล่าวไปว่าเป็นกลุ่มที่มีประสบการณ์ และสามารถคาดการณ์ได้เป็นอย่างดี ว่ารัฐบาลจะใช้เหตุแห่งน้ำท่วม เป็นข้ออ้าง จากนั้นก็จะอนุมัติหลักการ สร้างเขื่อนในท้ายที่สุด นั่นแหละ

เป็นข้อที่ทราบกันดีเหลือเกินครับว่า ปีกนักอนุรักษ์เหล่านี้ เขามีวิธีคิดที่เป็นคู่รักคู่แค้น ชนิดผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ กับสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาที่เรียกว่าเขื่อน

ไม่แน่ใจนักหรอกครับ ว่าเขากังวลว่ารัฐบาล จะอนุมัติเงินก้อนโต ไปสร้างเขื่อนบ้าง สร้างบ้านพวกเดียวกันเองบ้าง ถ่ายโอนไปเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า ทำนองที่เคยเป็นข่าวเป็นคาว มาก่อนหน้านี้บ้าง หรือไม่

แต่ที่แน่ๆ เขามักสถาปนาวาทกรรม ว่าด้วยการทำลายสิ่งแวดล้อม ของสิ่งก่อสร้าง ที่ได้ชื่อว่า “ที่เก็บน้ำชั่วคราว” มิใช่ “ที่เก็บน้ำชั่วชีวิต” อย่างผืนป่าอันกว้างใหญ่ ที่ต้องเทรดออฟไป

ไอ้พวกแนวคิดแบบ “เด็ดดอกไม้ สะเทือนถึงดวงจันทร์” เทือกนั้นนั่นแหละครับ โรแมนติกๆ หน่อย ฟังแล้วคนเมืองก็จะมีอีโมบ้าง มีดราม่าบ้าง เป็นครั้งคราว

สงสัยว่าน้ำท่วมใหญ่ ช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมา มวลน้ำก้อนใหญ่จะโจมตีบ้านของพวกพี่ๆ เขาเสียหายหนัก หลายคนอาจจะยังซ่อมบ้านช่องห้องหับไม่เรียบร้อย ร้ายแรง อาจมีผู้บาดเจ็บล้มตาย

เพราะขนาดว่าคาดการณ์กันได้เช่นนี้ ยังปล่อยให้รัฐบาล ใช้วาทกรรมกระแสหลัก อ้างเรื่องป้องกันน้ำท่วม อนุมัติหลักการ อนุมัติเงิน ขยับขยายส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่อย่างราดเร็ว เตรียมสร้างเขื่อนในผืนป่าตะวันตก

กลุ่มป่าที่ถือเป็นหัวใจของเมืองไทย ที่ทั้งรัฐบาลที่ผ่านๆ มา ก็เคยให้ความสำคัญเป็นพิเศษ พิจารณาง่ายๆ ได้จากตัวเลขงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร อาทิ เมื่อปี 2551 มากถึง 136.4 ล้านบาท

เท่ากับงบที่จัดสรร ให้กับกลุ่มป่าที่เหลือ คือ กลุ่มป่าเขาใหญ่-ดงพญาเย็น (84.8 ล้านบาท) และกลุ่มป่าตะวันออก (55.4 ล้านบาท) รวมกันเลยทีเดียว
ฟากฝั่งของนักอนุรักษ์ ไม่ต้องพูดถึงครับ เขามีกลุ่มมีก้อน ตั้งชื่อทั้งในโลกออฟไลน์ และออนไลน์ ว่าจะพิทักษ์รักษาผืนป่าตะวันตก จัดหนักกันโดยเฉพาะก็มี

หลายท่านอาจไม่คุ้นหู แต่ให้เผอิญว่า หลายปีก่อน กระผมมีโอกาสเดินทางไปยัง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อทำกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ และดูงานในพื้นที่

ทำให้รู้จักกับ โครงการ “จอมป่า” (JoMPA) หรือ โครงการจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วมในผืนป่าตะวันตก (Joint Management of Protected Area in Western Forest Complex)

รายละเอียดอย่างไร โอกาสเหมาะๆ จะนำมาชี้แจงแถลงไข ให้ทราบทั่วกัน แต่เอาเป็นว่า พี่ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึง มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

วันนั้น บอกกับกระผมว่า ผืนป่าแห่งนี้ สำคัญโคตรๆ อะครับ แต่นอกจากว่ามันเป็นพื้นที่ป่า ที่ต่อเนื่องไปได้ถึงประเทศพม่า มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง

และมีสโลแกนเท่ห์ๆ ว่า “คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้ เสือ.ก็อยู่ได้” แล้ว กระผมก็ดันจำอะไรที่เหลืออีกตั้งมากมาย ไม่ได้ซะอย่างนั้น

ซึ่งว่ากันตามจริง ไอ้ข้อที่กระผมจะหลงจะลืมกันไปบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดมหัศจรรย์ หรือเกินความคาดหมายแต่อย่างใด เพราะไอ้เรื่องแบบนี้ สำหรับการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยส่วนตัว ต้องย้ำอีกครั้งว่า ห่างไกลเหลือเกิน

ที่สำคัญ เข้าใจว่าเจอน้ำท่วมไปทีเดียว พี่ๆ หลายคนในวันนั้น อาจถึงขั้นหลงลืมคำพูดของตนเองไป บางคนยังพอจำได้ แต่ยังต้องสาละวนอยู่กับการซ่อมแซมบ้าน มีบ้างที่อาจบาดเจ็บล้มตาย

แต่ที่แน่ๆ มีคนหนึ่งครับ ที่กลายไปเป็นดาวโดดเด่นบนฟากฟ้า... เป็นเดอะสตาร์ โด่งดังจากการออกมาแสดงวิสัยทัศน์เรื่องน้ำ จนเพลิน ปล่อยให้รัฐบาลบุกถึงถิ่น ยึดป่าที่บรรดาแนวร่วม พี่ๆ เพื่อนๆ ฝากให้ดูแล ไปได้อย่าง่ายดาย !!!

--------------------------------------

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันอังคาร 24 เมษายน พ.ศ.2555 หน้า 6.
25 เม.ย. 55 / 10:03
0 0
finn [icon smile : 92 bytes] (3370) : [ protect email from spamware ]
view 1380 : discuss 0 : rating - : bookmarked 0 : vote 0 158.108.229.80


กระทู้นี้ต้องล็อกอินก่อนแสดงความคิดเห็นครับ

[icon login : 178 bytes]