[suanboard monotone logo : 2777 bytes]
[header decor line : 64 bytes]
HOME RULE FAVOURITE MEMBER ZONE REACTIVATE FORGET PASSWORD    

SEARCH [icon freecompose : 217 bytes]
[icon register : 195 bytes] สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก : โพสต์รูป, รูปแบบตัวอักษร, ไอคอน, bookmark, ค้นหาข้อความ ฯลฯ [icon login : 178 bytes]

[icon-delete : 101 bytes]
" ก๊อปมาโพส.........วิวาทะเรื่องเด็กในพื้นที่กับเด็กสอบทั่วไป "
จากบอร์ดของกวดวิชา152 เรื่องนั้ผมร้องเรียนมานานเลยเอามาลงให้ดูแก้บอร์ดว่างครับครับ
นี่หรือคือความเป็นธรรมที่ชัดเจนในระบบการศึกษาไท?

ถ้าท่านเห็นว่าไม่เป็นธรรม ทำไมไม่ช่วยกันร้องผ่านสื่อมวลชนไปเลยล่ะค่ะ ร้องไปทางคุณสรยุทธก็ได้ เอาอย่างดิฉันสิค่ะ...กล้าในสิ่งที่ถูกต้อง..ส่วนตัวได้ทำเรื่องร้องเรียนไปแล้ว ตอนนี้ก็รอดูอยู่ว่าจะมีใครที่สนใจความไม่เป็นธรรมในสังคมเช่นนี้บ้างไหม และขอร้องนะค่ะกับท่านที่ชอบออกมาบอกว่าก็กฏเกณฑ์สังคมมันเป็นเช่นนี้ เราก็ต้องปฏิบัติตาม ไม่งั้นเราก็อยู่ในสังคมไม่ได้ ขอโทษนะค่ะ...ถ้าท่านพูดเช่นนี้...ต้องขอบอกว่าท่านนั่นแหล่ะที่ได้อาศัยประโยชน์จากกฏเกณฑ์ที่บิดๆเบี้ยวๆเหล่านี้ ท่านจึงไม่เดือดร้อนไงค่ะ และอย่ามาแอบนะว่าไม่ใช่...จริงใจกันหน่อยนะค่ะ และถ้าจะอ้างว่าทางโรงเรียนทำตามระเบียบของ สพฐ. แล้วนั้น อันนี้ก็ขอบอกว่าทางโรงเรียนอาศัยช่องว่างของระเบียบดังกล่าวมากกว่าเพราะได้อ่านระเบียบมาชัดเจนแล้ว ทาง สพฐ. กำหนดให้ทางโรงเรียนรับเด็กในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 50% และรับเด็กนอกพื้นที่ไม่เกิน 50% ซึ่งจากสิ่งที่ทางโรงเรียนปฏิบัติในปีนี้ดูเผินๆเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ แต่จริงๆแล้วสิ่งที่ทางโรงเรียนทำนั้นอาจจะดูสอดคล้องกับระเบียบของ สพฐ. แต่ขัดกับประกาศระเบียบการรับสมัครของทางโรงเรียนเองเพราะทางโรงเรียนประกาศไว้ชัดเจนว่าจะรับจำนวนเด็กในพื้นที่ 160 คนและนอกพื้นที่ 160 คน แต่พอมีเด้กในพื้นที่มาสมัครกันมาก ทางโรงเรียนก็เลยต้องแก้ทางโดยเอาเด็กทั้งสองกลุ่มมาเรียงคะแนนโดยดูว่ามีโอกาสไหมที่จะมีเด็กในพื้นที่จะมีคะแนนสูงกว่าเด็กนอกพื้นที่และผลที่ออกมาก็มีจริงๆ คือ เด็ก 26 คนนั้นไง ส่วนเด้กในพื้นที่ที่เหลือ ถ้ายังใช้เกณฑ์เรียงคะแนนแบบรวมหมดแบบเดิม เด็กในพื้นที่ที่มีคะแนนสี่สิบกว่าเปอร์เซ็นต์ซึ่งมีจำนวนมากเกือบครึ่งของที่สอบติดจะถูกคัดออกแน่ๆ ทางโรงเรียนก็เลยโยกเฉพาะเด็กในพื้นที่กลุ่มนี้มาเรียงคะแนนกันเองเฉพาะในกลุ่มในพื้นที่ และนี่แหล่ะ คือ ที่มาของการทำ 2 มาตรฐานแบบที่บอก และได้ทำให้เด็กในพื้นที่ได้มากกว่าเด็กนอกพื้นที่ ซึ่งหากทางโรงเรียนจะตัดสินการคัดเลือกโดยรับแบบสัดส่วน 50%-50% เท่าๆกันนั้น ก็เชื่อว่าสามรถทำได้โดยไม่ขัดกับระเบียบของ สพฐ. แต่เมื่อทางโรงเรียนตัดสินใจรับแบบนี้ 187-134 (58.44%-41.56%) ผู้บริหารโรงเรียนก็คงต้องมีเหตุผลเบื้องลึกอยู่แน่ๆ และถ้าสังเกตให้ดี ตอนที่ทางโรงเรียนประกาศรายชื่อเด็กที่สอบผ่านในคืนวันที่ 26 มี.ค. นั้น ทางโรงเรียนเอารายชื่อเด็กในพื้นที่ 26 คนมารวมกับเด็กนอกพื้นที่และที่หัวประกาศก็เขียนกำกับไว้กันพลาดว่า "รายชื่อนักเรียนผู้ผ่านการคัดเลือกแบบสอบทั่วไปและพื้นที่บริการ" ที่ทางโรงเรียนทำเช่นนี้ อาจจะเป็นเพราะไม่ต้องการให้มีการร้องเรียนว่ามีเด็กจาก 2 กลุ่มปนกันในประกาศเดียวกัน แต่ในภายหลัง พอประกาศทางเวปไซต์ในระบบรับสมัคร ถ้าใครคลิกเข้าไปที่รายชื่อผู้สอบผ่านแต่ละประเภท จะพบว่ารายชื่อได้ถูกโยกย้ายสับเปลี่ยนไปจากประกาศเดิม กล่าวคือ เด็กในพื้นที่กลายเป็น 187 คน (160 รายชื่อเดิมตามประกาศแรก + 26 คนที่มาจากประกาศครั้งแรกของสอบทั่วไป + อีก 1 รายชื่อที่ไม่ทราบว่าเพิ่มมาจากไหน) และเด็กสอบทั่วไปกลายเป็น 209 ชื่อ (134 รายชื่อจากประกาศแรกของเด็กสอบทั่วไป + 75 รายชื่อของเด็กที่รับโดยวิธีพิเศษ) จะเห็นได้ว่าทางโรงเรียนนั้นได้ทำการเปลี่ยนแปลงประกาศไปมาหลายครั้งทั้งประกาศเรียงคะแนนสอบที่บอร์ดโรงเรียนก็ใช้วิธีการเรีบงลำดับตามหลายเลขแต่ไม่เรียงตามคะแนน...ตรงนี้ก็คงอ้างว่าเพื่อให้หาง่ายขึ้นซึ่งพอเข้าใจได้ แต่ก็น่าจะมีประกาศอีกฉบับแบบเรียงคะแนนให้ดูด้วยไม่ใช่เหรอ และเมื่อประกาศบนหน้าเวปก็มีการโยกรายชื่อนักเรียนไปมาระหว่างกลุ่ม ตรงนี้ขอบอกเลยว่าถ้า ผปค. ไม่มีการเก็บข้อมูลโดยไปถ่ายประกาศมาจากบอร์ดและมาเทียบกับประกาศที่ดาวน์โหลดจากเวป รับรองว่าจะตรวจสอบได้ยากมากๆ แต่บังเอิญโชคดีที่ดิฉันมีข้อมูลครบ และที่สำคัญได้ถอดรายชื่อและคะแนนสอบจากรูปถ่ายที่ถ่ายมาจากบอร์ดประกาศผลสอบมาใส่ไว้ในรูป excel ไฟล์แล้ว ซึ่งทำให้ดิฉันสามารถจัดเรียงคะแนนได้ครบทุกแบบจึงสามารถวิเคราะห์ได้อย่างชัดเจนตามที่กล่าวมา โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าสังคมควรได้รับรู้เรื่องนี้ว่าโรงเรียนที่แข่งขันสูงในประเทศเรา นอกจากต้องแข่งกันด้วยวิชาการแล้ว ยังต้องมาแข่งกันด้วยสารพัดวิชามารด้วยเพื่อให้การันตีการสอบติดแน่ๆ นี่มันอะไรกันนี่สังคมไทยเรา นี่ถ้าฝากกันจนเข้าระดับมหาวิทยาลัยได้ก็คงทำกันแน่ แต่ยังโชคดีที่ระดับนั้นบ้านเราต้องอาศัยฝีมือตัวเองล้วนๆ ในกรณีการจัดกลุ่มเรียงคะแนนสอบของทางโรงเรียนนั้น ถ้าจะอ้างว่าเราต้องเห็นใจเด็กในพื้นที่ก่อน เพราะเค้าอยู่ในพื้นที่ แล้วพวกเราจะไม่เห็นใจเด็กนอกพื้นที่ที่ถูกแย่งสิทธิ์ไปดื้อๆบ้างเหรอค่ะ หรือว่าหยาดเหงื่อน้ำตาของเด็กนอกพื้นที่นั้นมีค่าน้อยเกินไปจนผู้มีอำนาจไม่แยแสได้ค่ะ เรื่องนี้จริงๆแล้วคิดว่าขึ้นกับรรทัดฐานของทางผู้บริหารโรงเรียนและผู้บริหาร สพฐ. คือ หากต้องการรับเด็กในพื้นที่เป็นอันดับแรก ทำไมไม่ประกาศให้ชัดไปเลยว่าในจำนวนเด็กสามร้อยกว่าคนนั้น ทางโรงเรียนจะรับเด็กในพื้นที่ให้ครบตามจำนวนที่สมัครก่อน แล้วจึงค่อยมาพิจารณาเด็กนอกพื้นที่ หรือ อาจจะกำหนดไปเลยว่าเด็กในพื้นที่รับ 200 คน เด็กนอกพื้นที่รับแค่ 120 คน และ ให้รับตามจำนวนนี้จริงๆ ชัดเจนไปเลย แค่นี้ก็ได้ช่วยรับเด็กในพื้นที่ได้มากกว่าเด็กนอกพื้นที่แล้ว จะได้ไม่ต้องเกิดการทำสองมาตรฐานแบบนี้ และจะช่วยให้เด็กนอกพื้นที่ได้รู้จักประมาณตนเองว่ามีโอกาสแค่ 120 ที่นั่ง แล้วยังจะอยากสมัครสอบไม๊ถ้ามีโอกาสเหลือแค่นั้น ซึ่งถ้าไม่แน่จริงจะได้ไปสอบที่โรงเรียนอื่นที่เค้ารับเด็กนอกพื้นที่ได้มากกว่า เพราะโรงเรียนเหล่านี้ของ สพฐ. นั้นสอบวันเดียวกันทั้งหมด จะได้ไม่เสียโอกาสไปเปล่าๆ แต่การที่ทางโรงเรียนจงใจประกาศระเบียบการรับไว้ไม่ชัดเจนและคลุมเครือแบบนี้ อาจเพราะกลัวว่าอาจจะมีเด็กบางส่วนที่เก่งแต่ไม่ต้องการเสี่ยงว่าจะไม่มีที่เรียนและอาจจะย้ายไปสอบโรงเรียนอื่นแทน ซึ่งการประกาศว่าจะรับ 160 คนจากนอกพื้นที่นั้น ก็อาจทำให้เด็กเหล่านี้มองว่าพวกเค้ามีโอกาศมากขึ้นและตัดสินใจสมัครสอบที่นี่ แต่ลองกลับกัน ถ้าทางโรงเรียนประกาศชัดๆว่าจะมีการรับเด็กในพื้นที่เป็นอันดับแรกโดยใช้การเรียงคะแนนรวมหมดและจะแยกกลุ่มเด็กในพื้นที่มาเรียงแข่งกันเองอีกรอบหนึ่ง ถ้าโรงเรียนประกาศแบบนี้จริงๆ ดิฉันเชื่อได้เลยว่าจะมีเด็กอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่สมัครสอบที่โรงเรียนนี้เพราะไม่ต้องการเสี่ยง แต่อาจจะย้ายไปสมัครที่อื่นแทน อย่างที่กล่าว โศกนาฏกรรมทางการศึกษานั้นจะไม่เกิดขึ้น หากทางโรงเรียนตัดสินรับโดยการเรียงคะแนนจากการเอาเด็กทั้งสองกลุ่มมารวมกันแล้วตัดสินตามลำดับคะแนนเป็นมาตรฐานนี้มาตรฐานเดียวโดยไม่ต้องมาแยกกลุ่มเด็กในพื้นที่ไปเรียงลำดับคะแนนต่างหากอีก หากเอาแค่วิธีใดวิธีหนึ่งให้ชัด ไม่ใช่กลับไปกลับมาแบบที่ทำอยู่นี้ ก็จะไม่เกิดข้อครหาว่าไม่เป็นธรรม ไม่โปร่งใส และยังดูสง่างามกว่า ลองสมมุติว่า ถ้ามีเด็กในพื้นที่มาสมัครเกินสามร้อยคน ถ้าในจำนวนเด็กที่สอบทั้งหมดนั้น เด็กในพื้นที่ทำคะแนนได้ดีกว่าเด็กนอกพื้นที่ทั้งหมด ทางโรงเรียนก็คงจะรับเด็กในพื้นที่ไว้ทั้งหมดสามร้อยกว่าคนหรือเปล่า? และในทางกลับกัน สมมุติว่าเด็กนอกพื้นที่ทำคะแนนได้ดีกว่าในอันดับสามร้อยกว่าคนแรก และเด็กในพื้นที่ทั้งหมดทำคะแนนได้ต่ำกว่า 20% แล้วทางโรงเรียนยังจะกล้ารับเด็กในพื้นที่เหล่านี้ไว้บ้างไม๊? ทางโรงเรียนจะกล้าเสี่ยงกับการที่มาตรฐานคุณภาพทางวิชาการของนักเรียนโรงเรียนนี้จะต่ำลงไปมากไม๊? ดิฉันแค่ต้องการให้แง่คิดไว้เท่านั้น แล้วแต่พวกท่านจะพิจารณา โดยส่วนตัวคิดว่าก็มีแต่พวกท่านเท่านั้นแหล่ะค่ะที่สามารถจะเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ได้ หากปล่อยไว้เช่นนี้ พอลูกๆท่านโตขึ้นเป็นพ่อเป็นแม่คน ลูกๆท่านก็อาจจะทำวงจรเช่นนี้อีกเหมือนเดิมเพราะพวกเค้าเคยเห็นพ่อแม่ของพวกเค้าทำให้ดูเป็นตัวอย่างมาแล้ว บางท่านอาจจะบอกว่าไม่ได้บอกลูกตรงๆว่าที่เข้ามานั้นเข้ามาได้อย่างไร แต่เลี่ยงบอกเป็นแบบอื่นเพราะละอายที่จะบอกลูกจรงๆว่าใช้กำลังภายในเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ต้องการ อันนี้ก็แล้วแต่นะ แต่อยากบอกว่าตัวท่านเองนั่นแหล่ะที่รู้อยู่แก่ใจ ถ้าอยากภาคภูมิใจกับความสำเร็จแบบนี้ก็เชิญนะ แต่บางท่านยิ่งร้ายเข้าไปใหญ่ เล่นบอกลูกตรงๆว่าเข้ามาได้อย่างไรและพยายามชักแม่น้ำทั้งห้ามาอธิบายให้ลูกเข้าใจว่าสิ่งทีทำนั้นมันถูกต้องแล้ว อันนี้บอกตรงๆว่าท่านกำลังสร้างแนวคิดผิดๆให้แก่ลุกของท่าน และลองคิดดูว่าเมื่อลูกท่านโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ ลูกท่านจะเป็นคนเช่นไร สำหรับลูกๆที่สู้มาด้วยตัวเองแล้วบังเอิญสอบติดได้แม้คะแนนน้อยโดยที่พ่อแม่ไม่ได้ช่วยอะไรนั้น อันนี้คงไม่เกี่ยวกับที่กล่าวมานะค่ะ แต่สำหรับคนที่อาศัยเส้นสาย เงินทอง กลวิธีการย้ายเข้ามาในเขตโดยการเซ้งทะเบียนบ้านและอื่นๆอีกสารพัดวิชามารนั้น ขอบอกเลยว่าไม่มีอะไรที่น่าภูมิใจเลยที่ลูกท่านได้เข้าเรียนที่สถาบันที่ทรงเกียรติแห่งนี้ด้วยวิธีนี้ด้วยเพราะกิเลสของพวกท่านเอง และขอให้เชื่อเถอะ จะมีเด็กอยู่จำนวนหนึ่งในกลุ่มเหล่านี้ที่สุดท้ายแล้วไปต่อไม่ไหวด้วยเหตุต่างๆนานาและสุดท้ายก็หนีไม่พ้นหลักธรรมะจัดสรร คือ ต้องไปอยู่ในที่ที่เหมาะสมกับเค้า โดยสรุป...บางทีอะไรๆที่คนรุ่นก่อนๆทำมานั้นหากว่าไม่ถูกต้องพวกเราคนในรุ่นนี้ก็น่าจะช่วยกันเปลี่ยนแปลง หากจะอ้างว่าทำเช่นวิธีการตามกติกาที่ผิดๆนี้เพราะรักลูกเพื่อช่วยลูก ก็ระวังไว้หน่อยนะว่าพอลูกโตขึ้นเค้าจะสับสนหรือปล่าวว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องและมีคุณธรรม หากทำเช่นนี้แล้วยังอุตส่าห์ภาคภูมิใจกันได้ ก็จงช่วยกันส่งเสริมวงจรแบบนี้กันต่อไป วงจร "มือใครยาวสาวได้สาวเอา" และไม่ต้องไปสอนเด็กๆของเราเรื่องปรัชญาแห่งความเพียรเลย เพราะเล่นสบช่องเอาเปรียบกันตั้งแต่ยังเล็กๆแบบนี้ โตขึ้นอย่าไปหวังเลยว่าจะมีจิตสำนึกที่ดีมีคุณธรรมได้เลย......ยาวไปหน่อยค่ะ....แต่โล่งใจที่ได้กล่าวออกมา....

ปล.
ใครที่คิดว่าดิฉัน คือ ผปค. ของเด็กที่สอบไม่ติดจึงมาบ่นแบบนี้
อันนี้ขอบอกไว้เลยนะค่ะว่าลูกสอบติด Gate ค่ะ แต่ไปเรียนที่อื่นแล้วเพราะรับไม่ได้กับระบบแบบนี้
รุ่นนี้ไม่มีกั๊กที่เรียนค่ะ
:o)

http://www.152zerotohero.com/webboard/answer_view.php?id_ques=363

http://www.suanboard.net/view.php?p=view&kid=65457

09 เม.ย. 56 / 18:26
0 0
supcom [icon smile : 92 bytes] (2267) : n/a : n/a : n/a
view 4059 : discuss 5 : rating - : bookmarked 0 : vote 0 58.11.116.209

#1# - 676011 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ย่อหน่อยครับขี้เกียจอ่านยาวเกิน
09 เม.ย. 56 / 19:37
0 0
ตาลาย [icon smile : 92 bytes] (7309) : n/a : n/a : n/a
followup id 676011 14.207.64.54

#2# - 676015 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] สตรีวิทยา สอบแยก :

--- สอบ Gifted (สอบ และประกาศไปก่อน)
--- สอบพื้นที
--- สอบนอกพื้นที่

รับกี่คน เรียงคะแนน..........จบ
10 เม.ย. 56 / 08:43
0 0
m.... [icon smile : 92 bytes] (6923) : n/a : n/a : n/a
followup id 676015 58.10.170.174

#3# - 676027 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ถ้าจะให้ดี สพฐ.ควรออกกฎขอดูข้อมูลในทะเบียนบ้านย้อนหลัง 10 ปีเลยว่า มีการเปลี่ยนตัวเจ้าบ้านทุกๆ 2 ปี ใช่หรือไม่ โดยให้ผู้สมัครในเขตพื้นที่บริการไปขอเอกสารย้อนหลังจากเขต(กรณีที่ดูจากในเล่มทะเบียนบ้านโดยตรงเลยไม่ได้) ถ้าใช่แสดงว่า ทะเบียนบ้านหลังนั้นมีการเซ้งสิทธิทุก2ปีจริง ไม่ได้เป็นเด็กในพื้นที่บริการตัวจริง ประเภทอยู่แต่ชื่อ ตัวไม่ได้อยู่จริง

สพฐ.ควรกำหนดไปเลยว่า นอกจากพ่อแม่ปู่ย่าตายายจะเป็นเจ้าบ้านมาไม่ต่ำกว่า 2 ปีแล้ว ในรอบ 5 ปีย้อนหลัง บ้านหลังนั้นจะเปลี่ยนเจ้าบ้านได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น จึงจะมีสิทธิสมัครในพื้นที่บริการ เพราะเชื่อถือได้มากกว่า ว่าอาศัยอยู่ในพื้นที่บริการจริง

ส่วนตัวยังอยากให้คงเด็กในพื้นที่บริการไว้ เพื่อให้เด็กที่มีภูมิลำเนาจริงๆ ที่อยู่ใกล้โรงเรียนดังได้มีสิทธิมากกว่าเด็กที่อื่น เพราะ ทำให้ไม่ลำบากในการเดินทางไปเรียน แก้ไขปัญหาจราจรโดยรวม มีอะไรก็เข้าถึงโรงเรียนได้สะดวกรวดเร็วกว่าและสามารถเป็นตัวแทนของรุ่นเขาในการติดต่อประสานกับโรงเรียนเมื่อจบออกไปแล้วหากมีงานรุ่นหรือรุ่นอยากช่วยเหลือโรงเรียน

สำคัญตรงที่เราต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดว่า เป็นเด็กในพื้นที่บริการจริงๆ ไม่ได้เซ้งทะเบียนบ้านมาเพียง 2 ปีเท่านั้น เชื่อว่าจะทำให้ปัญหาร้องเรียนเบาบางลดลงอย่างมาก หากจำนวนเด็กในพื้นที่บริการในปีนั้นมีน้อยกว่าที่กำหนดไว้(เพราะเข้มงวดในการสกรีนเด็กว่าเป็นตัวจริง) ก็จะเป็นการไปเพิ่มยอดรับเด็กในพื้นที่ทั่วไปให้มากขึ้นโดยปริยาย

ส่วนตัวเป็นครอบครัวสวนฯในพื้นที่บริการตัวจริง ถ้าลูกไม่อยู่ในพื้นที่บริการ ก็สอบไม่ติด ปัจจุบันลูกเรียนอยู่สวนฯ ขยันรับผิดชอบและทำเกรดได้ดีเยี่ยมกว่าเด็กที่สอบติดในพื้นที่ทั่วไปเสียอีก รับเกียรติบัตรเรียนดีจากโรงเรียนด้วย ไม่ได้บ้าเรียนกวดวิชาอะไรกันมากมาย เพราะ มีเยอะไปที่เด็กที่เรียนอยู่ห้อง GATE หรือห้องคิง บ้าเรียนกวดวิชามากๆๆๆ (ประเภทสอบติดได้ เรียนเก่งได้เพราะกวดวิชา)

ก็ฝากไว้เป็นแง่คิดครับ เชื่อว่าโรงเรียนทำทุกอย่างถูกต้องแล้วตาม
" ประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานปีการศึกษา 2556 "

http://210.246.189.115/ewtadmin/ewt/obec_plan/download/rubstu56/rubstu_56_f3.pdf

เพียงแต่เราต้องไปเพิ่มว่า....ในรอบ 5 ปีย้อนหลัง บ้านหลังนั้นจะเปลี่ยนเจ้าบ้านได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น จึงจะมีสิทธิสมัครในพื้นที่บริการ เพราะเชื่อถือได้มากกว่า ว่าอาศัยอยู่ในพื้นที่บริการจริง....ในประกาศฯข้างต้น
12 เม.ย. 56 / 08:20
0 0
ครอบครัวสวนฯ [icon smile : 92 bytes] (7725) : n/a : n/a : n/a
followup id 676027 125.24.44.241

#4# - 676034 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] ก็ไปดูมาเหมือนกัน คิดไม่ถึงจะมี ผปค.ของนักเรียนที่สอบติดทั้งสวนฯ และ สาธิตฯ แล้วทดลองเรียนทั้งสองแห่ง น่าเห็นใจสำหรับเด็กที่ติดลำดับสำรองต้องรอกันไปจนถึงเปิดเทอม ผปค.บางท่านตอบได้ดี เรื่องอย่างนี้มันอยู่ที่สปิริต เพราะจะว่าแล้วก็ไม่ผิดกติกาที่ ผปค.ที่สอบติดหลายแห่ง จ่ายตังค์มีสิทธิเลือก สพฐ. และโรงเรียนคงต้องมีกติกาอะไรที่มันมีผลบังคับจริงเพื่อสร้างความเป็นธรรมกับเด็กในลำดับถัด ๆ ไป เหมือนระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย สอบตรงถ้าได้แล้วไม่เลือกก็สละสิทธิ ( ไม่พอใจจะไปลุ้นรอบแอดมิชชั่นก็ได้ไม่ว่ากัน ถ้าเลือกแล้วก็ไม่มีสิทธิไปลุ้นในรอบแอดมิดชั่น ) เป็นการป้องกันเด็กที่กันคนอื่นครับ
15 เม.ย. 56 / 13:07
0 0
bung [icon smile : 92 bytes] (7766) : n/a : n/a : n/a
followup id 676034 110.164.108.153 <= 192.168.2.69

#5# - 676057 [icon-addtodelete : 101 bytes]
[member icon] เด็กบางคนขนาดประกาศผลแล้วว่าสอบติด Gate Program เป็นตัวจริงเแล้ว ยังมาสอบหลักสูตรปกติพื้นที่ทั่วไปอีก เฮ้อ! อะไรกันนักหนา

วันประกาศผลสอบ เคยเห็นเด็กป.6โรงเรียนคาทอลิกถามไถ่กันเองว่า สอบติดไหม คนที่สอบติดยกมือขึ้นตบกับคนที่สอบไม่ติดว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวม.ปลายเจอกันที่โรงเรียนดังแถวพญาไท เฮ้อ!เห็นสวนฯเป็นทางผ่าน

เอาเป็นว่า ถ้าสพฐ.ออกกฎระเบียบเข้มงวดเพื่อคัดให้ได้เด็กในพื้นที่บริการตัวจริงดังกล่าว ปัญหาเรื่องเด็กในพื้นที่บริการกับเด็กในพื้นที่ทั่วไป น่าจะหมดสิ้นไปเสียที่ ได้เด็กในพื้นที่ตัวจริงที่ตรงตามเจตนารมย์ ลดปัญหาการจราจรติดขัด
มีอะไรก็เข้าถึงโรงเรียนได้สะดวกรวดเร็วกว่าและสามารถเป็นตัวแทนของรุ่นเขาในการติดต่อประสานกับโรงเรียนเมื่อจบออกไปแล้วหากมีงานรุ่นหรือรุ่นอยากช่วยเหลือโรงเรียน
27 เม.ย. 56 / 06:32
0 0
ครอบครัวสวนฯ [icon smile : 92 bytes] (7725) : n/a : n/a : n/a
followup id 676057 101.108.69.211


กระทู้นี้ต้องล็อกอินก่อนแสดงความคิดเห็นครับ

[icon login : 178 bytes]